
18 ก.ย.2566-ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าในการขึ้นทะเบียนผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ทั่วประเทศว่า ขณะนี้ได้ตั้งกรรมการ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานและตนเป็นรองประธาน มีปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้องเป็นคณะกรรมการ โดยจะมีการรวบรวมรายชื่อผู้มีอิทธิพลทั่วประเทศก่อน และตรวจสอบดูว่า ยังมีอิทธิพลอยู่หรือไม่และมาตรวจสอบว่าในพื้นที่มีผู้มีอิทธิพลรายใหม่เกิดขึ้นหรือไม่ โดยจะแบ่งพื้นที่เป็นสีแดง และ สีเหลือง เพื่อทำข้อมูลใหม่ โดยจะเน้นย้ำถึงความเป็นธรรม กับผู้ที่ไม่ได้มีอิทธิพลแล้ว ขณะนี้ ที่เกิดคดีของกำนันนก จะต้องตรวจสอบกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และนักการเมืองท้องถิ่นทั่วประเทศก่อน
นายชาดา กล่าวว่า ผู้มีอิทธิพลที่พฤติกรรมไม่ดี มีหลายรูปแบบบางคนไม่ได้มีตำแหน่งแต่มีอิทธิพล แต่บางคนมีอิทธิพลมากถึงขั้นแต่งตั้งนักการเมืองได้ ก็จะต้องตรวจสอบไปตามขั้นตอน ขอให้ทุกคนใจเย็นๆ เมื่อถามว่าการตรวจสอบผู้มีอิทธิพลในจังหวัดอุทัยธานีเป็นอย่างไร นายชาดากล่าวว่า จบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีการแบ่งพื้นที่เป็นสีแดงและสีเหลืองเรียบร้อยแล้ว โดยสีแดงนั้นมีน้อยมาก เมื่อถามต่อว่า ในพื้นที่จังหวัดนครปฐมต่อไปจะเป็นจุดต่อไปที่จะเข้าไปตรวจสอบหรือไม่นายชาดากล่าวว่า ตรวจพร้อมกันทั่วประเทศทั้งหมด
ถามว่าจะมีการเปิดรายชื่อผู้มีธิพลหรือไม่นายชาดา กล่าวว่าไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้ เนื่องจากกฎหมายไม่เหมือนสมัยก่อน เพราะมีกฎหมายป้องกันข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมย้ำว่าการทำงานปัจจุบัน หากมีรายชื่อหลุดไปอาจจะถูกฟ้องร้องได้ เมื่อถามว่าจะให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่มีชื่อปรากฏ จะรีบมาชี้แจงหรือไม่ นายชาดากล่าวว่า ตนเองมีความเป็นธรรมอยู่แล้ว และไม่สามารถปิดบังตนเองได้
เมื่อถามถึงการตั้งกรอบระยะเวลาการทำบัญชีสีแดงและสีเหลือง นายชาดา กล่าวว่า ขณะนี้พื้นที่จังหวัดอุทัยธานีหมุนเสร็จเรียบร้อยแล้วและในหลายจังหวัดก็จบแล้ว ในการทำงานไม่ได้อยู่ที่กระทรวงมหาดไทยอย่างเดียว แต่มีกระทรวงอื่นมาร่วมทำงานด้วย แต่เบื้องต้นสามารถรวบรวมข้อมูลได้ 20-30 % แล้ว ซึ่งตนเองจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด ขออย่าไปบีบเจ้าหน้าที่ให้เร่งทำงาน เมื่อถามว่ากังวลไหมว่าผู้มีอิทธิพล จะเข้ามาแทรกแซง นายชาดาย้อนถามกลับว่าใครจะมาใหญ่กว่าผม พร้อมหัวเราะแล้วบอกว่าผมตัวใหญ่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดลึก มหาดไทย ขยับ รีเซ็ต คุมอาวุธปืน ฝ่ายกฎหมายแทงสวน
จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ กราดยิงกลางโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ทำให้จากเดิมที่มีความเชื่อกันว่า”โรงเรียน-สถานศึกษา”คือ Safe Zone พื้นที่ปลอดภัย ต้องถูกสั่นคลอน ส่งผลให้รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล มีการบ้านเร่งด่วนคือการทำให้สังคมเชื่อมั่นว่า โรงเรียนยังเป็นพื้นที่ปลอดภัย และอีกหนึ่งเรื่องที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขยับแรงๆ ทันทีก็คือ การยกระดับความเข้มงวดในการ”ควบคุมอาวุธปืน”เพราะแม้ปืนที่ก่อเหตุจะเป็นปืนในบ้านของผู้ก่อเหตุ แต่ทำให้สังคมเล็งเห็นถึงอันตราย ความไม่ปลอดภัยหากการควบคุมอาวุธปืนยังไม่มีประสิทธิภาพ
เปิดลึก 'กรมการปกครอง-มท.' ขยับรีเซ็ต-นิรโทษกรรม อาวุธปืนทั่วประเทศ
เปิดลึก กรมการปกครอง-มท. ขยับรีเซ็ต-นิรโทษกรรม อาวุธปืนทั่วประเทศ ดันแก้กม.-ออกคำสั่งให้เอาปืนมอบราชการตรวจภายใน 180 วัน แต่ฝ่ายกฎหมายแทงสวน เตือนเสี่ยงโดนร้องใช้อำนาจเกินขอบเขต-สร้างภาระประชาชน
'ลิซ่า' ท้า 'โกแพ' ประเดิมบ้านใหญ่สตูลที่แรกฟันไม่เลี้ยงโกงท้องถิ่น
“ลิซ่า”ถาม 'กสถ.' หลังเด็กเส้นหลุดหมด จบเรื่องเลยหรือไม่ พร้อมจี้ 'วรศิษฎ์' จัดการบ้านใหญ่พัวพันทุจริตสอบท้องถิ่น ท้าเริ่มจากสตูลก่อนเลย
มท. สั่งผู้ว่าฯทั่วประเทศ ยกระดับ 4 มาตรการดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษา
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีเกิดเหตุการณ์ใช้อาวุธปืนภายในสถานศึกษาพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้สั่งการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยและควบคุมอาวุธปืน เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก
ให้จริง! ประธานชมรมกำนันฯ รับได้ลดวาระเหลือ 5 ปี วอนฟื้นกองทุนสตรีอำเภอละล้าน
“ยงยศ” พร้อมยอมรับหากกฎหมายกำหนดวาระกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านเหลือ 5 ปี เชื่อไม่กระทบผู้ดำรงตำแหน่งเดิม ยืนยันค่าตอบแทนปัจจุบันเห
นายกฯ ขออภัย! แจงเหตุ อส. ปะทะผู้ชุมนุมพีมูฟ รมต.ติดภารกิจ ทำไม่เข้าใจกัน ยันพร้อมคุยหาทางออก
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่วันที่ 6 ส.ค. กลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) และเครือข่ายบุกเข้าไปที่กระทรวงมหาดไทย ได้มีการกำชับเพื่อไม่ให้เกิดการบานปลายอย่างไรหรือไม่ ว่า เมื่อวันที่ 6 ส.ค.

