ปตท. - กฟผ. ผนึกกำลังจัดงานการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน

อย่างที่ทราบกันดีว่า พลังงานเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากบนโลกไปนี้ เพราะพลังงานเป็นตัวขับเคลื่อนสังคม เศรษฐกิจ และชีวิตมนุษย์ การที่ปัจจุบันทุกคนเริ่มหันมาใส่ใจเรื่องการดูแลพลังงาน มุ่งมั่นให้การใช้พลังงานยั่งยืนไปสู่อนาคตได้นั้นจึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีเช่นเดียวกับที่กระทรวงพลังงาน ร่วมมือระหว่าง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) 
 
 
จัดงาน “ฟิวเจอร์ เอนเนอร์ยี่ เอเชีย และ “ฟิวเจอร์ โมบิลิตี้ เอเชีย 2023” (Future Energy Asia and Future Mobility Asia 2023) เพื่อหารือถึงบทบาทของเอเชียต่อการเปลี่ยนแปลงผ่านพลังงานในระดับโลก ตามตั้งเป้าหมายบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2593 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emission) ภายในปี 2608
 
โดยนายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน ได้กล่าวว่าเพื่อการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านพลังงานสะอาดและยานยนต์แห่งเอเชีย รองรับเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่คาดการณ์ว่าจะมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของโลก ภายในปี 2573 และความต้องการพลังงานในภูมิภาคจะเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าระหว่างปี 2556-2583 โดยการจัดงานครั้งนี้มีขึ้นระหว่างวันที่ 17-19 พ.ค.2566 คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 18,000 ราย จากกว่า 70 ประเทศ
 
โดยผ่านแพลตฟอร์มความร่วมมือทางธุรกิจ และการสร้างเครือข่ายพันธมิตรในอุตสาหกรรมพลังงานและยานยนต์ ผ่านการประสานภาคธุรกิจ นวัตกร และฝ่ายนโยบาย ให้สามารถสร้างก้าวสำคัญในการข้ามความท้าทายด้านพลังงานทั้ง 3 ประการ (Energy Trilemma) ประกอบด้วย 1.การสร้างความมั่นคงทางพลังงาน 2.การเข้าถึงพลังงานในราคาที่เหมาะสม และ 3.ความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะมาช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระหว่างการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ทั้งในระดับภูมิภาคและในระดับโลก
 
 
นายพิสุทธิ์ เพียรมนกุล เลขานุการ รมว.พลังงาน กล่าวว่ามั่นใจใน 10-20 ปีข้างหน้า สัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดในไทยจะเพิ่มขึ้นเป็น 50% จากปัจจุบันอยู่ที่ 20% ตามแผนปฏิบัติการด้านพลังงาน พ.ศ.2566-2580 หรือ ‘แผนพลังงานชาติ’ ที่เน้นการเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนและพลังงานสะอาดจากโรงไฟฟ้าใหม่ให้มากกว่า 50% จากปัจจุบันอยู่ที่ 20%
 
นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานภาคขนส่งเป็นพลังงานไฟฟ้าสีเขียว เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการปรับโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานตามแนวทาง 4D1E เพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี 2593 ซึ่งขณะนี้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างแก้ไขรายละเอียดประกอบแผน​ คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ เพื่อเสนอร่างแผนพลังงานชาติให้รัฐบาลชุดใหม่พิจารณา และมีผลบังคับใช้ภายในปี 2566
 
 
“นโยบายพลังงานกับรัฐบาลใหม่ ต้องมีการประกาศให้ชัดเจนมากขึ้น เป็นหน้าที่ของรัฐบาล​ ซึ่งแผนพลังงานแห่งชาติมีความเป็นสากลอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมีการปรับแก้ไขมากนัก แต่หากรัฐบาลใหม่และรมว.พลังงาน ที่จะเข้ามาดำเนินนโยบายมความรู้ ความเชี่ยวชาญและความคิดที่เป็นมุมมองใหม่ๆ ก็อาจจะมีการรีเฟรชไอเดีย ให้สอดคล้องและยืดหยุ่นไปในทิศทางเดียวกันได้ ทั้งด้านความมั่นคงของพลังงาน และราคาไฟฟ้าที่เหมาะสม เข้าถึงและรับได้ สามารถสะท้อนราคาจริงตามตลาดโลกมากขึ้น”นายพิสุทธิ์ กล่าว
 
