เช็กเลย! เที่ยวต่างประเทศช่วงสงกรานต์ ต้องทำอะไรบ้าง

27 มี.ค. 2566 - น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ที่จะมาถึงนี้ คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศจำนวนมาก ซึ่งในส่วนผู้ที่วางแผนจะเดินทางไปต่างประเทศนั้น ขอให้ศึกษาและปฏิบัติตามแนวทางที่กระทรวงการต่างประเทศได้มีข้อแนะนำ โดยให้ตรวจสอบเงื่อนไขการเข้าประเทศต่างๆ ศึกษาข้อมูลประเทศปลายทาง มีกฎหมายข้อห้ามใดที่สำคัญหรือไม่ รวมทั้งเตรียมเอกสารต่างๆ และหนังสือเดินทางของตนให้พร้อม

ทั้งนี้ ตามข้อกำหนดของสายการบินต่างๆ จะไม่อนุญาตให้ผู้เดินทางที่หนังสือเดินทางมีอายุน้อยกว่า 6 เดือนเดินทาง จึงขอให้ตรวจว่าหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ตเหลืออายุในเกณฑ์ที่ใช้เดินทางได้หรือไม่ หากเหลืออายุไม่ถึง 6 เดือนก็ให้ติดต่อกรมการกงสุลต่อไป ซึ่งปัจจุบันสามารถบริการหนังสือเดินทางได้สะดวกและรวดเร็ว นอกจากกรมการกงสุล แจ้งวัฒนะแล้ว ประชาชนสามารถติดต่อที่สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวอีก 7 แห่งในกรุงเทพฯ และอีก 18 แห่งทั่วประเทศด้วย โดยสามารถลงทะเบียนจองคิวออนไลน์ก่อนเข้ารับบริการได้ที่ https://www.qpassport.in.th/#/landing

นอกจากนี้ หากประสงค์จะทำหนังสือเดินทางด้วยตู้ kiosk ก็ทำได้ด้วยการกรอกข้อมูลและถ่ายรูปได้ด้วยตนเอง มีจุดให้บริการที่สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ปทุมวัน ณ ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ ชั้น 5 และสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซ่า เวสต์เกต ชั้น G

"กระทรวงการต่างประเทศยังแนะนำให้ผู้จะเดินทางไปต่างประเทศดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Thai Consular ซึ่งมีข้อมูลด้านกงสุลและรายละเอียดหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อสถานเอกอัครราชทูตไทย(สอท.) สถานกงสุลใหญ่(สกญ.) ในประเทศต่าง ๆ อย่างครบถ้วน และสามารถขอรับความช่วยเหลือหากเกิดเหตุด่วนในต่างประเทศได้ผ่านการกดเมนู SOS ในแอปพลิเคชัน หรือประสานหมายเลขสายด่วนของ สอท. สกญ. ในประเทศนั้น ๆ ได้ โดยแม้ สอท. และสกญ. หลายแห่งจะปิดทำการช่วงเทศกาลสงกรานต์ แต่ชาวไทยในต่างประเทศท่านสามารถติดต่อสายด่วนทุกแห่งได้ ส่วนในประเทศไทยสามารถติดต่อสายด่วนกรมการกงสุลที่เบอร์ 02 572 8442 ตลอด 24 ชั่วโมง" รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เดินหน้าตามนโยบายนายกฯ ลุยปราบ 'นอมินี' โชว์ไตรมาสแรกกวาดล้างบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลง 60%

โฆษกรัฐบาล แจง รัฐลุยปราบ ‘นอมินี’ มุ่งสร้างธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ‘ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี’ ชวนปชช.แจ้งเบาะแส 1570

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

รัฐบาลเดินหน้าปราบสินค้าสุขภาพผิดกฎหมาย โฆษณาเกินจริง

รัฐบาลเดินหน้าปราบผลิตภัณฑ์ – โฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย ปิดกั้นโฆษณาผิดกฎหมายแล้วกว่า 121,494 รายการ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด 6,748 คดี ทลายแหล่งกระทำผิด 576 แห่ง มูลค่าของกลางรวมกว่า 1,152 ล้านบาท