สลด! รถตู้เสียหลักพุ่งร่องกลางถนนไฟลุกท่วมย่างสด 11 ศพ

อุบัติเหตุรถตู้เสียหลักพุ่งตกร่องกลางถนนไฟลุกท่วมคัน ย่างสด 11 ศพ หนีรอดตายหวุดหวิด 1 ราย เหตุเกิดบนถนนมิตรภาพ อ.สีคิ้ว สาเหตุเบื้องต้นยังไม่แน่ชัด คาดคนขับอาจหลับใน

22 ม.ค. 2566 - นครราชสีมา เมื่อคืนที่ผ่านมา (21 ม.ค. 2566) เวลา 21.30 น. ร.ต.ท.นันทพงศ์ ดวงแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สภ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ฮุก 31 จุดย่อยสีคิ้ว พร้อมเจ้าหน้าที่ ฮุก 31 ทีมตัดถ่าง ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถตู้โดยสาร ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน 30-0078 อำนาจเจริญ เสียหลักพุ่งตกร่องกลางถนนเกิดไฟลุกไหม้ท่วมคัน

เหตุเกิดบนถนนมิตรภาพ ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ช่วงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 100 - หลักกิโลเมตรที่ 99 อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา

จึงรายงานให้ พ.ต.อ.ยงยศ พลเดช ผกก.สภ.สีคิ้วฯพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรุดไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมกันนี้ได้รายงานให้นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.นครราชสีมาเดินทางไปยังที่เกิดเหตุและเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บที่ รพ.สีคิ้วฯ คือ นายธนชิต กิ่งแก้ว อายุ 17 ปี เป็นชาว จ.อำนาจเจริญ พร้อมขอกำลังรถดับเพลิงจากเทศบาลเมืองสีคิ้วจำนวน 2 คันรุดไปที่เกิดเหตุ

เมื่อถึงที่เกิดเหตุเบื้องต้นทราบว่า ขณะเกิดเหตุคนขับ และผู้โดยสารเดินทางมาในรถตู้โดยสารคันดังกล่าวรวม 12 ราย เดินทางมาจากจังหวัดอำนาจเจริญกำลังมุ่งหน้าไปจังหวัดนครปฐม เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถตู้ที่วิ่งมาด้วยความเร็วเกิดเสียหลักพุ่งชนราวเหล็กกั้นทางหรือการ์ดเลนแล้วพุ่งตกลงไปในร่องกลางถนน ทำให้รถตู้คันดังกล่าวที่ติดแก๊สเกิดระเบิดไฟลุกท่วมทั้งคัน โดยมีคนเห็นผู้โดยสารกระโดดหนีตายออกจากรถตู้ได้ 1 คน เป็นชาย อายุ 17 ปี ทราบชื่อต่อมานายธนชิต กิ่งแก้ว เป็นชาว จ.อำนาจเจริญ

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่อยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุได้ยินเสียงเหตุการณ์จึงรีบออกไประงับเหตุ พร้อมด้วยรถดับเพลิง เบื้องต้นหลังฉีดน้ำดับเพลิงสงบพบผู้เสียชีวิตถูกไฟคลอกอยู่ภายในรถตู้จำนวน 11 ราย อย่างไรก็ตามยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แน่ชัด แต่คาดว่าคนขับควบคุมรถที่วิ่งมาด้วยความเร็วไม่ได้หรืออาจเกิดอาการหลับใน จนทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว

ต่อมาเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง โดยหลังเกิดอุบัติเหตุ นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้เดินทางมาตรวจดูที่เกิดเหตุ และสอบถามเหตุการณ์จากเจ้าหน้าที่ ก่อนที่จะเดินทางไปเยี่ยมผู้โดยสารที่บาดเจ็บที่โรงพยาบาลสีคิ้ว ซึ่งล่าสุดอาการปลอดภัย ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

นายนิคม แซ่อุ่น หัวหน้าหน่วยกู้ภัยฮุก 31 จุดมอจะบก อ.สีคิ้ว เล่าเหตุการณ์ระทึกให้ฟังว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ประจำที่จุดมอจะบก ทันใดนั้นได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิด จึงรีบวิ่งออกมาดู และพบเห็นกำลังไฟไหม้ลุกท่วมรถตู้คันเกิดเหตุ โดยมีผู้โดยสารวิ่งหนีออกจากรถตู้มาได้ 1 คน ก่อนไฟจะลุกท่วมรถตู้อย่างรุนแรง

หลังเพลิงสงบพบผู้เสียชีวิตถูกไฟคลอกอยู่ภายในรถ จำนวน 11 ราย โดยขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าผู้เสียชีวิตเป็นใครบ้าง เนื่องจากสภาพศพผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ร่างถูกไฟเผาดำเป็นตอตะโก

ขณะที่นายธนชิต กิ่งแก้ว เพียงคนเดียวที่รอดชีวิต มีอาการบาดเจ็บเป็นแผลถลอกไม่มากที่ขาขวาให้การกับตำรวจว่า ตนนั่งรถตู้โดยสารคันดังกล่าวบริเวณที่นั่งกลางลำรถ จากบ้านที่ จ.อำนาจเจริญ จะไปทำธุระที่ จ.นครปฐม โดยนั่งหลับมาตลอดทาง เท่าที่สังเกตคนขับก็ไม่ได้ขับเร็วอะไรมาก แต่เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ตนได้ยินเสียงรถกระแทกกับอะไรไม่รู้เสียงดังสนั่น ตนตกใจตื่นรถก็พลิกคว่ำแล้ว เมื่อรถหยุดนิ่งตนได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมเดินทาง และมองเห็นไฟกำลังลุกไหม้ ตนจึงคลานออกมาทางประตูด้านข้างใกล้กับที่นั่งตนและรอดตายมาได้ถือว่าโชคดีมาก.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รถบรรทุกเลี้ยวเกี่ยวสายเคเบิล ดึงเสาไฟฟ้าล้มระเนระนาด 70 ต้น ยาว 2 กม.

เมื่อเวลา 00.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปู รับแจ้งเหตุมีรถบรรทุกพ่วงเกี่ยวสายไฟฟ้าจนทำให้มีเสาไฟฟ้าหักโค่นจำนวนมาก เหตุเกิดถนนสุขุมวิทขาออก มุ่งหน้าบางปู บริเวณสะพานทางเข้าชั่วคราวนิคมอุตสาหกรรมบางปู

คนขับรถพ่วงเมาเหล้าขาว จอดหลับเลนขวา เจอรถชนท้ายเจ็บ 2 เจ้าตัวไม่รู้เรื่อง เป่าได้ 230 มก.

คนขับรถพ่วงเมาเหล้าขาวจอดนอนกลางถนนเลนขวา รถหกล้อพุ่งชนท้าย สองผัวเมียเจ็บสาหัส ตรวจพบแอลกอฮอล์ในร่างกายสูงถึง 230 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

รถพ่วง 18 ล้อ เมาแอ๋! ชนแนวก่อสร้าง 10 ชีวิตเฉียดตาย

จ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ พุ่งชนแท่นแบริเออร์แนวก่อสร้าง บริเวณช่วงกลางสะพานข้ามคลองบางโฉลง

รถบัสชนสนั่น 4 คันรวด บนด่วนบูรพาวิถี บาดเจ็บ 4 ราย

เจ้าหน้าที่ทางหลวง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถบัสโดยสารประจำทางพุ่งชนท้ายรถยนต์หลายคัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนทางด่วนบูรพาวิถี บริเวณกิโลเมตรที่ 5 ขาเข้ากรุงเทพมหานคร พื้นที่ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย