23 ม.ค. 2567 - ที่รัฐสภา นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) แสดงความเห็นกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีความวินิจฉัยในคดีถือหุ้นสื่อของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล ผ่านแอพพลิเคชั่นเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า ทำไมหุ้น itv ยังเป็นหุ้นสื่อมวลชน และพิธาน่าจะมีลักษณะต้องห้าม และอาจขาดคุณสมบัติ สส.
เห็นพรรคการเมืองและผู้นำทางความคิดของพรรคก้าวไกลออกมาสื่อสารกับสังคมต่อเนื่องที่อาจทำให้สังคมไขว้เขวหรือทำให้คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเบี่ยงเบนขาดความน่าเชื่อถือ
ในฐานะที่ผมเคยเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ในหลายกรณี ต่างกรรมต่างวาระกันมา จึงตัดสินใจเขียนความเห็นประกอบข้อกฎหมาย โดยยึดแนวทางคำวิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ แนวทางคำพิพากษาศาลฎีกา
โดยจะขอเสนอเป็นความเห็นส่วนตัว ประกอบข้อมูลที่อาจเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในการติดตามข่าวสาร ซึ่งจะไม่สามารถไปชี้นำหรือส่งผลอย่างหนึ่งอย่างใดต่อคำวิจฉัยคดีที่จะมีขึ้น ดังนี้ครับ 1)บริษัท itv ยังคงเป็นสื่อมวลชน โดย itv มีสถานะความเป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีมีวัตถุประสงค์จดแจ้งไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเกี่ยวกับสื่อรวม 5 ข้อ เช่น รับบริหารและดำเนินกิจการสถานีวิทยุ โทรทัศน์ โทรทัศน์ระบบบอกรับเป็นสมาชิกและโทรภาพทางสาย (เคเบิลทีวี) เป็นที่ปรึกษา ให้คำแนะนำ บริการประชาสัมพันธ์และจัดรายการทางวิทยุโทรทัศน์ โทรทัศน์ระบบบอกรับเป็นสมาชิกและโทรภาพทางสาย (เคเบิลทีวี) แพร่ภาพโทรทัศน์ ผลิตรายการ ประชาสัมพันธ์ รับจ้างผลิตสื่อ ฯลฯ จนถึงปัจจุบัน itv ยังไม่มีการจดทะเบียนเลิกบริษัทหรือจดยกเลิกวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับสื่อมวลชนทั้ง 5 ข้อดังกล่าว
จึงเห็นว่า นายพิธา น่าจะขาดคุณสมบัติและมี ลักษณะต้องห้าม สอดรับกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 14/วินิจฉัยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้าม ในคดีการถือหุ้นบริษัทวีลัคมีเดีย ที่อ้างว่าปิดกิจการแล้ว แต่ไม่จดทะเบียนยกเลิกบริษัท ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า ยังสามารถประกอบกิจการสื่อมวลชนได้ตลอดเวลา ตราบใดที่ไม่ได้จดเลิกบริษัท
เช่นเดียวกับคำพิพากษาสาลฎีกาในทำนองเดียวกันกับผู้สมัครเลือกตั้ง สส. 4 ราย ที่ไม่ได้จดทะเบียนเลิกประกอบกิจการสื่อขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามเช่นกัน
2) บริษัทITV ชนะคดีเบื้องต้นแล้ว 2ยก รัฐต้องคืนคลื่นความถี่และชดใช้ค่าเสียหาย โดย itv ที่ได้ถูกปิดสถานีและยึดคลื่นคืน เพราะไม่ชำระหนี้ค่าสัมปทานแก่รัฐ เมื่อ 17 ปีก่อน ได้ยื่นคำเสนอข้อพิพาทต่อสถาบันอนุญาโตตุลาการ หมายเลขดำที่ 29/2545 โดยอ้างว่ารัฐให้สัมปทานกับบุคคลอื่น เป็นเหตุให้บริษัทฯ ได้รับผลกระทบต่อฐานะการเงินอย่างรุนแรง จึงขอให้สำนัดปลัดสำนักนายกฯ ชดเชยความเสียหายตามสัญญาเข้าร่วมงานฯ
- คณะอนุญาโตตุลาการชี้ขาดให้itvชนะ ได้รับเงินเยียวยาและคืนคลื่นความถี่
- สปน นำคดีสู่ ต่อศาลปกครองกลาง แต่ศาลพิพากษายกคำร้อง'
- สปน. ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อ
- สถานะปัจจุบัน ศาลปกครองสูงสุดยังไม่มีคำพิพากษาในคดีนี้
จึงเห็นว่า นายพิธาน่าจะขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามเพราะคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการและศาลปกครองกลาง ให้ itv เป็นผู้ชนะคดี ได้รับการเยียวยา และคืนสัมปทานคลื่นความถี่โทรทัศน์ itv จึงอยู่ในฐานะที่พร้อมประกอบกิจการสถานีโทรทัศน์ได้
