ในหลวง ทรงวางพวงมาลาพระบรมรูป ร.5 ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันปิยมหาราช

23 ต.ค.2565-เวลา 17.29  น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นรีรัตนราชกัญญา จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมราชานุสรณ์ พระลานพระราชวังดุสิต เพื่อทรงวางพวงมาลาและถวายบังคมพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยมหาราช วันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพวงมาลาส่วนพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันหลวง และพวงมาลาส่วนพระองค์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงวางพวงมาลาส่วนพระองค์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศและทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศและทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบ

จากนั้น ประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินไปยังพระบรมมหาราชวัง เข้าทางประตูวิเศษไชยศรี ประตูพิมานไชยศรี เทียบรถยนต์พระที่นั่งที่พระทวารเทเวศรรักษา เสด็จเข้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงยืนหน้าพระราชอาสน์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระอัฐิสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวีสมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี และพระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปียมหาราชปดิวรัดา ซึ่งประดิษฐานในพระที่นั่งบุษบกมาลา ทรงกราบ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยาราชาวดีและทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย กราบถวายบังคมพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระอัฐิสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี และพระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฎ ปียมหาราชปดิวรัดา ซึ่งประดิษฐานที่พระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยารอง และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้า ฯ ประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์ 57 รูป สวดพระพุทธมนต์ จบ พระธรรมวชิรเมธี เจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนาราม ซึ่งจะถวายพระธรรมเทศนา ขึ้นนั่งบนธรรมาสน์  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์ พระราชทานแก่เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปปักที่จงกลธรรมาสน์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จ ฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร สำหรับพระบรมอัฐิและพระอัฐิทรงธรรม ประทับพระราชอาสน์ ทรงศีล พระธรรมวชิรเมธี ถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนา  เมื่อพระธรรมวชิรเมธี ถวายพระธรรมเทศนา จบแล้ว ลงมานั่งยังอาสน์สงฆ์ เสด็จ ฯไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ ประทับพระราชอาสน์ เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ที่สวดพระพุทธมนต์ และถวายพระธรรมเทศนาขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์พร้อมแล้ว ลาดพระภูษาโยง  เสด็จ ฯ ไปทรงทอดผ้าไตร 18 ไตร

เที่ยวแรก ประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์ที่สวดพระพุทธมนต์และถวายพระธรรมเทศนา สดับปกรณ์พระบรมอัฐิและพระอัฐิพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่งแล้วเจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์อีกเที่ยวละ 20 รูป  จำนวน 2 เที่ยว

   เสด็จ ฯ ไปทรงทอดผ้าไตร แล้วประทับพระราชอาสน์หน้าอาสน์สงฆ์ พระสงฆ์สดับปกรณ์ ทรงปฏิบัติเช่นนี้จนครบ 6 เที่ยว เสด็จ ฯ ไปทรงกราบพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระอัฐิ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี และพระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฎ ปียมหาราชปวรัดา ที่หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีเสด็จ ฯ ไปทรงกราบถวายบังคมพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระอัฐิสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า สมเด็จพระนางเจ้า สุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี และพระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้า ฯ

เสด็จออกจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยประทับรถยนต์พระที่นั่งที่พระทวารเทเวศรรักษา เสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ในหลวง ทรงสักการะพระบรมสารีริกธาตุจากอินเดีย พระราชทานไฟ  ณ 4 มณฑป ถวายเป็นพุทธบูชา

ในหลวงทรงสักการะพระบรมสารีริกธาตุจากอินเดีย พระราชทานไฟ  ณ 4 มณฑป ถวายเป็นพุทธบูชา พสกนิกรเนืองแน่นเฝ้าฯ รับเสด็จ

'ในหลวง-พระราชินี' ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันมาฆบูชา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการทรงบำเพ็ญ พระราชกุศลเนื่องในวันมาฆบูชา ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง

วธ. เผย 'ในหลวง' เสด็จฯสักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุจากอินเดีย 26 ก.พ.นี้

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) พร้อมด้วย H.E. Mr. Nagesh Singh เอกอัครราชทูตอินเดีย ประจำประเทศไทย และนายสุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 พร้อมนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดวธ.

นายกฯ ชวนคนไทยสวมเสื้อเหลือง เนื่องในปีมหามงคล

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า “เนื่องในปีมหามงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา

กลาโหมเผย 'ในหลวง' รับสั่งปรับขบวนเสด็จ ไม่ได้ปิดถนนนานแล้ว ก่อนทะลุวังก่อเหตุ

พลเรือตรี​ธนิตพงศ์ สิริเศวตศักดิ์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ปัจจุบันไม่มีการปิดการจราจรเมื่อมีขบวนเสด็จฯ นานแล้ว ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากขบวนเสด็จฯ ทั้งขบวนเสด็จฯของพระองค์ และพระบรมวงศานุวงศ์ จึงทรงมีพระราโชบาย มอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