มท.1 โดนเต็มๆ 'ก้าวไกล' เปิดแซทไลน์เขย่ามหาดไทย

ส.ส.ก้าวไกล แฉ แชทไลน์ขรก.ระดับสูงมหาดไทย ฮั้วผู้รับเหมาซอยยิบ โครงการถนนพาราซอยล์ แถม บิ๊กราชการมีเอี่ยว ได้ดิบได้ดี บี้ถาม 'อนุพงษ์' ถ้าไม่รู้เห็นเป็นใจ ต้องเอาข้อมูลไปตรวจสอบเส้นทางเงิน

15 ก.พ.2566 - เมื่อเวลา 19.15 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล อภิปรายถึงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง ระดับอธิบดี และปลัดกระทรวง ของกระทรวงมหาดไทย โดยเหตุการณ์เริ่มตั้งแต่ปี 62 ที่เริ่มทำโครงการ “สร้างถนนยางพารา หนึ่งหมู่บ้านหนึ่งกิโลเมตร” หรือโครงการพาราซอยล์ หลังจากมีโครงการดังกล่าวได้ไม่นาน ราคายางไม่ได้ดีขึ้น แต่เงินในกระเป๋าของข้าราชการระดับสูงหลายคนเพิ่มขึ้น เพราะถนนพาราซอยล์ความสำคัญไม่ใช่แค่น้ำยาง แต่มีองค์ประกอบสำคัญ คือ สารเคมีที่ต้องผสมยางพาราเพื่อทำถนน มีข่าวก่อนหน้านี้ว่าโครงการนี้มีความไม่ชอบมาพากล มีการผูกขาดบริษัทสารเคมีเพื่อผสมน้ำยางในการทำถนน เพียง 3 บริษัท และมีตัวละครเป็นข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ระดับรองปลัดเทศบาล อำนาจเจริญ อักษรย่อ พ. มีสามีเป็นนาย ช. ซึ่งเป็นตัวแทนบริษัทค้าสารเคมีที่ต้องผสมน้ำยาง มีเพื่อนรักเป็นเพื่อนสนิทที่ทำถนนพาราซอยล์พอดี ชื่อ น.ส. ป. ซึ่งมีการพูดคุยกันว่า ต้องแบ่งค่าน้ำร้อนน้ำชาทั้งหมด 15% แบ่งเป็น 5% ส่งให้ท้องถิ่น ส่วนอีก 10% ส่งให้นาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการอภิปรายนายณัฐชา ได้อภิปรายพร้อมแสดงภาพแชทไลน์การพูดคุยกันของบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นข้าราชการระดับสูง โดยใช้ชื่อในแชทไลน์ตัวย่อ “อสถ.” การพุดคุยส่วนใหญ่มีการส่งเอกสารความคืบหน้าโครงการ และมีการพูดถึงรายละเอียดงบประมาณแต่ละโครงการ ว่าหากโครงการไหนงบประมาณไม่เกิน 10 ล้านบาท เป็นอำนาจของ “อสถ.” ที่จะอนุมัติ ซึ่งสุดท้ายได้มอบหมายให้รองอธิบดีรายหนึ่งเป็นผู้เซ็นอนุมัติโครงการ เอกสารตั้งแต่ส่งออกถึงการลงนาม ถูกส่งถึงมือผู้รับเหมาเรียบร้อยโดยโครงการดังกล่าวมีมูลค่า 1,870 ล้านบาท

ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงงบประมาณในโครงการ ทำถนนพาราซอยล์ โดย น.ส. ป. ได้เงินจากโครงการถนนพาราซอยล์ จำนวน 394 ล้านบาท จาก 55 โครงการ ในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคอีสาน ข้อมูลดังกล่าวไม่ผ่านสำนักงบประมาณ แต่อยู่ในมือของ “อสถ.” และมีการโอนเงินไปมาระหว่างกันรวม 39 ล้านบาท เรื่องที่เกิดขึ้น รองปลัดเทศบาลอักษรย่อ พ. คนสนิท “อสถ.” และข้าราชการประจำฮั้วกัน ใช้เส้นสายข้าราชการกระทรวงมหาดไทยในการดำเนินการ

นายณัฐชา กล่าวว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องสกปรกโสโครกที่ข้าราชการประจำกับข้าราชการระดับสูงทำกันเป็นทอดๆ แล้วส่งเมนูงบประมาณแผ่นดินให้ผู้รับเหมาดูเพื่อแบ่งเงินแบ่งทองกัน เรื่องเกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เมื่อเกิดปัญหาแล้ว กระบวนการตรวจสอบภายในกระทรวงมหาดไทยเป็นการตรวจสอบกันเอง มีการระบุในหนังสือชี้แจงผลการตรวจสอบบอกว่า น.ส. พ. ผิดวินัยร้ายแรง แต่ อสถ. กลับไม่ผิด คือเรื่องที่ไม่ชอบมาพากล จึงต้องมาซักถามการบริหารราชการแผ่นดินของรมว.มหาดไทย ว่าบทลงโทษของกระทรวงมหาดไทยคืออะไร ขณะที่ ช.เป็นเอกชนไม่สามารถดำเนินการใดๆได้