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มองว่าสถานการณ์ราคาพลังงานตลาดโลก เริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ยังคงต้องติดตามและเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงที่ยังมีความผันผวนค่อนข้างมาก ดังนั้นการจะปรับลดราคาพลังงานของประเทศ ต้องพิจารณาถึงปัจจัยหลักรอบด้านทั้งราคาตลาดโลก ปริมาณการใช้พลังงานในประเทศ และสัญญาพลังงานที่ทำไว้ตั้งแต่ในอดีต
 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สิ่งที่ไทยเราต้องรู้และเข้าใจก่อนตัดสินใจเลือกเทคโนโลยี SMR

ในวันที่โลกต้องการไฟฟ้าสะอาดที่มีความเสถียรสูงเพื่อรองรับการขยายตัวของเทคโนโลยี AI และ Data Center ทำให้เทคโนโลยีโรงไฟฟ้า SMR (Small Modular Reactor) หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก กลายเป็นหนึ่งในทางเลือกพลังงานสะอาดที่หลายประเทศให้ความสนใจ เพราะสามารถจ่ายไฟได้ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีต้นทุนค่าไฟฟ้าที่แข่งขันได้

OR เผยผลประกอบการQ 3 /69 กำไรสุทธิ 5,138 ล้านบาท

OR เผยผลประกอบการQ 3 /69 กำไรสุทธิ 5,138 ล้านบาท ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนพร้อมเดินหน้ารุกธุรกิจ Lifestyle และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอย่างต่อเนื่อง

ถักทอเรื่องราวร้อยเลเยอร์ ผลงานสื่อผสมสุดประณีต “ต้นไม้แห่งชีวิต และอนาคต” จากเจ้าของรางวัลเยาวชนอายุระหว่าง 9-13 ปี

บทความพิเศษจากเวทีประกวดศิลปกรรม ปตท. ประจำปี 2569 พามาเจาะลึกผลงานอันน่าทึ่งของเยาวชนคนเก่งผู้คว้ารางวัล PTT Art Grand Prize Award ระดับเยาวชนอายุระหว่าง 9-13 ปี ได้แก่ เด็กหญิงณัชชา ณ ลำพูน

เสียงสะท้อนแห่งวิถีชาวเลและรากเหง้า กับผลงานประติมากรรมสื่อผสม “เงาสะท้อนชีวิต หมายเลข 2” จากเจ้าของรางวัลระดับประชาชนทั่วไป

ปิดท้ายซีรีส์พิเศษจากเวทีประกวดศิลปกรรม ปตท. ประจำปี 2569 ด้วยผลงานระดับมาสเตอร์พีซอันทรงคุณค่าของผู้ชนะเลิศรางวัล PTT Art Grand Prize Award

จินตนาการไร้กรอบกับผลงานชิ้นเอก “อารยธรรมตื่นรู้” จากปลายพู่กันเยาวชนอายุต่ำกว่า 9 ปี

สานต่อแรงบันดาลใจจากเวทีประกวดศิลปกรรม ปตท. ประจำปี 2569 ในซีรีส์เจาะลึกผลงานยอดเยี่ยม พามาทำความรู้จักกับศิลปินรุ่นจิ๋วมากความสามารถ เจ้าของ

ตำนานแห่งธรรมชาติสู่วิวัฒนาการอนาคต เปิดเบื้องหลังผลงาน “รากแห่งวันพรุ่งนี้” จากผู้ชนะรางวัลระดับเยาวชนอายุระหว่าง 14–18 ปี

บนเวทีประกวดศิลปกรรม ปตท. ประจำปี 2569 ยังมีอีกหลายผลงานที่น่าสนใจ แต่หนึ่งในงานที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้เยี่ยมชมได้อย่างมาก