ไม่ต้องบินอ้อม! ซาอุฯ ไฟเขียว เครื่องบินกองทัพอากาศ ผ่านน่านฟ้า อพยพ แรงงานไทย ออกจาก อิสราเอลแล้ว ใช้เวลาใหม่ 8 ชั่วโมงครึ่ง21 ต.ค.2566 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐบาลได้แจ้งข่าวดีกับ กองทัพอากาศว่า ในภารกิจการอพยพ แรงงานไทยกลับจากประเทศ อิสราเอลของ กองทัพอากาศ ตั้งแต่วันนี้ (21 ต.ค.) เป็นต้นไป กองทัพอากาศไม่ต้องนำเครื่องบินทหารบิน โดยเฉพาะเครื่องบินแอร์บัส A340-500 และเครื่องบินลำเลียง C-130 ทำการบินอ้อมประเทศแล้วซึ่งจากเดิมใน 2 เที่ยวบินแรกที่กองทัพอากาศบินไปอพยพ แรงงานไทยใน อิสราเอลนั้น จะต้องบินผ่านน่านฟ้า 10 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐประชาชนจีน คาซัคสถาน อุซเบกิสถาน เติร์กเมนิสถาน อาเซอร์ไบจาน อาร์มิเนีย ตุรกี ไซปรัส และอิสราเอลแต่ล่าสุด กระทรวงการต่างประเทศได้เจรจาขอบินผ่านน่านฟ้าในเส้นทางการบินใหม่ โดยจะผ่านเพียง 7 ประเทศ ได้แก่ เมียนมา อินเดีย โอมาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย จอร์แดน และ อิสราเอล ลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติเบนกูเรียน กรุงเทลอาวีฟ โดยใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมงครึ่ง จากเดิมที่ต้องบินอ้อมใช้เวลาประมาณ 13 ชั่วโมงเศษโดยจะเริ่มทำการบินได้ในเที่ยวบินที่ 3 ที่กองทัพอากาศส่ง เครื่องบินแอร์บัส A 340-500 ในวันที่ 21 ต.ค. นี้ เวลา 13.30 น. คาดว่าจะมี แรงงานไทยเดินทางกลับเที่ยวบินที่ 3 นี้จำนวน 140 คน ซึ่งจะเดินทางกลับมาถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง กทม. วันที่ 22 ต.ค. เวลา 10.50 น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ทัพฟ้า' โชว์เขี้ยวเล็บ เสริมศักยภาพ 'M Solar-X' พร้อมปฏิบัติภารกิจเพื่อประชาชน
ศูนย์การฝึกกองทัพอากาศน้ำพอง ได้จัดการฝึกอากาศยานไร้คนขับพลังงานแสงอาทิตย์แบบปีกตรึง รุ่น M Solar-X โดยมีกำลังพลเข้ารับการฝึกจำนวน 4 นาย ผ่านการทดสอบการบินปล่อยเดี่ยว (SOLO Flight) และการฝึกปฏิบัติภารกิจขั้นต้น
ด่วน! เกิดเหตุเครื่องบิน AT-6 ทอ. ตกในพื้นที่บ้านห้วยฝาง จ.เชียงใหม่ ขณะซ้อมบิน
ด่วน! เกิดเหตุเครื่องบินโจมตีเบาแบบเครื่องยนต์เทอร์โบพร็อพ AT-6TH Wolverine ของกองทัพอากาศไทยที่เพิ่งซื้อมาใหม่ ตกในพื้นที่บ้านห้วยฝาง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่
ไม่ขำ! ‘ดร.ปลอด’ ยัวะ ‘อนุทิน’ รับลูก รัฐมนตรีเขมร ใช้คำพูดศัตรูมันไม่งาม
เพจ ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความว่า เขมรทะลึ่งมาก แค่แผนโง่ๆ
กต. เผยกัมพูชารับผิดชอบยิงปืน ค. ตกฝั่งไทย เป็นจุดเริ่มต้นฟื้นฟูความสัมพันธ์การทูต
พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประสานข้อมูลข่าวสารร่วม ไทย-กัมพูชา กล่าวถึงการที่ยังต้องติดตามความจริงใจของกัมพูชา โดยเฉพาะภายหลังที่ฝ่ายกัมพูชาได้มีหนังสือชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่ยิงอาวุธเข้ามาในพื้นที่ช่องบก

