โออาร์ลุยโมเดล Cafe Amazon for Chance ปั้น 60 สาขาสร้างอาชีพผู้ด้อยโอกาส

แน่นอนว่าคอกาแฟ จะต้องรู้จักแบรนด์กาแฟที่ถือว่าเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และครองส่วนแบ่งตลาดไปได้อย่างมาก เพราะกลยุทธ์ที่สร้างความเข้าถึงง่ายให้กับผู้บริโภค ทำให้สามารถตีตลาดได้อย่างกว้างขวางไม่ว่าจะในเมืองหรือนอกเมือง และแน่นอนว่าผู้ใช้รถใช้ถนนกว่า 80-90% ก็น่าจะได้ลองลิ้มชิมรสชาติกาแฟของแบรนด์ Café Amazon ไปแล้ว และต้องการอีกหลายคนที่ถือว่าเป็นแฟนคลับ กลับมาใช้บริการอยู่เรื่อย ๆ อย่างแน่นอน  

จากจุดเริ่มต้นของธุรกิจภายใต้สโลแกนที่ว่า "Taste of Nature" หรือ รสชาติของธรรมชาติ ที่มุ่งมั่นพัฒนาให้เป็นจุดนัดพบ แหล่งพักผ่อน คล้ายกับโอเอซิสเพื่อตอบสนองคนเดินทาง แต่ในปัจจุบันแนวคิดของ Café Amazon เริ่มแผ่ขยายเป็นวงกว้างมากขึ้น และสามารถตอบสนองกับกลุ่มผู้บริโภคได้หลากหลายมากขึ้นนอกเหนือจากนักเดินทาง ซึ่งนอกจากจะมีการตอบโจทย์ของกลุ่มคนดื่มกาแฟแล้ว การทำงานเพื่อสังคมก็เป็นอีกหนึ่งแนวคิดที่ Café Amazon ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง  

ที่ผ่านมา Café Amazon ภายใต้การดูแลของ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ มีโครงการมากมายที่ช่วยสนับสนุนสังคม ชุมชน และพัฒนาคนมากมาย ที่ผ่านการดำเนินธุรกิจรูปแฟรนไชส์ในอัตราส่วนกว่า 80% ส่งเสริมและสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย (เอสเอ็มอี) ภายในประเทศ และยังทำให้เกิดอัตราการจ้างงานทั่วประเทศกว่า 24,000 รายต่อปี มีส่วนช่วยในการสร้างงานสร้างอาชีพและลดอัตราการว่างงานทั้งประเทศ  

จนมาถึงงานล่าสุดที่สามารถสร้างอาชีพให้กับคนในสังคมได้อย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนด้อยโอกาสซึ่งคือ ร้านกาแฟคาเฟ่อเมซอนเพื่อการสร้างโอกาส (Café Amazon for Chance)” ที่เริ่มต้นจากการเป็นหนึ่งในโครงการวิสาหกิจชุมชนของ โออาร์ ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินงานทางด้านวิสาหกิจเพื่อสังคม โดยได้นำความสำเร็จของธุรกิจคาเฟ่ อเมซอนที่มีมากกว่า 4,000 สาขาทั้งในและต่างประเทศในขณะนั้น มาสร้างคุณค่าให้สังคม ด้วยการพัฒนาทักษะการทำงานให้แก่ผู้ด้อยโอกาสในกลุ่มต่างๆ  

ให้สามารถเรียนรู้และฝึกปฏิบัติการเป็นบาริสต้าตามมาตรฐานของร้านคาเฟ่ อเมซอน ตามแนวความคิดที่ว่า “Café Amazon for Chance สร้างโอกาส สร้างงาน อย่างยั่งยืน” โดยสาขาแรก เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2561ที่ดำเนินการโดยผู้พิการด้านการได้ยินจนถึงปัจจุบัน Café Amazon for Chance เปิดให้บริการแล้ว 60  สาขา สามารถสร้างอาชีพให้แก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคมกลุ่มต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องแล้วกว่า 137 คน ประกอบด้วย ผู้พิการทางการได้ยิน 30 คน ผู้สูงวัย 100 คน พิการทางการเรียนรู้ 3 คน ทหารผ่านศึกที่พิการและครอบครัว 2 คน คนไร้ที่พึ่ง 2 คน รวมทั้งสิ้น 137 คน  