3) บริษัท itv ไม่ได้ประกอบกิจการแล้ว แต่ยังมีบริษัทลูกประกอบกิจการสื่อและมีรายรับจากบริษัทอาร์ตแวร์มีเดีย ที่ itv เป็นผู้ถือหุ้น 99%
โดยมีผลประกอบกิจการจดทะเบียนทำสื่อโฆษณา รายการ ให้เช่าเครื่องมือ ลิขสิทธิ์ แลอื่นๆ ฯลฯ ที่ถือได้ว่าเป็นธุรกิจสื่อมวลชน
จึงเห็นว่า นายพิธา น่าจะขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้าม สอดรับกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ให้นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ และพรรคก้าวไกล พ้นจากสส. ด้วยเหตุถือหุ้นสื่อสารมวลชน บริษัท เฮด อัพ โปรดักชั่น จำกัด และ บริษัท แอมฟายน์ โปรดักชั่น จำกัด
4) พิธา ถือหุ้น itv เพียงแค่เล็กน้อย ทำไมจึงผิด
ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวิจฉัยที่12-14/2553 ในคดีถือหุ้นสื่อและหุ้นสัมปทานรัฐ ที่วินิจฉัยให้รมต สส สว พ้นจากสมาชิกภาพ และเคยวินอจฉัยไว้ว่า หุ้นสื่อและหุ้นสัมปทานเป็นลักษณะต้องห้ามแม้ถือหุ้นเพียง1หุ้น ก็ขาดคุณสมบัติ
ดังนั้น การที่นายพิธาอ้างว่า ถือหุ้น itv เพียง 42,000 หุ้น จาก 1,206,697,400 หุ้น คิดเป็น 0.0035 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีอํานาจสั่งการบริษัท
: ข้อโต้แย้งนี้ของนายพิธา จึงฟังไม่ขึ้นและไม่อาจหักล้างคำนิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่เคยวางแนวไว้เดิม
พร้อมน้อมรับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ในคดีที่ศาลจะมีคำวินิจฉัยคดีการถือหุ้นสื่อ itv ไม่ว่าจะออกมาในแนวทางใด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'หมอเปรม' ให้เกาะติดคดีบัตรเลือกตั้งจะเป็นเพียงภาพลวงตาหรือความยุติธรรมที่แท้จริง
สว.เปรมศักดิ์ชี้มติศาลรธน. 6:3 รับคำร้องกกต. แต่ไม่สั่งหยุดหน้าที่เป็นมติลูกผสมเอาใจแรงกดดันสังคมอาจเป็นเพียง 'ควันบังตา' สุดท้ายเรื่องเงียบเมื่อกระแสจางลง ชวนสังคมช่วยจับตาดูผลระยะยาว
สตรอว์เบอร์รีเอฟเฟกต์!บทเรียนระบบสำรองน้ำมันไทย
'สว.ชิบ' ชี้บทเรียนสตรอว์เบอร์รีถูกเท สะท้อนระบบสำรองน้ำมันไทยป่วยหนัก จี้รัฐเร่งแก้ปม 'คลังมีแต่ปั๊มไม่มี'
'ธีระศักดิ์' สว.ป้ายแดง แทน 'หมอเกศ' ยันไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด
'ธีระศักดิ์' เข้ารายงานตัวเป็น สว. แทน 'หมอเกศ' ยันไม่ฝักใฝ่การเมืองฝ่ายใด พร้อมทำหน้าที่ผลักดันกฎหมายเพื่อประโยชน์ประชาชน ขอไม่วิจารณ์ข่าวปล่อยผีคดีฮั้ว 229 คน อ้างเกินอำนาจหน้าที่
จับตา! เป่าคดี 'ฮั้ว สว.' จุดเริ่มต้น 'กินรวบ' การเมืองไทย
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เป่าคดีฮั้ว สว. จุดเริ่มต้นกินรวบการเมืองไทย
'นักวิชาการ' ฟันเปรี้ยง! เหตุที่คนกรุงเทพเลือก 'พรรคส้ม' เพราะการตลาดที่โหมกระหน่ำทางสื่อ
ดร.ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์ นักวิชาการทางบูรพคดีศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า สาเหตุที่คนกรุงเทพมีแนวโน้มเลือกพรรคส้ม: มุมมองนี้เป็นทรรศนะส่วนตัวนะครับ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับผมก็ได้ครับ
เปิดเบื้องลึก 'โปลิตบูโรพรรคส้ม' ไม่ยอมเป็นรัฐบาล ต้องแพ้เพื่อ 'ธนาธร' รอเวลากลับมา 2572
นายไทกร พลสุวรรณ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ช้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง ต้องแพ้เพื่อธนาธร ยังไม่ใช่เวลาของพวกเรา มีเนื้อหาดังนี้ นี่คือความคิดหลักของคณะโปลิตบูโรของพรรคส้ม หลักการนี้ถูกวางไว้ตั้งแต่มีการยุบพรรคอนาคตใหม่ และถูกนำมาใช้เป็นหลักในการบริหารการเมืองในพรรคส้ม

