เปิดคิวงาน ‘บิ๊กตู่’เดินสายแน่น 20 ก.พ.นี้เตรียมลงพื้นที่ ‘จันทบุรี- ระยอง’ ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่รทสช. เมืองย่าโม 25 ก.พ.นี้
20 ก.พ.2566 - ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ยังคงลงพื้นที่ต่อเนื่อง หลังเดินทางลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ที่ผ่านมา ล่าสุดในวันพุธที่ 22 ก.พ. ช่วงเช้า นายกรัฐมนตรี เดินทางไปยังจังหวัดจันทบุรี เพื่อพบปะประชาชนรับฟังปัญหาการกัดเซาะพื้นที่ชายฝั่งทะเล ที่วัดเขาตาหน่วย ต.เกาะเปริด พร้อมกล่าวมอบนโยบาย จากนั้นตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของโรงพยาบาลพระปกเกล้า ต.วัดใหม่ อำเภอเมืองจันทบุรี แล้วเดินทางต่อไปพบประชาชน เพื่อรับฟังปัญหาพื้นที่ทับซ้อน เขตอำเภอเมืองจันทบุรี ที่วัดโค้งสนามเป้า ต.ท่าช้าง
จากนั้นช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมยางพารา และพืชเศรษฐกิจ EEC 2023 ที่สำงานตลาดกลางยาวพารา จังหวัดระยอง ต.ชุมแสง อ.วังจันทร์ จังหวัดระยอง พร้อมมอบโล่ และใบประกาศให้แก่ผู้มีอุปการะคุณในการจัดงาน ก่อนเป็นประธาน สักขีพยานในโอกาศการลงนาม การจับคู่ธุรกิจ โดยบันทึกความร่วมมือในการทำธุรกิจร่วมกันในประเทศไทย แล้วเยี่ยมชมนิทรรศการการประยุกต์และพัฒนาเทคโนโลยีทางการเกษตรอุตสาหกรรม ที่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาด จากนั้นเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร
จากนั้นวันที่ 25 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคการเมือง พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) มีกำหนดการขึ้นเวทีปราศรัยที่ จ. นครราชสีมา โดยเวลา 13.10 น.พล.อ.ประยุทธ์ จะเดินไปศูนย์ผ้าไหม อ.ปักธงชัย เพื่อเป็นประธานทำพิธี “ปักธงชัยชนะ” พร้อมเยี่ยมชมศูนย์ผ้าไหมและพบปะประชาชน อ.ปักธงชัย จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ เดินทางไปศูนย์การศึกษา ดินเผาด่านเกวียน เพื่อเยี่ยมชมศูนย์เครื่องปั้นดินเผาและพบปะประชาชน และเดินทางไปยังสมาคมจีนหลักเสียงเซียงตึ้ง เพื่อสักการะศาลเจ้าปู่ย่า และดื่มน้ำชาร่วมกับกรรมการสมาคม พร้อมพบปะสมาชิก SME จ.นครราชสีมา
ต่อมาเวลา 17.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานประกอบพิธีบวงสรวงท้าวสุรนารี (ย่าโม) ก่อนไปยังเวทีปราศรัยที่สนามหน้าศาลากลาง โดยจะขึ้นเวทีปราศรัยในเวลา 18.30 น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อนุทินโชว์วิสัยทัศน์ลุยถกทวิภาค
“อนุทิน” โชว์วิสัยทัศน์ที่ประชุมอาเซียน แนะ 3 แนวทางเชิงยุทธศาสตร์ “เอกภาพ-ยืดหยุ่น-บทบาท” หารือทวิภาคีทั้งผู้นำเวียดนาม-มาเลเซีย-สิงคโปร์ “สีหศักดิ์” แจงหารือ 3 ฝ่ายปัญหาไทย-กัมพูชา เล็งส่งอุปทูตกลับไปประจำการ
กัมพูชามั่ว! ไทยอย่ารั่วตาม 'ไกล่เกลี่ยภาคบังคับ' ไม่จำเป็น
รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ *กัมพูชามั่ว…ไทยอย่ารั่วตาม! โดยระบุว่า
'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลัง 'มูดี้ส์' ปรับเครดิตไทย ไม่กังวลกู้ 4 แสนล้าน
'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลังดึงความเชื่อมั่นไทย 'มูดี้ส์' ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยสู่ระดับ Stable แจงแผนมุ่งสร้างการเติบโต เร่งเครื่องการลงทุน ย้ำจุดยืนวินัยการคลัง
นายกฯ เงาโชวกึ๋น! เท้งแนะอนุทินใช้เวทีอาเซียนซัมมิตแสดงบทบาทนำ
'เท้ง ณัฐพงษ์' ยก 3 วาระประชาชน ที่ 'นายกฯอนุทิน' ควรใช้เวทีอาเซียนซัมมิตแสดงบทบาทนำของไทยแก้ปัญหา แนะ เคลียร์ปมพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา ไทยต้องคุมเกมเจรจาทวิภาคี
นายกฯ ชี้จ่ายเงินเยียวยาแพะ 8 พันล้านไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ!
นายกฯ เปิดงาน '24 ปีการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์' สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ทำงานรวดเร็ว ทั่วถึงเป็นธรรม ชี้จ่ายเงินเยียวยา 8 พันล้าน ไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ ยกระดับกระบวนการยุติธรรมไทยสู่สากล
รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง
4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