จุดเริ่มต้นของโครงการมาจากการที่ กลุ่ม ปตท. ตระหนักถึงพลังของการดำเนินงานธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ที่นำจุดแข็งของธุรกิจมาช่วยเหลือสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะทำให้สามารถแก้ปัญหาและพัฒนาสังคมได้อย่างยั่งยืน จึงเริ่มจากการพัฒนาทักษะการทำงานให้แก่ผู้พิการทางการได้ยินเป็นกลุ่มแรก ซึ่งถือเป็นกลุ่มผู้พิการที่มีมากเป็นอันดับ 2 รองจากผู้พิการทางร่างกาย และมักได้รับการจ้างงานต่ำกว่าวุฒิการศึกษา รวมทั้งไม่มีการอบรมพัฒนาความสามารถในสายอาชีพนี้อีกด้วย

ซึ่งปัจจุบันร้าน Café Amazon for Chance ที่ดำเนินการโดยผู้พิการทางการได้ยิน มีทั้งสิ้น 11 สาขา จำนวนผู้พิการทางการได้ยิน 30 คน อาทิ Café Amazon สำนักงานคณะกรรมการกำกับ (ก.ล.ต.) , Cafe Amazon สาขา The Office@Central World , Index ชัยพฤกษ์ , Cafe Amazon โครงการป่าในกรุง และตึกปตท.สำนักงานใหญ่ อาคาร2 ที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นต้น รวมถึงยังมีสาขาที่อยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด อาทิ Café Amazon คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ ม.มหิดล จ.นครปฐม , Cafe Amazon Sky Lane สุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ , Café Amazon รพ.แหลมฉบัง จ.ชลบุรี เป็นต้น 

ต่อมาในปี 2563 บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจร้าน Café Amazon ได้ริเริ่มขยายโอกาสในการทำงานสู่กลุ่มผู้ด้อยโอกาสอื่นๆ โดยเล็งเห็นถึง กลุ่มผู้สูงวัย ซึ่งมีจำนวนมากขึ้น เนื่องจากสังคมไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและมีผู้สูงอายุอีกมาก ที่ขาดโอกาสในการทำงานเนื่องจากวัยที่มากขึ้น ดังนั้น บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ จึงได้มีความร่วมมือกับ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในการจัดตั้ง “ร้าน Café Amazon for Chance สาขาที่ดำเนินการโดยบาริสต้าสูงวัย” สาขาแรกขึ้น เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2563

โดยนำร่องด้วยการจ้างงานผู้สูงอายุระหว่างอายุ 60-65 ปี ที่สามารถเป็นบาริสต้าร้านกาแฟได้ โดยจะมีการออกแบบร้านให้เหมาะสมกับการทำงานของผู้สูงอายุ เช่น มีการคัดเลือกเมนูเครื่องดื่มเฉพาะเมนูขายดี มีใช้เครื่องชงอัตโนมัติเพื่อรสชาติที่เป็นมาตรฐานของคาเฟ่ อเมซอน การกำหนดความสูงของชั้นวางวัตถุดิบที่เหมาะสม และอุปกรณ์ทางการแพทย์ฉุกเฉิน โดยผ่านการอบรมโดยทีมพัฒนามาตรฐานและอบรมคาเฟ่อเมซอนเช่นเดียวกับบาริสต้า คาเฟ่ อเมซอนทั่วไป 

