โรงเรียนนายร้อย จปร. จัดพิธีถวายพระพร “กรมสมเด็จพระเทพฯ” ยืนหยัดกิจกรรมยาชูกำลัง “ทูลกระหม่อมอาจารย์” พร้อมผลิตทหารสัญญาบัตร ดูแลเสาเข็มสำคัญของชาติ ลั่นไม่หวั่นไหวข่าวปรากฎโซเชียล เชื่อสิ่งชั่วร้ายจะถูกขจัด
12 ก.พ.2567 - โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จัดกิจกรรมถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพพลเอกหญิงสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุุดาสยามบรมราชกุมารี ณ หอประชุมโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จังหวัดนครนายก โดยมีพลโท ไกรภพ ไชยพันธุ์ ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เป็นประธานในพิธี
ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พลเอกหญิงสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุุดาสยามบรมราชกุมารี ในวันที่ 2 เมษายน 2567 ที่จะถึงนี้
รวมทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม Goodbye Summer ของนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ที่จัดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม ของทุกปี ก่อนปิดภาคเรียน สำหรับการจัดงานในครั้งนี้เพื่อให้ส่วนราชการ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และส่วนราชการภายในจังหวัดนครนายก โรงเรียนในพื้นที่ใกล้เคียง เช่น โรงเรียนเตรียมทหาร และโรงเรียนปิยชาติพัฒนา ได้มีโอกาสร่วมถวายพระพร
โดยมีกิจกรรมอาเศียรวาทถวายพระพรชัยมงคล ถวายแจกันดอกไม้ รวมทั้งมีอาจารย์ในส่วนการศึกษา อ่านทำนองเสนาะถวายพระพร จากนั้นได้ร่วมร้องเพลงหมู่จำนวน 2 เพลง และเปล่งเสียงทรงพระเจริญร่วมกัน พร้อมทั้งร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ก่อนจบพิธี
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กิจกรรมในวันนี้ ถูกปรับเปลี่ยนชื่อ จากเดิมวานนี้ ที่ กองทัพบก ได้เชิญสื่อมวลชน ทำข่าว “กิจกรรมถวายกำลังใจทูลกระหม่อมอาจารย์“ โดยกำลังพลของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า มาเป็น การจัดงานในระดับจังหวัดนครนายก ในชื่อ พิธีถวายพระพรชัยมงคล ทูลกระหม่อมอาจารย์ พลเอกหญิงสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุุดาสยามบรมราชกุมารี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน
สำหรับพันตรีวิสิทธิ์ เสนารักษ์ ทหารประสานงานเส้นทางเสด็จถนนสายจงรักภักดี ระบุถึง วัตถุประสงค์การจัดงาน ตอนหนึ่งว่า พอมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตามที่ปรากฎทางโซเชียลมีเดีย แต่เราจะไม่หวั่นไหว เพราะเรามีลักษณะสะเทินน้ำสะเทินบก อะไรที่เกิดขึ้นในแผ่นดินนี้ที่เป็นความชั่วร้ายต่อไปจะขจัดออกไป เพราะโรงเรียนของเรายืนยันจะหล่อหลอม ทั้งยังเป็นศูนย์รวมหลักที่ผลิตนายทหารชั้นสัญญาบัตรออกไปดูแลเสาเข็มที่สำคัญ และเราเป็นโรงเรียนที่มีความมั่นคง โดยกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในวันนี้ เรายืนหยัด 3 ประการ คือ 1. เพิ่มยาชูกำลังที่จะถวายให้พระองค์ท่าน 2. เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม Goodbye Summer และ 3 ถวายพระพรไชยมงคล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ วันที่ 2 เมษายน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทบ. โต้กัมพูชา ย้ำไทยใช้กำลังตามกรอบกฎหมาย มุ่งเฉพาะเป้าหมายทางทหาร
ทบ. โต้กัมพูชา ย้ำไทยใช้กำลังตามกรอบกฎหมาย มุ่งเฉพาะเป้าหมายทางทหาร ชี้ความเสียหายที่กัมพูชากระทำต่อไทย ไม่อาจลบล้างด้วยการบิดเบือนข้อมูล
กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเจิมเทียนพรรษา พระราชทานพระอารามหลวง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออกแทนพระองค์ ณ วังสระปทุม ทรงเจิมเทียนพรรษา สำหรับทรงพระราชอุทิศพระราชทานไปจุดบูชาพระรัตนตรัย และพุทธเจดียสถา
'เนติวิทย์' ไม่ต้องกลับมาเกณฑ์ทหารแล้ว อายุ 30 ปี ถูกปลดเป็นทหารกองหนุนชั้นที่ 2
พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก กล่าวภายหลัง ศาลพิพากษา จำคุก 6 เดือน นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักกิจกรรมการเมือง แสดงอารยะขัดขืนไม่เข้าร่วมกับการบังคับเกณฑ์ทหาร แต่ไม่เคยต้องโทษมาก่อนให้รอการลงโทษ 1 ปี
เสธ.ทบ. เคลียร์ปมร้อน 'กอ.รมน.' มีไว้ทำไม
พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร( กอ.รมน.) แถลงยืนยันว่า ยังมีความจำเป็นในการมี กอ.รมน.อยู่เพราะมีบทบาทหน้าที่เป็นแกนกลางในการบูรณาการหน่วยงานโดยนำผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยต่างๆ เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหารวมกัน่
กห. จัดงบ 1.455 พันล้าน เดินหน้า 'ทหารอาสา' 2.5 หมื่นอัตรา
กลาโหมตั้งงบ 1,455 ล้าน เดินหน้า 'พลทหารอาสา' เปิดรับสมัครอออนไลน์ ก.ย. - ม.ค. 2.5 หมื่นอัตรา 'สภา กห.' เคาะกฎกระทรวงรองรับ เตรียมหารือกรมบัญชีกลางสัปดาห์หน้า
คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน ลงพื้นที่ภูมะเขือ ผามออีแดง รับฟังข้อเท็จจริงเหตุปะทะชายแดนไทยกัมพูชา
กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่สองได้นำ คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนประจำประเทศไทย (ASEAN Observer Team – Thailand: AOT-TH) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงและสังเกตการณ์ผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยคณะประกอบด้วยผู้แทนฝ่ายไทยและผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน รวม 13 นาย ประกอบด้วยผู้แทนจากสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย และมาเลเซีย

