ในช่วงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่พลังงานหมุนเวียน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon Neutrality ภายในปี ค.ศ.2050 ของประเทศและของโลก ถือเป็นความท้าทายของหน่วยงานด้านพลังงาน เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่มีภารกิจในการดูแลความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ ต้องแสวงหาเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน เนื่องด้วยข้อจำกัดของพลังงานหมุนเวียนที่มีความไม่เสถียร ทั้งพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ตลอดเวลา โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับหรือระบบกักเก็บพลังงานด้วยพลังน้ำขนาดใหญ่ (Energy Storage System: ESS) จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน เพื่อลดความไม่แน่นอน ไม่เสถียร ในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้
โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ เป็นระบบกักเก็บพลังงานประเภทหนึ่งที่มีต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วยต่ำ ช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์จากการผลิตไฟฟ้าได้ การผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าชนิดนี้ใช้หลักการเดียวกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำทั่วไป คือเก็บกักน้ำไว้ในอ่างเก็บน้ำ แล้วปล่อยน้ำผลิตไฟฟ้าในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้ามาก โดยใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที ทำให้สามารถผลิตไฟฟ้าทดแทนไฟฟ้าจากพลังลมหรือแสงอาทิตย์ที่ขาดหายไปได้อย่างทันท่วงที แตกต่างจากโรงไฟฟ้าพลังความร้อน ที่ต้องใช้เวลาในการเตรียมการนาน 2-4 ชั่วโมง
เดิมทีจุดประสงค์หลักของการสร้างอ่างเก็บน้ำ คือเก็บน้ำไว้ใช้เพื่อการเกษตรและอุปโภค-บริโภค การผลิตไฟฟ้าเป็นผลพลอยได้จากการปล่อยน้ำผ่านเครื่องกำเนิดไฟฟ้า แต่ปัจจุบัน เมื่อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมีปริมาณมากขึ้น ช่วงเวลาที่แดดไม่มี ลมไม่พัด จึงส่งผลกระทบต่อความมั่นคงระบบไฟฟ้ามากขึ้นโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ จึงตอบโจทย์ในด้านความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ โดยการสร้างอ่างเก็บน้ำตอนล่างเพิ่มขึ้น เพื่อกักเก็บน้ำที่ผ่านการผลิตไฟฟ้าแล้วจากอ่างเก็บน้ำตอนบน รอจังหวะเวลาที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าน้อย จึงสูบน้ำกลับขึ้นไปเก็บไว้ยังอ่างบน เพื่อนำกลับมาผลิตไฟฟ้าอีกครั้งในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้ามาก โดยไม่ส่งผลกระทบกับการใช้น้ำของประชาชน ด้วยหลักการนี้ จึงทำให้โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับกลายเป็นระบบกักเก็บพลังงานที่ช่วยให้การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมีความมั่นคงมากขึ้น

กระบวนการทำงานของโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ
กฟผ. เดินหน้า เสริมระบบกักเก็บพลังงาน
ปัจจุบัน กฟผ. มีโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ 3 แห่ง ได้แก่ 1) เขื่อนศรีนครินทร์ เครื่องที่ 4 และ 5 จังหวัดกาญจนบุรี กำลังผลิต 360 เมกะวัตต์ 2) เขื่อนภูมิพล เครื่องที่ 8 จังหวัดตาก กำลังผลิต 171 เมกะวัตต์ และ 3) โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จังหวัดนครราชสีมา กำลังผลิต 1,000 เมกะวัตต์

โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก

โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จ.นครราชสีมา
นอกจากนี้ กฟผ. ยังมีแผนพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับเขื่อนจุฬาภรณ์ จังหวัดชัยภูมิ กำลังผลิต 800 เมกะวัตต์ มีแผนจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในปี 2577 ซึ่งได้ดำเนินการจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนแล้วเสร็จเมื่อปี 2565 ที่ผ่านมา พร้อมทั้งจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ตามลำดับ

ปัจจุบันเทรนด์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนกำลังมาแรง เนื่องจากเป็นพลังงานสะอาดไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่พลังงานหมุนเวียนยังมีข้อจำกัดเรื่องความไม่แน่นอน ไม่เสถียร เนื่องจากต้องพึ่งพิงทรัพยากรธรรมชาติที่ไม่สามารถควบคุมได้ โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับซึ่งเปรียบเสมือน “ระบบกักเก็บพลังงาน” ที่ช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงานและเป็น “แหล่งไฟฟ้าสำรอง” พร้อมรองรับความผันผวนของพลังงานหมุนเวียน จึงเป็นอีกทางเลือกที่จะช่วยให้ประเทศและโลกก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
หนุนผลิตภัณฑ์ชุมชนลดใช้พลังงานพร้อมลุยขยายช่องทางการตลาด
พลังงานดันเศรษฐกิจฐานรากด้วยพลังงานสะอาด ลงพื้นที่จังหวัดระยองเพื่อเยี่ยมชมกระบวนการผลิต ข้าวไรซ์เบอร์รี่สแนคบาร์ และกล้วยม้วน สองสินค้าชุมชนต้นแบบที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์ชุมชน ลดใช้พลังงาน พร้อมดึงเข้าร่วมแคมเปญ "กินพี่ แล้วหมีหนาว" เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าขยายช่องทางการตลาด
กฟผ. คว้ารางวัลใหญ่ Special Prizes on Stage จากองค์กรนานาชาติ พร้อมอีก 2 เหรียญทอง 2 รางวัลพิเศษ จาก วช. ในเวที INTARG 2026 ณ เมืองคาโตไวซ์ สาธารณรัฐโปแลนด์
นายสรวิชญ์ หิมะมาน ผู้ช่วยผู้ว่าการวิศวกรรมระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นำทีมนักประดิษฐ์ร่วมประกวดและจัดแสดงผลงานนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ในเวทีระดับนานาชาติใ
กฟผ.ชู Triple S สู่ Net Zero รับวันสิ่งแวดล้อมโลก 2569
Triple S กลยุทธ์เปลี่ยนวิกฤต "โลกเดือด" ไปสู่ Net Zero โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กลยุทธ์แห่งการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยไปสู่ยุคพลังงานสะอาดได้อย่างยั่งยืน
'เอกนัฏ' ปิ๊งไอเดียดึงรายได้กฟผ.ช่วยอุ้มค่าไฟผู้ใช้ 200 หน่วยแรก
'เอกนัฏ' ผุดไอเดียดึงรายได้ กฟผ. ช่วยอุ้มค่าไฟผู้ใช้ 200 หน่วยแรก ชง ครม. เคาะ ยันไม่กระทบแผนลงทุน พร้อมจ่อเพิ่มกลุ่ม Data Center เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าใหม่ ประเภทที่ 9 หวังเข้ามาช่วยแบกรับภาระค่าพร้อมจ่ายในระบบเดิม
SSP ปักเสาเอกวินด์ฟาร์มบาโกฟิลิปปินส์ 150 MW ดันพอร์ตพลังงานสะอาดมุ่งเป้า 1,000 MW
บริษัท บาโก เนกรอส เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น (BNEC) บริษัทย่อยของ บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SSP) โดยมีนายภาสกร ปัญญารัตนากร ประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการ และในฐานะ
รับมือวิกฤตโลกเดือด! ถอดรหัสแผน “Triple S” ของ กฟผ. สู่เส้นทาง Net Zero ที่ยั่งยืน
เนื่องในโอกาสวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญที่ย้ำเตือนให้พวกเราทุกคนหันกลับมามองสถานการณ์ของบ้านหลังเดียวที่เราอาศัยอยู่