ซึ่งปัจจุบันร้าน Café Amazon for Chance ที่ดำเนินการโดยผู้สูงวัย มีทั้งสิ้น 49 สาขา ดำเนินการโดยบาริสต้าผู้สูงวัย จำนวน 100 คน กระจายอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 22 สาขา อาทิ กรมพลังงานทหาร , Cafe Amazon อาคารรัชดาวัน , MRT ศูนย์วัฒนธรรม , ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย , ประชาอุทิศ 45 เป็นต้น ในขณะเดียวกันยังมีสาขาในต่างจังหวัด อาทิ CMU HEAT ม.เชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ , ม.ศิลปากร สนามจันทร์ (ศูนย์เรียนรวมเฉลิมพระเกียรติ จ.นครปฐม , อาคารพาณิชย์ ถนนรัษฎา จ.ภูเก็ต , PTTLNG หนองแฟบ (ภายใน) จ.ระยอง , โรงพยาบาอำนาจเจริญ , จ.อำนาจเจริญ , สน.หาดใหญ่ (ช่องเขา) จ.สงขลา เป็นต้น  

นอกจากนี้ Café Amazon for Chance ยังมีสาขาอื่น ๆ ทั้งใน และต่างจังหวัดที่เป็นสาขาเพื่อพัฒนาผู้ด้อยโอกาสอีกหลายแห่งทั้ง Café Amazon for Chance สำหรับผู้พิการทหารผ่านศึก ที่ตั้งอยู่ในนาวิกโยธิน เตยงาม (ทหารผ่านศึกและครอบครัว) จ.ชลบุรี , สำหรับผู้พิการทางเรียนรู้ (กลุ่มออทิสติก) ที่มีทั้งสิ้น 2 สาขา และมีบาริสต้าผู้พิการทางการเรียนรู้ จำนวน 3 คน สาขา ทั้งสาขาสนามลู่ปั่นจักรยานเจริญสุขมงคลจิต (พิการทางการได้ยิน&ออทิสติก)  จ.สมุทรปราการ และ Café Amazon สาขา The Office@Central World รวมถึงสาขาสำหรับคนไร้ที่พึ่ง มีทั้งสิ้น 1 สาขา และมีบาริสต้าคนไร้ที่พึ่งจำนวน 2 คน โดยตั้งอยู่ที่ บ้านธัญญพร (ผู้ถูกกระทำ) รวมทั้งสิ้น 60 สาขา  

จากจุดเริ่มต้นของ Café Amazon ก้าวเข้ามาถึงจุดเปลี่ยน แต่เป็นจุดเปลี่ยนที่มีแนวทางที่ดี เพราะนอกจากจะสามารถเสิร์ฟกาแฟ-เครื่องดื่มให้กับผู้บริโภคได้อย่างมีมาตรฐานแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นว่าการสร้างโอกาสผ่านร้าน Café Amazon ของโออาร์นั้นไม่ใช่แค่เรื่องการจับมือและลงทุนในธุรกิจอย่างเดียว แต่ยังมีเรื่องการสร้างอาชีพให้กับผู้ด้อยโอกาสในสังคมด้วย และเชื่อว่าจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะสร้างสังคมความเป็นอยู่ที่ดีให้กับคนไทยได้ในอนาคต  

แน่นอนว่าคอกาแฟ จะต้องรู้จักแบรนด์กาแฟที่ถือว่าเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และครองส่วนแบ่งตลาดไปได้อย่างมาก เพราะกลยุทธ์ที่สร้างความเข้าถึงง่ายให้กับผู้บริโภค ทำให้สามารถตีตลาดได้อย่างกว้างขวางไม่ว่าจะในเมืองหรือนอกเมือง และแน่นอนว่าผู้ใช้รถใช้ถนนกว่า 80-90% ก็น่าจะได้ลองลิ้มชิมรสชาติกาแฟของแบรนด์ Café Amazon ไปแล้ว และต้องการอีกหลายคนที่ถือว่าเป็นแฟนคลับ กลับมาใช้บริการอยู่เรื่อย ๆ อย่างแน่นอน  

