DSI จ่อเชือด 'ไอ้โม่ง' กักตุนน้ำมัน!

16 พฤษภาคม 2569 - ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมเรื่องสืบสวนที่ 43/2569 พฤติการณ์กักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงทางทะเล และรายงานการวิเคราะห์พฤติกรรมเรือต้องสงสัย ซึ่งการประชุมดำเนินไปกว่า 2 ชั่วโมง ว่าวันนี้คณะพนัก งานสอบสวนคดีพิเศษได้มีการประชุมติดตามความคืบหน้าในคดีการกักตุนน้ำมัน หลังจากที่ได้มีการรับเป็นคดีพิเศษในบางส่วนแล้ว ซึ่งทำให้เราสามารถแบ่งเรื่องสืบสวนใหญ่ๆ ออกมาเป็น 3 เรื่อง คือ 1.บริษัทน้ำมันแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง 2.บริษัทคลังน้ำมันแห่งหนึ่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี 3.กรณีเรือขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 99 เที่ยวเรือ จากโรงกลั่นน้ำมันในภาคตะวันออก เพื่อไปส่งน้ำมันยังคลังน้ำมันในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ซึ่งก็มีความคืบหน้าไปพอสมควรแล้ว โดยในที่ประชุมคณะพนักงานสอบสวนได้มีการเร่งรัดให้มีการสืบสวนสอบสวนโดยเร็ว เนื่องจากบางคดีใกล้ที่จะพิสูจน์ความผิดได้แล้วว่ามีความผิดในกรณีการกักตุนน้ำมัน โดยขอใช้เวลาประมาณ 15 วันจะสามารถดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหากับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้

อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยอีกว่า สำหรับพยานหลักฐานที่บ่งชี้บางอย่างว่าบริษัทน้ำมันแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกักตุนน้ำมันนั้น เนื่องจากพบว่ามีนายทุนอยู่เบื้องหลังกับการทำน้ำมันจริง ซึ่งก็เป็นกรณีที่ไปพบความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับของบริษัท ทริลเลี่ยนออยล์ จำกัด ย่านพระราม 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพ มหานคร อีกด้วย ซึ่งยังอยู่ระหว่างการเร่งรัดสืบสวนสอบสวนต่อไป

นอกจากนี้ ในเรื่องว่าจะมีการเลี่ยงภาษีด้วยหรือไม่นั้น เรายืนยันว่าจะตรวจสอบทุกอย่างทุกประเด็น เนื่องจากที่มาที่ไปของเรื่องนี้ มันมาจากการที่เจ้าหน้าที่ได้ไปตรวจราคาน้ำมันแพงในจังหวัดอื่น ๆ แต่เมื่อตรวจไล่มาดูก็พบว่าได้มีการซื้อน้ำมันมาจากบริษัทน้ำมันในจังหวัดอ่างทอง จึงทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรุดไปตรวจสอบและได้มีการดำเนินคดีบางส่วนไปแล้ว ส่วนทางดีเอสไอก็รับมาใช้ขยายผลในส่วนที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ดี คาดว่าภายใน 15 วันหลังจากนี้ คณะพนักงานสอบสวนจะดำเนินคดีความผิดอาญากับกรณีของบริษัทคลังน้ำมันในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และบริษัทน้ำมันแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง ในกรณีพบว่ามีพฤติการณ์กักตุนน้ำมัน ซึ่งแม้ตอนนี้ยังไม่สามารถบอกว่าใครคือผู้ต้องหา แต่เมื่อพบการกระทำความผิดจะต้องดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหาอย่างแน่นอน โดยเบื้องต้นมีทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ในกรณีของบริษัทจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปัจจุบันเรายังไม่พบการกระทำความผิดในเรื่องของการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงแต่อย่างใด

อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยต่อว่า ภายหลังจากที่คณะพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการตรวจสอบเรือจำนวน 99 เที่ยว ที่มีการแล่นในน่านน้ำทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานีเพื่อขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง และอาจเกี่ยวข้องกับปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่หายกลางทะเลกว่า 60 ล้านลิตร ว่า ตอนนี้พนักงานสอบสวนจะต้องลงไปตรวจสอบที่ลำเรือ ซึ่งได้มีการนัดหมายว่าจะต้องไปตรวจในระบบ GPS และระบบ AIS ของเรือแต่ละลำด้วย อย่างไรก็ดี ความคืบหน้าตอนนี้คือเราได้มีการตรวจสอบเรื่องใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงของเรือ ซึ่งได้พบความผิดปกติจริง ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะมีการดำเนินคดีในพฤติการณ์ความผิดอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะกรณีที่รายละเอียดภายในใบกำกับการขนส่งน้ำมันทางเรือมีการกรอกข้อมูลไม่ครบถ้วน ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนประกาศกรมธุรกิจพลังงานที่ไม่ใส่รายละเอียดให้ครบถ้วน ซึ่งการลงข้อมูลไม่ครบถ้วนก็อาจเป็นการเปิดโอกาสให้เกิดการกระทำความผิดได้ ทั้งนี้ เรื่องใบกำกับขนส่งน้ำมันทางเรือเหล่านี้ที่เราตรวจสอบก็เป็นข้อมูลที่ได้รับมาจากทางคณะทำงานชุดสุดซอยก่อนหน้านี้ ส่วนว่าใบกำกับขนส่งน้ำมันทางเรือเหล่านี้จะเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับบริษัทคลังน้ำมันในจังหวัดสุราษฎร์ธานีหรือไม่ พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการขยายผลเช่นเดียวกัน

อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยด้วยว่า สำหรับเรื่องจำนวนเที่ยวเรือ ลำเรือ และบริษัทเจ้าของเรือ ที่พนักงานสอบสวนได้เคยออกหนังสือเชิญมาให้ปากคำในฐานะพยาน กรณีเชื่อมโยงกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงในทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี จากทั้งหมด 99 เที่ยวเรือ ที่มันกว้างก่อนหน้านี้ เราก็โฟกัสแคบลงมาพบว่า ตอนนี้มีเรือ 3 เที่ยว ซึ่งมีการใช้เรือจำนวน 3 ลำ ของ 3 บริษัทเรือ ที่มีการเดินทางในน่านน้ำผิดปกติ มีลักษณะการจอดลอยลำ ไม่เข้าเทียบคลังน้ำมันบนท่า เป็นต้น ซึ่งทั้ง 3 บริษัทเรือเหล่านี้ ทางกรรมการบริษัทฯ ยังไม่เคยได้เข้าให้การในฐานะพยานมาก่อน เนื่องจากเพิ่งพบข้อมูล แต่หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะได้มีการนัดหมายออกหนังสือเชิญมาให้ปากคำในฐานะพยานต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ชัยวัฒน์' เปิดเหตุผล ทำไมต้องเร่งจัดตั้งองค์กรใหม่ 'ดีเอสไอ' สอบสวนเฉพาะทางทรัพยากรธรรมชาติฯ

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ดันร่าง พ.ร.บ. จัดตั้ง “กรมสอบสวนคดีพิเศษ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” รับมือการถ่ายโอนงานตำรวจตาม ม.165

'ภาวุธ' ให้ปากคำ 4 ชม. แจงคดี Forex หัวเราะลั่นไม่ได้หยุดตรวจสอบโครงการ AI แลกจบคดี

“ภาวุธ” หัวเราะ หลังถูกรุมวิจารณ์ อวยโครงการ TH-AI Passport หวังแลกผลคดี Forex ของดีเอสไอ โต้ ถ้าแลกผลคดีได้คงไม่มายืนอยู่ตรงนี้ รับลดบทบาทตรวจสอบ เหตุติดภารกิจงานประชุมคณะอนุฯหลายชุด เผยยังมีเพื่อน สส.รายอื่นของพรรคประชาชน รับผิดชอบโดยตรงอยู่แล้ว

‘คำรบ’ ชี้ 'แก๊งลูกเทพ' มีเอี่ยวฮั้วสว. เผยผู้ร่วมขบวนการมากกว่า 2 หมื่นคน

แกนนำกลุ่มสว.สำรองชี้เป้า”แก๊งลูกเทพ”มีเอี่ยวฮั้วสว. ลั่นหลักฐานแน่น ผู้ร่วมขบวนการเรือนหมื่น ยอมรับกลุ่มรมต.อาจรอด เพราะคดีอาญา หลักฐานต้องชัดสิ้นข้อสงสัย เตือนกกต.หากไม่ส่งศาลฎีกาสอย 138 สว.โดนร้องเอาผิดติดคุก!

กกต. ส่อเลื่อนชี้ขาดคดีฮั้ว สว. เหตุพยานหลักฐานยังไม่ครบ

รายงานภายในจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงกรณีที่พรรคฝ่ายค้าน นำโดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือไอติม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLaw) ได้นำคำให้การของพยานและเอกสารบางส่วนที่อ้างว่าเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) มาเปิดเผยต่อสาธารณ

'ทนายอั๋น' หอบหลักฐานยื่น 'ปชน.' ชง อสส. ฟ้องศาล ฟันแก๊งฮั้ว สว.

'ทนายอั๋น' หอบหลักฐานยื่น สส.ปชน. ชงอัยการสูงสุดส่งฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ ลากคอขบวนการฮั้ว สว. ผิดมาตรา 49 พร้อมฟันกกต. ผิด 157 ด้าน 'ภัณฑิล' ย้ำต้องคุ้มครองพยาน ไม่ใช่ข่มขู่