สะดุ้งโหยง! 'อนุทิน' ยันไม่มีใครคิดแย่งจัดตั้งรัฐบาล จนกว่าความจำเป็นจะเกิดขึ้น

ยังไม่มีการคุยไปถึงจุดนั้น และคิดว่าทุกพรรคทำตามกติกาและมารยาททางการเมือง ไม่มีใครคิดจะไปแย่งจัดตั้งรัฐบาลจนความจำเป็นจะเกิดขึ้น

11 ก.ค.2566 – ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประชุม ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน (11 ก.ค.) ถึงทิศทางการโหวตนายกรัฐมนตรีว่า ในการประชุมดังกล่าวจะมีการหารือว่าในวันที่ 13 ก.ค.จะมีการโหวตเลือกนายกฯอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ประชุมจะมีการเคาะเลยหรือไม่ว่าการโหวตนายกฯจะไปในทิศทางใด นายอนุทิน กล่าวว่า ให้ ส.ส.ทุกคนได้แสดงความคิดเห็น แต่พรรคมีจุดยืนและเจตนารมณ์ตามที่ได้เคยแถลงการณ์แล้ว เมื่อถามว่า นายอนุทินจะชี้นำไปเลยหรือไม่ว่าให้ลงมติอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า เราไม่ชี้นำ เพราะ ส.ส.ต้องพึงรับทราบเจตนารมณ์ของพรรคภูมิใจไทย แนวทางและจุดยืนของพรรคเป็นอย่างไร

ถามว่า นายอนุทินยังยืนยันใช่หรือไม่ว่าการโหวตนายกฯทำได้เพียงครั้งเดียวนายอนุทิน กล่าวว่า ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้

เมื่อถามว่า หากสุดท้ายนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล ไม่ผ่านการโหวตนายกฯ และพรรคเพื่อไทยพลิกจัดตั้งรัฐบาลแทน พรรคภูมิใจไทยมีแนวทางอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้คิด เพราะตอนนี้ผู้จัดตั้งรัฐบาลคือ พรรคอันดับ 1 กับพรรคอันดับ 2 และอีก 6 พรรคการเมือง และขณะนี้พรรคภูมิใจไทยก็ให้ดำเนินการไปตามกติกา ภาระหน้าที่ยังไม่ตกมาถึงพรรคภูมิใจไทยในการจัดตั้งรัฐบาล

ซักถามว่า มีการพูดคุยกันถึงแผนสอง แผนสามหรือยัง หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ตอบว่า ไม่มีเพราะแผนหนึ่งยังไม่เกิดเลย

ถามว่า ขณะนี้มีพรรคร่วมรัฐบาลเดิมได้มาหารือเรื่องการโหวตนายกฯหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มี ยังไม่มีการคุยไปถึงจุดนั้น และคิดว่าทุกพรรคทำตามกติกาและมารยาททางการเมือง ไม่มีใครคิดจะไปแย่งจัดตั้งรัฐบาลจนความจำเป็นจะเกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ระบุว่ามีการตั้งวิปประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลเดิม ความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่มีการถึงขั้นตั้งวิป ถ้ามีการพูดคุยกันคงเป็นเรื่องของผู้บริหารของพรรค ซึ่งมีช่องทางสื่อสารกันอยู่แล้ว

ซักถามว่า มองอย่างไรที่มีผู้ชุมนุมหลักหมื่นคนจะมาชุมนุมที่บริเวณรัฐสภาเพื่อสนับสนุนนายพิธา หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ตอบว่ว่า ถ้าเป็นสิทธิของประชาชนตามรัฐธรรมนูญและภายใต้กฎหมาย ไม่ทำความเดือดร้อนให้ใคร ไม่สร้างความแตกแยกก็พึงกระทำได้เมื่อถามว่า กลัวม็อบที่มาชุมนุมกดดันหรือไม่ นายอนุทินหัวเราะ แต่ไม่ได้ตอบคำถาม.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ หวานใส่ 'กำนัน-ผญบ.' ไม่ช่วยรัฐบาลง่อยแน่ ด่านแรกที่พึ่งปชช.

นายกฯ ลั่นไม่มี 'กำนัน-ผญบ.‘ ช่วยขับเคลื่อนงานรัฐบาลง่อยแน่ ชี้ด่านแรกปชช.มีทุกข์ต้องพึ่งพิง ขอเป็นผู้อิทธิพลที่ดีช่วยปราบอันธพาล ชูสุภาษิต 'เตะหมาต้องดูเจ้าของ' อย่าให้ใครรังแกลูกบ้าน

นายกฯบุกภูเก็ตปราบมาเฟียรุกที่สาธารณะ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต เพื่อปฏิบัติราชการกำชับและติดตามการแก้ไขปัญหาบุกรุกชายหาดสาธารณะ

กัมพูชามั่ว! ไทยอย่ารั่วตาม 'ไกล่เกลี่ยภาคบังคับ' ไม่จำเป็น

รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ *กัมพูชามั่ว…ไทยอย่ารั่วตาม! โดยระบุว่า

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

"ณัฏฐ์ชนน" สวนกลับ "หัวหน้าเท้ง" ระราน "พิพัฒน์" ถาม รับผิดชอบอะไร เอาคนดำมะเมี่ยม มาลงสมัคร สส.

วันที่ 2 พ.ค.2569 นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ โฆษกพรรคภูมิใจไทย สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ที่มาระรานให้ปลด นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เพราะรู้จักกับเสี่ยตือ ว่า เป็นเรื่องพิลึก ที่ฝ่ายค้านที่อวดอ้างว่าเป็นคนรุ่นใหม่

นายกฯ อวยพร 'วันแรงงานแห่งชาติ' ชี้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต้องมีเหตุผล

'อนุทิน' อวยพรวันแรงงานแห่งชาติ ขอให้สุขภาพแข็งแรง ทำงานสำเร็จ-มีความมั่นคงในชีวิต ชี้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต้องมีเหตุผล