จากจุดเริ่มต้นของธุรกิจภายใต้สโลแกนที่ว่า "Taste of Nature" หรือ รสชาติของธรรมชาติ ที่มุ่งมั่นพัฒนาให้เป็นจุดนัดพบ แหล่งพักผ่อน คล้ายกับโอเอซิสเพื่อตอบสนองคนเดินทาง แต่ในปัจจุบันแนวคิดของ Café Amazon เริ่มแผ่ขยายเป็นวงกว้างมากขึ้น และสามารถตอบสนองกับกลุ่มผู้บริโภคได้หลากหลายมากขึ้นนอกเหนือจากนักเดินทาง ซึ่งนอกจากจะมีการตอบโจทย์ของกลุ่มคนดื่มกาแฟแล้ว การทำงานเพื่อสังคมก็เป็นอีกหนึ่งแนวคิดที่ Café Amazon ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง  

ที่ผ่านมา Café Amazon ภายใต้การดูแลของ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ มีโครงการมากมายที่ช่วยสนับสนุนสังคม ชุมชน และพัฒนาคนมากมาย ที่ผ่านการดำเนินธุรกิจรูปแฟรนไชส์ในอัตราส่วนกว่า 80% ส่งเสริมและสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย (เอสเอ็มอี) ภายในประเทศ และยังทำให้เกิดอัตราการจ้างงานทั่วประเทศกว่า 24,000 รายต่อปี มีส่วนช่วยในการสร้างงานสร้างอาชีพและลดอัตราการว่างงานทั้งประเทศ  

จนมาถึงงานล่าสุดที่สามารถสร้างอาชีพให้กับคนในสังคมได้อย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนด้อยโอกาสซึ่งคือ ร้านกาแฟคาเฟ่อเมซอนเพื่อการสร้างโอกาส (Café Amazon for Chance)” ที่เริ่มต้นจากการเป็นหนึ่งในโครงการวิสาหกิจชุมชนของ โออาร์ ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินงานทางด้านวิสาหกิจเพื่อสังคม โดยได้นำความสำเร็จของธุรกิจคาเฟ่ อเมซอนที่มีมากกว่า 4,000 สาขาทั้งในและต่างประเทศในขณะนั้น มาสร้างคุณค่าให้สังคม ด้วยการพัฒนาทักษะการทำงานให้แก่ผู้ด้อยโอกาสในกลุ่มต่างๆ  

ให้สามารถเรียนรู้และฝึกปฏิบัติการเป็นบาริสต้าตามมาตรฐานของร้านคาเฟ่ อเมซอน ตามแนวความคิดที่ว่า “Café Amazon for Chance สร้างโอกาส สร้างงาน อย่างยั่งยืน” โดยสาขาแรก เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2561ที่ดำเนินการโดยผู้พิการด้านการได้ยินจนถึงปัจจุบัน Café Amazon for Chance เปิดให้บริการแล้ว 60  สาขา สามารถสร้างอาชีพให้แก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคมกลุ่มต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องแล้วกว่า 137 คน ประกอบด้วย ผู้พิการทางการได้ยิน 30 คน ผู้สูงวัย 100 คน พิการทางการเรียนรู้ 3 คน ทหารผ่านศึกที่พิการและครอบครัว 2 คน คนไร้ที่พึ่ง 2 คน รวมทั้งสิ้น 137 คน  

จุดเริ่มต้นของโครงการมาจากการที่ กลุ่ม ปตท. ตระหนักถึงพลังของการดำเนินงานธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ที่นำจุดแข็งของธุรกิจมาช่วยเหลือสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะทำให้สามารถแก้ปัญหาและพัฒนาสังคมได้อย่างยั่งยืน จึงเริ่มจากการพัฒนาทักษะการทำงานให้แก่ผู้พิการทางการได้ยินเป็นกลุ่มแรก ซึ่งถือเป็นกลุ่มผู้พิการที่มีมากเป็นอันดับ 2 รองจากผู้พิการทางร่างกาย และมักได้รับการจ้างงานต่ำกว่าวุฒิการศึกษา รวมทั้งไม่มีการอบรมพัฒนาความสามารถในสายอาชีพนี้อีกด้วย

