
'จตุพร' อ่านเกม 'ทักษิณ' เยือนบ้านเกิดเชียงใหม่ ภาพฟ้องชัดศรัทธาถดถอย คนต้อนรับหร็อมแหร็ม เชื่อฟื้นคะแนนนิยมเพื่อไทยไม่ขึ้น หวั่นเสียงเชียร์ดันอยากกลับการเมือง ย้อนทวนขัดแย้งทำลายสังคม ชี้ภาษากายสะท้อนผู้นำรัฐบาลตัวจริง ส่วน 'เศรษฐา' แค่รับบทนายกฯ เซลล์แมน
15มี.ค.2567 -นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์ว่า ปรากฎการณ์ทักษิณ ชินวัตร เข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช โดยใส่สูท สวมแมสก์ปิดปาก ปิดจมูก ไม่ใส่ปลอกคอเฝือกอ่อน แขนไม่มีสายพยุงไว้เหมือนตอนออกจาก รพ.ตำรวจเมื่อ 18 ก.พ. ที่ผ่านมานั้น สังคมมองด้วยความไม่สบายใจ เพราะทุกเรื่องไม่ได้ปฏิบัติตามทำนองคลองธรรมของกระบวนการทางกฎหมายเท่าเทียมกัน
"เมื่อเวลาประมาณตี 4-5 ของวันที่ 14 มี.ค. ทักษิณ ไปไหว้ศาลหลักเมืองกลับสวมปลอกคอเฝือกอ่อน แสดงอาการกลับไปกลับมาอยากมีปลอกและใส่เฝือกอ่อนที่คอบ้าง ภาษากายเช่นนี้คงสะสมความรู้สึกมึนงงของสังคมมากขึ้นตามลำดับ แล้วใส่ปลอกคอเดินทางไปเชียงใหม่เมื่อช่วงสายวันเดียวกัน"
นายจตุพร กล่าวว่า เมื่อทักษิณจากบ้านไปนาน 17 ปี การกลับมาถ้าได้ติดคุกสักวันตามประสานักโทษคดีทุจริตแล้ว คนย่อมยินดีปรีดิ์เปรม แต่ที่สังเกตเหตุเห็นกลับมีพฤติกรรมที่ซับซ้อน อ้างป่วย ไม่ยอมติดคุกแม้วันเดียว ทำให้กลไกรัฐถูกกระทบกระเทือนและกระบวนการยุติธรรมต้องยับเยินกับการบังคับใช้ไม่เท่าเทียม
นอกจากนี้สิ่งที่คาดหวังไว้คือ อารมณ์สังคมจะเต็มไปด้วยการต้อนรับทักษิณที่เชียงใหม่ แต่เมื่อตั้งรัฐบาลบตระบัดสัตย์รอบวงแล้ว สิ่งที่เห็นกลับมีแต่กองทัพสื่อมวลชนรอต้อนรับเพื่อทำข่าวบันทึกภาพเท่านั้น ส่วนคนเสื้อแดงถือว่า มาต้อนรับน้อยมากที่สุด
“สะท้อนว่า ความศรัทธาไม่ได้ผูกขาดไว้กับใคร แต่ความศรัทธาจะสิ้นศรัทธาเมื่อเกิดวิกฤตศรัทธา เพราะความเชื่อได้ถูกทำลายไปหมดสิ้น ดังนั้นสิ่งที่เห็นชัดเจนจากภาพต้อนรับทักษิณที่เชียงใหม่ แสดงถึงอารมณ์ประชาชนได้ถดถอยอย่างน่าตกใจ ซึ่งเป็นเพราะจุดยืนทางการเมืองเสียหาย”
ส่วนทักษิณไปเชียงใหม่จะกู้ความนิยมพรรคเพื่อไทยกลับมาได้หรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า ถ้าอารมณ์ประชาชนมีการตื่นตัวชัดเจน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับมีแต่ความถดถอย ดังนั้น ในทางการเมืองและความรู้สึกกับการดีลกลับบ้าน เพื่อไทยตั้งรัฐบาล สกัดพรรคก้าวไกลเติบโต จึงแลกด้วยความสูญสิ้นศรัทธากันยับเยิน
นายจตุพร กล่าวอีกว่า เมื่อเพื่อไทยเป็นรัฐบาลมีอำนาจอยู่ในมือแล้ว ถ้าไม่ยอมให้นายเศรษฐา ทวีสิน ออกจากนายกฯ คงจะได้เห็นแรงกระแทกอย่างรุนแรงกลับคืนจากการอภิปรายทั่วไปของ สว.ในวันที่ 25 มี.ค. ซึ่งคงต้องติดตามกัน แต่การนัดแถลงผลงานไปต่างประเทศในวันที่ 26 มี.ค. คงเป็นสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผล เพราะสามารถแถลงก่อนการอภิปรายของ สว.ก็ได้
