การดูแลธรรมชาติที่สมบูรณ์ ไม่ใช่เพียงทำแค่ตอนนี้ แต่ต้องทำตลอดไป การสืบสานหรือการส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น จึงเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นต้องมีแบบแผนที่ชัดเจน ไม่เช่นนั้นการดูและรักษาของคนในรุ่นเก่าจะไร้ประโยชน์ แน่นอนว่าที่ผ่านมามีหลายพื้นที่ที่มีแนวทางการดูแลสิ่งแวดล้อมไว้อย่างดี มีการร่วมมือร่วมใจลงแรงอย่างเต็มที่ แต่กลับไม่มีการสืบต่อ จึงทำให้งานเหล่านั้นไม่สามารถยั่งยืนได้ แต่เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับพื้นที่ ชุมชนบ้านเขาวัง เนื่องจากแนวทางการดูแลธรรมชาติของชุมชนแห่งนี้การสืบทอดสวนสมรมจากรุ่นสู่รุ่น รุ่นใหม่ยังคงรักษาสวนดั้งเดิมที่มีความหลากหลายของพันธุกรรมพืช

การปลูกป่า รักษาน้ำ รักษาระบบนิเวศ มีแบบแผนอย่างชัดเจน และมีการทำงานร่วมกันในชุมชนสูงมาก ทั้งยังมีการส่งเสริมให้กลุ่มต่างๆ ทำงาน ทั้งด้านการแปรรูปและการตลาด ทำให้เกิดการขยายความเข้าใจกับคนในชุมชน ทุกเพศ ทุกวัย มาร่วมและรับรู้ ตัดสินใจในการทำงานของชุมชน จนทุกกลุ่มมีความเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตอย่างกลมกลืน
ชุมชนบ้านเขาวัง ตั้งอยู่ที่ ต.หินตก อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช เป็นชุมชนในหุบเขา ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำที่เกิดแหล่งน้ำสำคัญของลุ่มน้ำปากพนัง ก่อตั้งชุมชนเมื่อปี 2499 จากชาวมุสลิมกลุ่มแรกๆ ที่อพยพมาจากบ้านท่าชัก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เดิมยึดอาชีพปลูกพืชหลากหลายแบบสวนสมรม การเดินทางเข้าออกชุมชนในยุคแรกๆ จะต้องเดินลอดถ้ำจากด้านนอกเข้าไปเท่านั้น ต่อมาชาวบ้านที่ส่วนใหญ่เป็นญาติมิตรของคนในชุมชน ซึ่งได้รับการชักชวนให้อพยพและเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ร่วมกัน มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น จึงช่วยกันขุดเส้นทางเดินลัดเลาะตามความลาดชันของพื้นที่ และต่อมาชาวบ้านร่วมกันซื้อที่ดินเพื่อขยายเส้นทางบางช่วง ให้กว้างมากขึ้น

แม้ว่าในปัจจุบันชุมชนบ้านเขาวังนับเป็นแบบอย่างของการบริหารจัดการป่าในพื้นที่สูงของภาคใต้ และยังเป็นกรณีศึกษาการปรับเปลี่ยนวิถีเกษตรเพื่อการอยู่รอดในท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศ แต่กว่าทุกอย่างจะสามารถพัฒนาและต่อยอดให้เกิดความสมบูรณ์ได้ขนาดนี้ ก็ผ่านเรื่องราวต่างๆ มามากมาย จากเมื่อประมาณ ปี 2530 ภายหลังที่มีการขยายพื้นที่การเกษตรด้วยประชากรเพิ่มขึ้น มีการโค่นไม้ใหญ่ และช่วงที่ยางพารามีราคาสูง หลายครอบครัวปรับสวนสมรมมาเป็นปลูกยางพารา และปลูกมะนาว กับทุเรียนหมอนทอง
เน้นการใช้สารเคมีเพื่อเพิ่มผลผลิตและใช้ยาฆ่าหญ้า ต่อมาประสบกับปัญหาน้ำแล้งในหน้าแล้ง คลองหลายสายแห้งขอด แต่ถึงหน้าฝนปริมาณน้ำฝนไหลแรง และดินไม่สามารถกักเก็บน้ำ เพราะต้นไม้ถูกตัดโค่นทำลายไปมาก ทำให้ชุมชนหันมาปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ในปี 2548 เกิดการรวมตัวกันเป็น “กลุ่มอนุรักษ์บ้านเขาวัง” ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นๆ อายุ 40 ปีเป็นต้นไป

ทางกลุ่มเริ่มทำกิจกรรมฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมในชุมชนที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตคนในชุมชน ได้แก่ การส่งเสริมระบบสวนสมรม คือปลูกไม้หลากหลายชนิดแซมในสวนยางพารา เป็นทางเลือกและทางรอดให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง ยิ่งโดยเฉพาะภายหลังปัญหาราคายางตกต่ำ เพราะยังมีรายได้จากไม้ผลและพืชพันธุ์อื่นๆ ในสวน รวมถึงยังมีการคืนความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ผืนป่า ได้แก่ การปลูกป่าต้นน้ำ และรณรงค์ให้ช่วยกันรักษาต้นไม้บริเวณริมสองฝั่งสายห้วยและริมคลอง ริมฝาย ปลายไร่หัวสวน และบริเวณเขตอนุรักษ์พันธุ์พืชและสัตว์น้้าริมสองฝั่งคลองเขาวัง เพื่อรักษาความชุ่มชื้น
นอกจากนี้ ชุมชนยังเป็นเอกภาพในด้านทิศทางการพัฒนา ที่มุ่งไปสู่การใช้ความสำคัญกับการพัฒนาจิตใจ ให้คนรู้จักตนเอง ตามแนวทางของศาสนาอิสลามและอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อม มีกลยุทธและมีความเป็นตัวของตัวเองในแนวทางการพัฒนาและมีภาคีเชิงกลยุทธ คือ โรงเรียน ตชด.บ้านเขาวัง และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยถือว่าเป็นการส่งมอบไปสู่คนรุ่นใหม่ได้อย่างดีเยี่ยม โดยชุมชนมีการบริหารความร่วมมือค่อนข้างสูงของคนในชุมชน ทุกเพศ ทุกวัย เป็นแบบอย่างของชุมชนภายนอก องค์กรอื่นๆ กิจกรรมส่วนใหญ่เริ่มจากชุมชน จากนั้นมีหน่วยงานภายนอกมาร่วมต่อยอด สนับสนุน ขยายเครือข่ายภาคีที่เป็นกลยุทธ์และภาคีทั่วไป รวมทั้งยังให้เด็กๆ และเยาวชน เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชน โดยเฉพาะการท่องเที่ยว การเก็บเกี่ยวผลผลิตจากสวนสมรม ทำฝาย และให้เยาวชนเป็นผู้น้าทางในการเที่ยวในชุมชน การเชื่อมโยง บ้าน มัสยิด โรงเรียน จึงเป็นรูปแบบที่มองเห็นได้ คือ ความสามารถในการจัดการตนเองของชุมชนด้านต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

ทำให้ปัจจุบัน มีการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่เชื่อมโยงวิถีชีวิตของมุสลิมที่มี 95% ของชุมชน มีการบริหารจัดการการเงินโดยมีการกระจายไปยังกลุ่มต่างๆ ในชุมชน รวมถึงยังได้รางวัลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและเป็นชุมชนต้นแบบสำหรับศึกษาดูงาน
นอกจากนี้ยังสามารถใช้ประโยชน์ทั้งทางตรง และทางอ้อม อย่างไรก็ตาม พื้นที่แห่งนี้ยังเป็นพื้นที่วิจัยของสถาบันการศึกษาโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และส่วนราชการต่างๆ โดยสามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมทั้งเขตภูเขาและลำธาร น้ำ การปลูกเสริมชายห้วย การสร้างฝาย ทำเส้นทางเดินในธรรมชาติ ปุ๋ยหมัก แปรรูปและพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์และได้รับการยอมรับของเครือข่าย ในการดูแลพันธุกรรมพืชพื้นบ้านและผืนดิน สายน้ำให้คงอยู่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปตท. เผยผลประกอบการ Q1/69 สามารถทำกำไรสุทธิ 25,738 ล้านบาท
ปตท. เผยผลประกอบการ Q1/69 สามารถทำกำไรสุทธิ 25,738 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.4% แม้ตลาดพลังงานโลกยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอน ชี้ธุรกิจค้าระหว่างประเทศ ปิโตรเคมี-การกลั่น และธุรกิจน้ำมันและการค้าปลีกปรับเพิ่มขึ้น หนุนรายได้โต
"ส่งพลัง สร้างอนาคต" กับ PTT Digital Arts 2026
พลังงานคือรากฐานของการดำรงชีวิต และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง... ในวาระครบรอบ 48 ปี ปตท. เราเชื่อว่า "พลัง" ของความคิดสร้างสรรค์จากคุณ คือกุญแจสำคัญที่จะเปิดประตูสู่อนาคตที่ยั่งยืน
หนุน GC จับมือ SCGC ยกระดับปิโตรเคมีไทย
ปตท. เดินหน้ายุทธศาสตร์ Portfolio Reshape หนุน GC จับมือ SCGC ยกระดับปิโตรเคมีไทย สู่ National Champion เสริมแกร่งขีดความสามารถการแข่งขันระดับโลก
ปตท. ผนึกกำลัง ทอท. ยกระดับการบริหารจัดการองค์กรสู่ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
นายรัตติกูล ปิยะวงค์วาณิชย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่วิศวกรรมโครงการและการปฏิบัติการสู่ความเป็นเลิศ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) นำคณะผู้บริหารเข้าพบหารือกับ นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เพื่อเดินหน้าสานต่อความสำเร็จภายใต้ “โครงการคู่ความร่วมมือของรัฐวิสาหกิจ” ตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)
กางข้อมูลน้ำมัน 'หลังบ้าน' ปตท. พร้อมให้ตรวจสอบได้แบบ Real-Time ด้วยความมั่นคงและโปร่งใส เพื่อประเทศไทย
ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวน หลายคนอาจจะตั้งคำถามว่า... ประเทศไทยยังมีน้ำมันเพียงพอไหม? แล้วหลังบ้านเขาจัดการกันยังไง?

