
หากใครเคยไปเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน คงจะคุ้นกับชื่อตำบล “ผาบ่อง” กันอยู่บ้าง เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นชุมชนที่มีวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ทั้งกลุ่มชาติพันธุ์ไทใหญ่และปกาเกอะญอ อีกทั้งพื้นที่ยังรายล้อมไปด้วยภูเขา ลำธาร ต้นไม้ ทุ่งนาสีเขียว และสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ อย่างสะพานข้าว บ่อน้ำร้อน และจุดชมวิว ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนนัก ปัจจุบันผาบ่องมีอีกหนึ่งสถานที่สำคัญ เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่ช่วยหล่อเลี้ยงหัวใจให้กับระบบไฟฟ้าของจังหวัด นั่นก็คือ โครงการนำร่องการพัฒนาสมาร์ทกริดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่มีระบบผลิตไฟฟ้าด้วยแสงอาทิตย์ หรือ โซลาร์ฟาร์ม ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) ที่พร้อมจ่ายไฟเสริมความมั่นคงให้ระบบไฟฟ้า


แม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงขึ้นทุกปี แต่ด้วยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูง ป่าอนุรักษ์ ป่าสงวน และเขตอุทยานแห่งชาติ ทำให้ไม่สามารถก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ หรือแม้แต่ระบบส่งไฟฟ้าแรงสูงได้ จังหวัดนี้จึงต้องพึ่งพาแหล่งผลิตจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนแม่สะงา และโรงไฟฟ้าพลังน้ำผาบ่อง ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) โรงไฟฟ้าดีเซลแม่ฮ่องสอน และโซลาร์ฟาร์ม ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นส่วนเสริมหากระบบส่งไฟฟ้าขนาดแรงดัน 115 กิโลโวลต์ ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ที่เชื่อมโยงไฟฟ้ามาจากจังหวัดเชียงใหม่ด้วยระยะทางยาวกว่า 170 กิโลเมตร มีปัญหาขัดข้อง เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นป่าเขา มักเกิดเหตุการณ์ลมพายุพัดต้นไม้ล้มพาดสายไฟฟ้าอยู่เสมอ อีกทั้งยังมีการเผาป่า และดินโคลนถล่ม แม่ฮ่องสอนจึงมีเหตุการณ์ไฟฟ้าตกไฟฟ้าดับอยู่บ่อยครั้งและยาวนานที่สุด โครงการนำร่องการพัฒนาสมาร์ทกริดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนจึงเกิดขึ้นตามแผนพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะของประเทศไทยในระยะสั้น พ.ศ. 2560 – 2564 ด้วยความร่วมมือของจังหวัดแม่ฮ่องสอน กระทรวงพลังงาน พพ. กฟผ. และ กฟภ. เพื่อจำลองโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศไทยให้มีขนาดเล็กลง ครอบคลุมเฉพาะพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เพื่อเป็นต้นแบบในการนำเทคโนโลยีสมาร์ทกริดเข้ามาบริหารจัดการระบบไฟฟ้า ซึ่ง 1 ใน 4 ยุทธศาสตร์ Smart สำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนโครงการฯ นี้ได้ คือการเดินหน้า “Smart Energy” ที่ประกอบไปด้วยโซลาร์ฟาร์ม แบตเตอรี่ และระบบผลิตไฟฟ้าบนหลังคา หรือ โซลาร์รูฟท็อป