ซึ่งปัจจุบันร้าน Café Amazon for Chance ที่ดำเนินการโดยผู้พิการทางการได้ยิน มีทั้งสิ้น 11 สาขา จำนวนผู้พิการทางการได้ยิน 30 คน อาทิ Café Amazon สำนักงานคณะกรรมการกำกับ (ก.ล.ต.) , Cafe Amazon สาขา The Office@Central World , Index ชัยพฤกษ์ , Cafe Amazon โครงการป่าในกรุง และตึกปตท.สำนักงานใหญ่ อาคาร2 ที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นต้น รวมถึงยังมีสาขาที่อยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด อาทิ Café Amazon คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ ม.มหิดล จ.นครปฐม , Cafe Amazon Sky Lane สุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ , Café Amazon รพ.แหลมฉบัง จ.ชลบุรี เป็นต้น 

ต่อมาในปี 2563 บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจร้าน Café Amazon ได้ริเริ่มขยายโอกาสในการทำงานสู่กลุ่มผู้ด้อยโอกาสอื่นๆ โดยเล็งเห็นถึง กลุ่มผู้สูงวัย ซึ่งมีจำนวนมากขึ้น เนื่องจากสังคมไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและมีผู้สูงอายุอีกมาก ที่ขาดโอกาสในการทำงานเนื่องจากวัยที่มากขึ้น ดังนั้น บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ จึงได้มีความร่วมมือกับ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในการจัดตั้ง “ร้าน Café Amazon for Chance สาขาที่ดำเนินการโดยบาริสต้าสูงวัย” สาขาแรกขึ้น เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2563

โดยนำร่องด้วยการจ้างงานผู้สูงอายุระหว่างอายุ 60-65 ปี ที่สามารถเป็นบาริสต้าร้านกาแฟได้ โดยจะมีการออกแบบร้านให้เหมาะสมกับการทำงานของผู้สูงอายุ เช่น มีการคัดเลือกเมนูเครื่องดื่มเฉพาะเมนูขายดี มีใช้เครื่องชงอัตโนมัติเพื่อรสชาติที่เป็นมาตรฐานของคาเฟ่ อเมซอน การกำหนดความสูงของชั้นวางวัตถุดิบที่เหมาะสม และอุปกรณ์ทางการแพทย์ฉุกเฉิน โดยผ่านการอบรมโดยทีมพัฒนามาตรฐานและอบรมคาเฟ่อเมซอนเช่นเดียวกับบาริสต้า คาเฟ่ อเมซอนทั่วไป 

ซึ่งปัจจุบันร้าน Café Amazon for Chance ที่ดำเนินการโดยผู้สูงวัย มีทั้งสิ้น 49 สาขา ดำเนินการโดยบาริสต้าผู้สูงวัย จำนวน 100 คน กระจายอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 22 สาขา อาทิ กรมพลังงานทหาร , Cafe Amazon อาคารรัชดาวัน , MRT ศูนย์วัฒนธรรม , ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย , ประชาอุทิศ 45 เป็นต้น ในขณะเดียวกันยังมีสาขาในต่างจังหวัด อาทิ CMU HEAT ม.เชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ , ม.ศิลปากร สนามจันทร์ (ศูนย์เรียนรวมเฉลิมพระเกียรติ จ.นครปฐม , อาคารพาณิชย์ ถนนรัษฎา จ.ภูเก็ต , PTTLNG หนองแฟบ (ภายใน) จ.ระยอง , โรงพยาบาอำนาจเจริญ , จ.อำนาจเจริญ , สน.หาดใหญ่ (ช่องเขา) จ.สงขลา เป็นต้น  