"ถ้าหลายคนคาดหวัง ว่า ทักษิณ กลับมาจะขับเคลื่อนการเมืองนั้น ยิ่งทำให้นายเศรษฐา อยู่ลำบากที่สุด เพราะไม่เป็นไปตามคำอ้างขอกลับบ้านมาเลี้ยงหลาน ดังนั้น หากเข้าไปเกี่ยวข้องเชิงอำนาจการเมือง ขืนทำตัวเป็นศูนย์กลางจักรวาลของรัฐมนตรีที่ต้องลาราชการมาตรวจงาน เมื่อไปจังหวัดอื่นเช่นนี้มากเข้าก็จะเริ่มหลงเสียง จะทำความขัดแย้งให้กลับมาอีก ซึ่งยากหลีกเลี่ยงได้”
นายจตุพร คาดว่า นับจากนี้ไปสถานการณ์ทางการเมืองยิ่งจะมีเรื่องราวให้ติดตามกันอย่างยุบยับเต็มไปหมด เพราะส่วนหนึ่งเป็นเรื่องราวที่มีความสะสมอารมณ์และข้อตกลงดีลกันไว้ หากเบี้ยวคงถูกงัดออกมาเล่นงานพรรคเพื่อไทยในวันใดวันหนึ่ง ซึ่งจะเร็วจะช้าอยู่ที่ปฏิบัติการณ์จากดีลนำพา ส่วนยุบพรรคก้าวไกลคงทยอยถูกเล่นงานกันเร็วกว่าการยุบเพื่อไทยที่อำนาจสั่งเก็บปัญหาแช่แข็งไว้ก่อน
"ยิ่งใกล้วัน สว.หมดอายุวันที่ 11 พ.ค. แต่ยังทำหน้าที่ต่อจนกว่าจะมีชุดใหม่เข้ามา เมื่อ สว.จะหมดอายุยิ่งเป็นเงื่อนไขนำสู่แรงกดดันทุกฝ่าย หลังจากนั้น ยิ่ง สว.ไม่มีสิทธิเลือกนายกฯ สภาพการร่วมรัฐบาลจะยิ่งยับเยินเพื่อจับมือตั้งรัฐบาลกันใหม่อีก และสุดท้ายเพื่อไทยจะอ้างเอาดีถึงการดีลว่า เป็นทางรอดทางเดียวที่ยอมข้ามขั้วไปตั้งรัฐบาล" นายจตุพร กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปมที่ดิน จุดตายนักการเมือง-เศรษฐี “สหายแสง-ศุภชัย”ไม่ใช่รายสุดท้าย
จากกรณีเมื่อ 11 มิ.ย. ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาในคดีของ ศุภชัย โพธิ์สุ หรือสหายแสง อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และอดีต
เสื้อแดงขอนแก่นชู ‘ทักษิณ’ ซูเปอร์ฮีโร่ ยอมเข้าคุกทั้งที่เจอความยุติธรรม 2 มาตรฐาน
คนเสื้อแดงขอนแก่น ชู "ทักษิณ" เป็นซูเปอร์ฮีโร่ ทั้งที่รู้ว่าสองมาตรฐานแต่ก็รับโทษตามกฎหมายจนได้รับอิสรภาพ พร้อมระบุแม้เจ้าตัวจะไม่กลับคืนเวทีการเมืองแต่ก็เป็นนักรบที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เชื่อคดีเขากระโดง-ฮั้ว สว.กรรมติดจรวดแน่
กรมคุมประพฤติ คอนเฟิร์ม 'ทักษิณ' ถอดกำไล EM พ้นโทษโดยสมบูรณ์
กรมคุมประพฤติ ยืนยัน "ทักษิณ" ถอดกำไล EM พ้นโทษเรียบร้อยแล้ว หลังศาลอาญาธนบุรีตรวจเอกสารรายชื่อผู้ได้รับอภัยโทษปล่อยตัวพ้นโทษจากการคุมประพฤติ รวม 22 ราย ขณะที่ไทม์ไลน์ทักษิณ ระบุ สิ้นเดือน มิ.ย.69 เตรียมบินดูไบ
'สมศักดิ์' เปิดจดหมายลับ 20 ปี อ้าง 'ส.ศิวรักษ์' เคยหนุนใช้ 112 เล่นงานทักษิณ
‘สมศักดิ์เจียม” เปิดเผยเรื่องราวเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน โดยอ้างว่าได้รับจดหมายจาก “ส.ศิวรักษ์” ในช่วงพันธมิตรฯขับไล่ “ทักษิณ ชินวัตร” ซึ่งระบุว่าต้องจัดการทักษิณก่อนแล้วค่อยว่ากันเรื่องอื่น พร้อมเผยเก็บเรื่องนี้ ไว้
'ทักษิณ' ขอเลื่อน! รายงานตัวคุมประพฤติ ยันยังติดกำไล EM
'ทักษิณ' เลื่อนรายงานตัวคุมประพฤติครั้งแรก ขยับไป 28 พ.ค. ยังคงติดกำไล EM ตามมติคณะอนุกรรมการพักโทษฯ ไม่มีการยื่นขอปลดชั่วคราวหรือถาวร