“บนพื้นที่ทั้งหมด 45 ไร่ เราใช้พื้นที่ 40 ไร่ในการติดตั้งโซลาร์ฟาร์ม ขนาดกำลังผลิต 3 เมกะวัตต์ อีกแห่งหนึ่ง ที่มาพร้อมแบตเตอรี่ 4 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นแบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออนรุ่นใหม่ ไม่ปล่อยไอกรดและไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม การที่เลือกผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนด้วยโซลาร์ฟาร์ม เป็นเพราะสภาพพื้นที่แม่ฮ่องสอนไม่เหมาะสมกับการติดตั้งกังหันลม ส่วนพลังน้ำนั้นมีอยู่แล้ว เมื่อมีพื้นที่โล่งเป็นที่ราบ มีแสงแดดในระดับความเข้มที่เหมาะสม และอยู่ติดกับพื้นที่เดิมของโรงไฟฟ้าดีเซลที่มีความพร้อมของระบบส่ง จึงเหมาะแก่การทำโซลาร์ฟาร์มไว้เสริมการใช้ไฟฟ้าของชาวแม่ฮ่องสอน และยังมีแบตเตอรี่ไว้เก็บไฟฟ้าเพื่อจ่ายไฟฟ้าในยามไฟฟ้าตกไฟฟ้าดับ เสริมการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังน้ำและโรงไฟฟ้าดีเซลได้ เพื่อจ่ายไฟฟ้าให้กับอาคารสถานที่ราชการ โรงพยาบาล ที่มีความสำคัญและความจำเป็น” นายอนุศักดิ์ จันทคราม หัวหน้าโครงการพัฒนาโครงการนำร่องการพัฒนาสมาร์ทกริด กฟผ. เล่าให้เห็นภาพ

แผงโซลาร์เซลล์ชนิดโมโนคริสตัลไลน์ กว่า 5,500 แผง เริ่มติดตั้งตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2565 ปัจจุบันแล้วเสร็จและเดินเครื่องจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2566 ซึ่งก่อนการเริ่มงานโซลาร์ฟาร์ม ทางโครงการฯ ได้เตรียมความพร้อมด้านสาธารณูปโภคต่าง ๆ ทั้งการปรับพื้นที่เดิมที่เคยรกร้าง สร้างถนน สะพาน การระบายน้ำ ก่อสร้างบ่อตกตะกอน บ่อกักเก็บน้ำเสีย เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อชุมชน และปลูกต้นไม้ให้ความร่มรื่น โดยให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ของคนในชุมชนด้วยการจ้างงานสร้างรายได้ ไปพร้อม ๆ กับการเรียนรู้และรับฟังทุกเสียงจากชุมชนหมู่ 1 และหมู่ 12 ตลอดระยะเวลาดำเนินการ

เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ และลดการใช้ไฟฟ้าจากระบบไฟฟ้าหลักให้มากขึ้น ทางโครงการฯ ยังได้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป อีก 200 กิโลวัตต์ ให้กับ 6 สถานที่ราชการในอำเภอเมืองจังหวัดแม่ฮ่องสอน และตำบลผาบ่อง เริ่มจาก เทศบาลแม่ฮ่องสอน 40 กิโลวัตต์ โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ 88 กิโลวัตต์ สถานีตำรวจแม่ฮ่องสอน 10 กิโลวัตต์ ที่ว่าการอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน 30 กิโลวัตต์ สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลผาบ่อง 25 กิโลวัตต์ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลผาบ่อง 7 กิโลวัตต์ โดยติดตั้งแบตเตอรี่ให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลผาบ่อง เพื่อให้สามารถเก็บวัคซีนในช่วงไฟฟ้าตกไฟฟ้าดับได้โดยไม่ต้องกังวล จากการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปและแบตเตอรี่ทั้งหมดตั้งแต่ช่วงต้นปี 2566 จนถึงปัจจุบัน หน่วยงานราชการต่าง ๆ สามารถลดค่าไฟฟ้าลงอย่างเห็นได้ชัด

“Smart Energy ช่วยเสริมศักยภาพของระบบไฟฟ้าในพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนให้มั่นคง โดยเดินหน้าควบคู่ไปกับยุทธศาสตร์อีก 3 Smart คือ Smart System, Smart City และ Smart Learning ซึ่งในอนาคตจะบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าเดิม และระบบส่งไฟฟ้าให้ทันสมัย รองรับแรงดันไฟฟ้าได้มากขึ้น ตอบสนองการใช้ไฟฟ้า และเชื่อมโยงเครือข่ายระบบไฟฟ้าได้ทั้งหมด” หัวหน้าโครงการพัฒนาโครงการนำร่องการพัฒนาสมาร์ทกริด กฟผ. กล่าวเพิ่มเติม

