23 ธ.ค.2564 - ดร.เสรี วงษ์มณฑาดร.เสรี วงษ์มณฑา บรรณาธิการบริหาร เพื่อวางกลยุทธ์สื่อสาร ศบค. โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า คนต่างจังหวัดเขามักจะรู้จักคนที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง แล้วพิจารณาตัวบุคคล แต่คนกรุงเทพ พื้นที่กว้าง มีคนมาก คนลงคะแนนไม่ค่อยรู้จักคนลงสมัครรับเลือกตั้ง เขาจึงต้องพิจารณาพรรค
เมื่อมี ส.ส. พลังประชารัฐพ้นตำแหน่งต้องเลือกตั้งซ่อม คนกรุงเทพน่าจะได้โอกาสในการสั่งสอนพรรคพลังประชารัฐที่พวกเขามองว่าอหังการ ยโสอวดดี
พวกเขาไม่พอใจตั้งแต่การวางยุทธศาสตร์รวมหัวกันไล่ 4 กุมารที่ทุ่มเททำงานให้กับพรรคในการจัดการรณรงค์การเลือกตั้งจนได้รับชัยชนะ และทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน
โครงสร้างใหม่ของพรรคหลังจากเอาสี่กุมารออกไปเป็นที่ไม่พอใจของคนกรุงเทพ เพราะมองคนที่มีตำแหน่งต่างๆหลังการเปลี่ยนแปลงเป็นคนที่คนกรุงเทพไม่ปลื้มไปจนถึงรู้สึกรังเกียจ
ความขัดแย้งระหว่างนายกฯกับคนมีตำแหน่งสำคัญในพรรคที่งัดข้อกับนายกฯโดยไม่เคยคิดที่จะมีการขอขมา คนกรุงเทพมองว่าใช้ไม่ได้ จึงเสื่อมศรัทธาพรรคหลังประชารัฐ
คอยดูว่าคนกรุงเทพจะสั่งสอนพลังประชารัฐอย่างไร และถ้าพลังประชารัฐแพ้การเลือกตั้งซ่อมใน กทม. ครั้งนี้ อย่าเอาไปโยงว่าคนกรุงเทพไม่เอาลุงตู่ก็แล้วกันนะ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คิดจะฟ้องไทย...ไงกลายเป็นหมาหัวเน่า
สันดานโจร สันดานคนโกหก กล่าวหาไทยด้วยข้อความเป็นเท็จ พูดจาด้วยท่าทีที่รุนแรง หวังที่จะฟ้องประชาคมโลกให้ช่วยรุมประณามไทย ดรามาว่าข้อพิพาทระหว่างเขากับเราในเวลานี้ ไทยเราเป็นคนเริ่มต้น ไทยเราเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างไร้มนุษยธรรม ดรามาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร ใช้คนแก่
แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก
เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม
'พปชร.' สยบข่าวยุบรวม 'ภท.' ยัน 'บิ๊กป้อม' ยังเป็นพี่เลี้ยงอยู่
'โฆษก พปชร.' แจง 'ลุงป้อม' วางมือทางการเมืองแล้ว แต่ยังเป็นพี่เลี้ยงอยู่ รับพรรคต้องปรับตัวเดินหน้าต่อ สยบข่าวลือไม่ยุบรวม 'ภท.'
วิกฤตในคราวนี้...สามัคคีคือพลัง
ด้วยความรักและความห่วงใยบ้านเมือง เมื่อเราติดตามสถานการณ์ของบ้านเมืองเรา ก็จะเห็นว่าบ้านเมืองเรากำลังเผชิญกับวิกฤตทั้งศึกนอกและศึกในที่พวกเราต้องสามัคคีและร่วมมือกันในการฝ่าวิกฤตครั้งนี้
ใครทำให้เสือกลายเป็นแมวขี้เซา
ตอนเด็กๆ จำได้ว่าคุณครูบอกว่าประเทศไทยเป็น 1 ในเสือ 3 ตัวของ ASEAN ร่วมกับสิงคโปร์และมาเลเซีย บัดนี้ 2 ประเทศนั้นก็ยังคงเป็นเสือ มีความเจริญก้าวหน้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
กว่าจะรู้ตัวก็เกือบจะสาย
จำได้ว่าเมื่อจบปริญญาตรีน้ำหนักตัว 49 กิโลกรัม เอว 22 รู้สึกว่าตัวเองผอมเกร็ง ไปเรียนต่อปริญญาโทที่อเมริกาครั้งแรก กลับมาน้ำหนักตัว 55 กิโลกรัม ก็รู้สึกว่าดูดีขึ้นไม่อ้วนไม่ผอม สอนอยู่ 2 ปี

