ในหลวงทรงขอให้ครอบครัวผู้สูญเสียหนองบัวลำภูเข้มแข็ง

ในหลวง พระราชินี ทรงเศร้าสลดใจมาก ทรงขอให้ครอบครัวผู้สูญเสียเข้มแข็ง ทรงพระราชทานกำลังใจให้ทุกคน ชาวหนองบัวลำภูน้ำตานองหน้าทรงไม่เคยทอดทิ้งในยามที่ทุกข์สาหัส

7 ต.ค. 2565 -  เวลา 18.44 น.  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี  เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังท่าอากาศยานทหาร ดอนเมือง เพื่อประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ทำร้ายเด็กและประชาชนที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลอุทัยสวรรค์ อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู ณ โรงพยาบาลหนองบัวลำภู อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู  และโรงพยาบาลอุดรธานี อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี  เป็นการส่วนพระองค์

ต่อมาเวลา 21.15 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี เสด็จฯโดยรถยนต์พระที่นั่งถึงโรงพยาบาลหนองบัวลำภู อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู  นายสุวิทย์  จันทร์หวร  รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู  รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู  และนายแพทย์ไพฑูรย์ ใบประเสริฐ  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหนองบัวลำภู  เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ  แล้วเสด็จขึ้นห้องบรรยายสรุป  พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้  นายสุวิทย์ จันทร์หวร  รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู  รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู  กราบบังคมทูลรายงานสรุปเหตุการณ์ ฯ  เสร็จแล้ว  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  พระราชทานกระเช้าแก่นายสุวิทย์  จันทร์หวร  เป็นส่วนรวมเพื่อเชิญไปมอบแก่ผู้บาดเจ็บทุกคนจากเหตุการณ์ดังกล่าว

จากนั้น  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลจำนวน 4 ราย พร้อมทรงซักถามถึงอาการผู้บาดเจ็บจากแพทย์เจ้าของไข้ด้วยความห่วงใยและสนพระราชหฤทัยในการรักษาผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ และพระราชทานพระราชกำลังใจแก่ญาติผู้ได้รับบาดเจ็บ

เสร็จแล้วเสด็จฯไปยังชั้น 1 ตึกศัลยกรรมและตึกผ่าตัดเพื่อพระราชทานกำลังใจแก่ครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ครั้งนี้ พร้อมทั้งทรงมีพระราชปฎิสันถารให้กำลังใจ และให้เชื่อมั่นในความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันเพื่อให้ฟื้นกลับมาใช้ชีวิตปกติด้วยกำลังใจที่เข็มแข็งอีกครั้ง ดังความว่า

“รู้สึกเสียใจเศร้าสลดใจมากที่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ช่วงเวลาแห่งความรู้สึกเศร้าโศกเสียใจก็ไม่ทราบจะอธิบายอย่างไรให้เข้าใจ ก็เป็นความรู้สึกร่วม เป็นเหตุที่ไม่ดีเกิดขึ้น ถ้าเกิดมีอะไรเดือดร้อนลำบากให้ช่วยเหลือให้ดูแล ขอแสดงความเสียใจและคงไม่มีคำไหนมาแทนความเสียใจได้ ก็ขอให้กำลังใจพวกเราเข้มแข็งเพื่อให้วิญญาณน้องๆ เขาสบายใจ เราก็จะทำพิธีการทำบุญสวดมนต์ เพื่ออุทิศส่วนบุญกุศลให้กับผู้ที่จากไปแล้วก็เป็นขวัญและกำลังใจให้ทุกคน เราก็เสียใจด้วยมาก เราจะต้องทำยังไงตอนนี้เราต้องทำอะไรให้ดีที่สุดเป็นกำลังใจให้ทุกคนทุกคน”

เมื่อสมควรแก่เวลา  จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง  เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงพยาบาลอุดรธานี  อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ในการนี้  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับผู้บาดเจ็บไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์  และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับศพผู้เสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์  และพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษด้วย

สำหรับบรรยากาศที่รพ.หนองบัวลำภู พสกนิกรชาวหนองบัวลำภูที่เพิ่งเผชิญกับเหตุการณ์สูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตไปก็ยังมีรอยยิ้มแห่งความปลื้มปิติที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์เพื่อมาทรงเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล รวมถึงพระราชทานกำลังใจให้แก่ครอบครัวผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้สูญเสียชีวิต นำมาซึ่งความปลาบปลื้มปิติที่ล้นพ้น และทำให้พวกเขามีกำลังใจที่เข็มแข็งในการดำเนินชีวิตต่อไป

นางวาสนา โพธิพล พสกนิกรรายหนึ่งที่สูญเสียทั้งลูกสาว1 คน และหลานชาย3 คน ญาติสนิทอีก2 คนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ กล่าวด้วยน้ำเสียงสะอื้นว่า เป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต แต่ก็รู้สึกดีใจที่ทราบว่าในหลวงและพระราชินี เสด็จฯ มาทรงเยี่ยมครอบครัวในวันนี้ ทำให้เธอและครอบครัวมีกำลังใจที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้กับพายุร้ายในครั้งนี้ เพราะอย่างน้อยที่สุดในหลวงก็มิเคยทอดทิ้งพสกนิกรของพระองค์เลยแม้แต่ในยามที่ประชาชนทุกข์ใจแสนสาหัญในชีวิต นางมัจฉา วรรณี พสกนิกรบ้านหนองกุงศรี อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู  ผู้สูญเสียหลานชาย2 คนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ กล่าวว่า บนความ เจ็บปวดและเสียใจคือความอบอุ่นใจที่ในหลวงและพระราชินี เสด็จฯมาทรงเยี่ยมเปรียบดังพวกเธอเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน และจะรีบเข้มแข็งดำเนินชีวิตต่อไปให้สมกับความห่วงใยที่ทั้งสองพระองค์มอบให้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ในหลวง พระราชทานรางวัล การทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน

ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ปัตตานี พระราชทานรางวัลการทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ระดับประเทศ พระราชทานโล่เกียรติคุณแก่อิสลามประจำจังหวัด-อิหม่าม ที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น

ในหลวงพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะบุคคลเฝ้าฯ

1 ส.ค. 2565 - เวลา 19.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะบุคคลต่าง ๆ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ตามลำดับดังนี้       นายฐาปน  สิริวัฒนภักดี  กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และคณะ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

ในหลวงพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะทูตเฝ้าฯ

1 ส.ค.2565 - เวลา 18.49 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นางแชสตี เริดส์มูน

‘ในหลวง’ พระราชทานน้ำหลวงสรงศพ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี

เวลา 17.29 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี  เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปในการพระราชทานน้ำหลวงสรงศพ หม่อมเจ้าภีศเดช  รัชนี  ป.จ., ม.ป.ช., ม.ว.ม., ว.ป.ร.1, ภ.ป.ร.3 ณ ศาลาบัณณรศภาค วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

‘ในหลวง-พระราชินี’ เสด็จฯ เวียนเทียนในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี

ในหลวงพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะทูตเฝ้าฯ โอกาสจะพ้นจากหน้าที่

10 พ.ค.2565 - เวลา 17.49 น.  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายแอลลัน  เจมส์  มักคินนัน (Mr. Allan James Mckinnon) เอกอัครราชทูตเครือรัฐออสเตรเลียประจำประเทศไทย