ปัจจุบัน โครงการนำร่องการพัฒนาสมาร์ทกริดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เตรียมพัฒนาสู่แผนพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะของประเทศไทยในระยะกลาง พ.ศ. 2565 – 2574 พร้อมเดินหน้าส่งเสริมระบบบริหารจัดการพลังงานให้ชาวแม่ฮ่องสอนใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป ซึ่งที่ผ่านมา ทางโครงการฯ ได้มีการเปิดตัวสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ายานยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station) เพื่อให้บริการแก่ชาวแม่ฮ่องสอนไปแล้ว และเร็ว ๆ นี้ จะมีการเปิดศูนย์การเรียนรู้ต้อนรับนักท่องเที่ยวและชาวแม่ฮ่องสอน เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงาน เทคโนโลยีสมาร์ทกริด และศิลปวัฒนธรรม ต่อยอดการท่องเที่ยว สร้างเศรษฐกิจที่ดีให้แก่ชุมชน เพื่อให้แม่ฮ่องสอนเป็นต้นแบบเมืองสีเขียวที่มีความมั่นคงในด้านพลังงาน นำไปสู่การพัฒนาให้เป็นเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืนในอนาคตอันใกล้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ก.พลังงาน – กฟผ. หนุนพลังงานสะอาดโครงการหลวง มอบระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เบอร์ 5 และรถกอล์ฟไฟฟ้า ลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อความยั่งยืน
วันนี้ (5 กุมภาพันธ์ 2569) พลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เป็นประธานในพิธีรับมอบระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เบอร์ 5 และรถกอล์ฟไฟฟ้า จำนวน 2 คัน
พน.-กฟผ. ขยายตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชน ลดใช้พลังงาน
กระทรวงพลังงาน จับมือ กฟผ. เดินหน้า "โครงการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชน ลดใช้พลังงาน โดยใช้สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นช่องทางจัดจำหน่าย" ส่งมอบตราสัญลักษณ์ให้กับสินค้าชุมชนประหยัดพลังงาน พร้อมขยายตลาด ยกระดับคุณภาพชุมชนอย่างต่อเนื่อง
'กสม.' ชี้โรงไฟฟ้าหงสาในลาว เสี่ยงก่อมลพิษข้ามแดนกระทบน่าน
กสม. ชี้โครงการโรงไฟฟ้า–เหมืองถ่านหิน 'หงสา' ในลาว เสี่ยงสูงก่อมลพิษข้ามพรมแดนกระทบชาวน่าน จี้บริษัทเอกชน–กฟผ.ใช้มาตรฐานสิ่งแวดล้อมสูงสุด ติดตั้งระบบตรวจวัดสารปรอท 24 ชม.
เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 3.1 ที่ประเทศเมียนมา ห่างจาก อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 248 กม.
กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนภัยแผ่นดินไหว เมื่อเวลา 16.32 น. ได้เกิดแผ่นดินไหว
กฟผ. เปิดช่องทางให้บริการข้อมูลข่าวสารออนไลน์แล้ววันนี้
กฟผ. พร้อมให้บริการในด้านข้อมูลข่าวสาร ทั้งภารกิจหลัก การดำเนินงานเพื่อสังคม ข้อมูลด้านอื่น ๆ รวมไปถึงการบริการต่าง ๆ ผ่านช่องทางบริการออนไลน์แล้ววันนี้
กฟผ.ร่วมยินดีนักกีฬา 'ยกน้ำหนัก-เรือพาย' คว้า21เหรียญทองซีเกมส์2025
ทัพนักกีฬาไทยสร้างผลงานยอดเยี่ยมในศึกซีเกมส์ 2025 คว้า 9 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง จากกีฬายกน้ำหนัก และ 12 เหรียญทอง 9 เหรียญเงิน และ 5 เหรียญทองแดง จากกีฬาเรือพาย สร้างความภาคภูมิใจให้คนไทยทั้งประเทศ