นอกจากนี้ Café Amazon for Chance ยังมีสาขาอื่น ๆ ทั้งใน และต่างจังหวัดที่เป็นสาขาเพื่อพัฒนาผู้ด้อยโอกาสอีกหลายแห่งทั้ง Café Amazon for Chance สำหรับผู้พิการทหารผ่านศึก ที่ตั้งอยู่ในนาวิกโยธิน เตยงาม (ทหารผ่านศึกและครอบครัว) จ.ชลบุรี , สำหรับผู้พิการทางเรียนรู้ (กลุ่มออทิสติก) ที่มีทั้งสิ้น 2 สาขา และมีบาริสต้าผู้พิการทางการเรียนรู้ จำนวน 3 คน สาขา ทั้งสาขาสนามลู่ปั่นจักรยานเจริญสุขมงคลจิต (พิการทางการได้ยิน&ออทิสติก)  จ.สมุทรปราการ และ Café Amazon สาขา The Office@Central World รวมถึงสาขาสำหรับคนไร้ที่พึ่ง มีทั้งสิ้น 1 สาขา และมีบาริสต้าคนไร้ที่พึ่งจำนวน 2 คน โดยตั้งอยู่ที่ บ้านธัญญพร (ผู้ถูกกระทำ) รวมทั้งสิ้น 60 สาขา  

จากจุดเริ่มต้นของ Café Amazon ก้าวเข้ามาถึงจุดเปลี่ยน แต่เป็นจุดเปลี่ยนที่มีแนวทางที่ดี เพราะนอกจากจะสามารถเสิร์ฟกาแฟ-เครื่องดื่มให้กับผู้บริโภคได้อย่างมีมาตรฐานแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นว่าการสร้างโอกาสผ่านร้าน Café Amazon ของโออาร์นั้นไม่ใช่แค่เรื่องการจับมือและลงทุนในธุรกิจอย่างเดียว แต่ยังมีเรื่องการสร้างอาชีพให้กับผู้ด้อยโอกาสในสังคมด้วย และเชื่อว่าจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะสร้างสังคมความเป็นอยู่ที่ดีให้กับคนไทยได้ในอนาคต  

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

OR และ GC จับมือขับเคลื่อนโครงการ "บอกรักษ์เจ้าพระยา บอกลาขยะแม่น้ำ"

OR และ GC ร่วมกับชุมชนบางน้ำผึ้ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำร่องโมเดลการจัดการขยะในแม่น้ำเจ้าพระยาแบบยั่งยืน ณ วัดบางน้ำผึ้งนอก จ.สมุทรปราการ โดยร่วมกันเก็บขยะ

OR เผยผลประกอบการไตรมาสแรก 2567 ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนในทุกกลุ่มธุรกิจ เสริมแกร่งศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ มุ่งสู่การเป็น Data-Driven Organization ควบคู่กับการสร้างอนาคตอย่างยั่งยืน

OR เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2567 มี EBITDA จำนวน 6,173 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 100% จากไตรมาสก่อน โดยเพิ่มขึ้นจากทุกกลุ่มธุรกิจ และมีกำไรสุทธิ 3,723 ล้านบาท

OR สนับสนุนสถาบันคึกฤทธิ์ ๘๐ สืบสานมรดกศิลปวัฒนธรรมไทย

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ประธานกรรมการมูลนิธิคึกฤทธิ์ ๘๐ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

ข่าวดี OR ไม่ปรับขึ้นราคาน้ำมัน 6 วันช่วงสงกรานต์

พีทีที สเตชั่น จะไม่ปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิดระหว่างวันที่ 12-17 เม.ย. 67 รวม 6 วัน และหากราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลงก็จะปรับราคาน้ำมันลงตาม อีกทั้งเตรียมความพร้อมให้ พีทีที สเตชั่น ทุกแห่งให้มีน้ำมันเพียงพอในช่วงเทศกาล และเป็นจุดแวะพักระหว่างเดินทาง พร้อมมอบโปรโมชั่นมากมายสำหรับผู้เดินทาง