“สุดท้ายบทลงโทษของกระทรวงมหาดไทยทุกคนได้ดีกันหมด น.ส. พ. จากเป็นรองปลัดเทศบาล ปัจจุบันถูกลงโทษหนักสุดๆ ได้เป็นปลัดเทศบาลเมืองบางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งล่าสุดได้ย้ายไปช่วยราชการที่อำนาจเจริญอีกครั้ง และหนังสือล่าสุดจะกลับมารับตำแหน่งเดิมในวันที่ 17 ก.พ. ส่วนรองอธิบดีที่ลงนามในวันนั้น ถูกลงโทษให้เป็นอธิบดีในปัจจุบัน ส่วนอธิบดีที่แชทไลน์ คุยกับมือทำงานที่ส่งข้อความ และเอกสารภายในคุยกันว่าจะได้เท่าไหร่ อนุมัติได้หรือไม่ ปัจจุบันได้รับการลงโทษให้เป็นปลัดกระทวงมหาดไทย นี่คือการบริหารราชการแผ่นดินยุค 3 ป. ท่านจะบอกว่าท่านปราบโกงก็แล้วแต่ท่าน แต่ท่านลงโทษกันแบบนี้ ผมเลยต้องมาอภิปรายซักถามว่ารมว.มหาดไทย รู้เห็นเป็นใจกับโครงการทุจริตครั้งนี้หรือไม่ ทราบข้อมูลพยานหลักฐานที่กล่าวมาแล้วใช่หรือไม่ กระบวนการลงโทษทางวินัยของกระทรวงมหาดไทย มีแต่เลื่อนตำแหน่งขึ้นใช่หรือไม่ คนที่ประวัติด่างพร้อยมีมลทินมัวหมองสมควรเป็นปลัดกระทรวงต่อในยุค 3 ป. หรือไม่” นายณัฐชากล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' ปัดดีลการเมือง หลังควง 'เศรษฐา' ดูมวยราชดำเนิน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีไปดูมวยไทยที่เวทีราชดำเนินกับ นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี จนถูกโยงว่ามีการพูดคุยทางการเมือง ว่า ไม่มี ก็เป็นการเปิดหูเปิดตา

“พาณิชย์” ผนึกมหาดไทยลุยปราบนอมินีห้วยขวาง

“พาณิชย์” ร่วมทีมมหาดไทยส่งทีมปราบนอมินี ตรวจสอบโรงแรม ร้านอาหาร เครื่องดื่มและ และร้านบิวตี้ ย่านห้วยขวาง พบทำธุรกิจผิดกฎหมาย มีคนต่างชาติทำงานไม่มีใบอนุญาต บางรายอ้างผู้มีอำนาจขอเคลียร์ทางโทรศัพท์ ส่วนบริษัทที่ดูแลธุรกิจ พบเป็นนอมินี เหตุสำนักงานกฎหมายและสำนักงานบัญชีดำเนินการจัดตั้งและหาผู้ถือหุ้นคนไทยให้

'ไชยชนก' ยันรัฐบาลมีเสถียรภาพมั่นคง ไม่จำเป็นต้องดึง 'สส.กล้าธรรม' เข้ามาเพิ่ม

นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าวมี สส.พรรคกล้าธรรม (กธ.) 10 คน ในกลุ่มนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี พรรค กธ. จะย้ายไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า และเพื่อเติมเสียงให้รัฐบาล ว่า รัฐบาลมีเสถียรภาพและมีความมั่นคงมากๆ ไม่ใช่แค่เพียงพรรคเรา แต่เรายังมีพรรคร่วมรัฐบาลเป็นพันธมิตร เพราะฉะนั้นในเรื่องเสถียรภาพตนคิดว่ามี ส่วนที่มีการถามเมื่อสักครู่ว่ามีการเติมเสียงนั้นตนไม่ได้ยิน

'อนุทิน' ขำข่าว 'งูเขียว' ซบน้ำเงิน โชว์น้ำมันเขียวกลางวงสื่อ ก่อนแซะ 'พรรคส้ม' กระโดดงับอีกแล้ว

“อนุทิน” บอกไม่รู้ข่าว 10 งูเขียวเข้าพรรคสีน้ำเงิน แจงภาพ “เนวิน-บุญยิ่ง” แค่ไปดูบอล อย่าโยงการเมือง ก่อนหยิบน้ำมันเขียวโชว์