ศาลรัฐธรรมนูญ นัดประชุม 3 ส.ค. รับ-ไม่รับคำร้องปมมติรัฐสภาห้ามชงชื่อพิธาซ้ำ

ศาลรัฐธรรมนูญนัดประชุม 3 ส.ค.นี้ ถกรับ-ไม่รับคำร้อง ปมมติรัฐสภาห้ามเสนอชื่อ “พิธา” โหวตนายกฯ รอบ 2 ส่อขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ แย้ม 3 แนวทางลงมติ

26 ก.ค.2566 - แหล่งข่าวจากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ในวันที่ 3 ส.ค. 2566 เวลา 09.30 น. คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้นัดประชุมเพื่อพิจารณาว่าจะรับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ไว้วินิจฉัยหรือไม่หลังขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 กรณีรัฐสภามีมติไม่เห็นชอบกับการเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล เป็นนายกฯ รอบสอง ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่โดยสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้รับคำร้องทางธุรการเรียบร้อยแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในเบื้องต้น จะออกได้ 3 แนวทาง คือ
1.ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง
2.ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง แต่ไม่มีคำสั่งให้ชะลอการโหวตนายกฯ
3.ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง และมีคำสั่งให้ชะลอการโหวตนายกฯ ไว้ก่อน

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติเห็นว่า การดำเนินการให้ความเห็นชอบรายชื่อบุคคลเป็นนายกฯ เป็นการกระทำตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ไม่ใช่กรณีเสนอญัตติ ตามข้อ 41 เพราะการเสนอรายชื่อบุคคลได้รับการให้ความเห็นชอบนายกฯ กำหนดไว้เฉพาะตามรัฐธรรมนูญ และในข้อบังคับเป็นคนละหมวดกัน ดังนั้น การดำเนินการของรัฐสภา ในวันที่ 19 ก.ค. มีการกระทำขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 88 มาตรา 159 และ มาตรา 172 และก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยหากปล่อยให้คัดเลือกเห็นชอบ บุคคลที่ดำรงตำแหน่งนายกฯ ดำเนินการต่อไป อาจก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง ยากต่อการเยียวยา จึงมีมติขอให้ศาลกำหนดมาตรการวิธีการชั่วคราว โดยขอให้สั่งชะลอการให้ความเห็นชอบ บุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนายกฯ ออกไปก่อน

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จบข่าว! ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ตีตกปมกล่าวหา 'อนุทิน' ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง

'ศาลรัฐธรรมนูญ' มีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง 'คดีถนนสาธารณะขึ้น-ลงอากาศยาน' ชี้ผู้ร้องยื่นซ้ำไร้สาระใหม่ ปมกล่าวหา 'อนุทิน' ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ขัดรธน.

ศาล รธน. เรียกเอกสารหลักฐานจาก รมว.กลาโหม เพื่อวินิจฉัยคดีต่อต้านเกณฑ์ทหารของ 'เนติวิทย์'

ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาในคดที่ กรณีพ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 27 และมาตรา 45 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 และมาตรา 31 หรือไม่