เบื้องหลังจัดโผสภาสูง บ้านใหญ่บุรีรัมย์-สว.สีน้ำเงิน ป้องกันแรงต้านกินรวบไม่แบ่งเพื่อน  

แฟ้มภาพ

21 ก.ค.2567- ผู้สื่อข่าวรายงาน เพิ่มเติม ถึงผลการหารือของ สว.สีน้ำเงิน ร่วม 150 คนที่เซฟเฮ้าส์ โรงแรมพลูแมน ซอยรางน้ำ เมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ 21 ก.ค. ที่ผ่านมาและได้ยุติการหารือเมื่อเวลา 16.00 น. โดยที่ประชุมเห็นชอบให้เสนอชื่อและผลักดันให้นายมงคล สุระสัจจะ เป็นประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง พลเอกเกรียงไกร ศรีรักษ์ เป็นรองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง  และนายบุญส่ง น้อยโสภณ เป็นรองประธานวุฒิสภาคนที่สอง

สำหรับเบื้องหลังการทำโผดังกล่าว เป็นที่รู้กันดีว่า โรงแรมพลูแมน ซอยรางน้ำ เป็นเซฟเฮ้าส์ทางการเมืองของ นักการเมือง-กลุ่มการเมือง ที่มีแบนด์พรรคคือสีน้ำเงิน

อนึ่ง นายมงคล ก่อนหน้านี้ล่าสุด เป็นประธานคณะทำงานนายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทยจากพรรคภูมิใจไทย  รหัสมท. 2 โดยเป็นมาตั้งแต่สมัยนายทรงศักดิ์ เป็นรมช.มหาดไทยยุครัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จนมาถึงรัฐบาลปัจจุบัน แต่ช่วงใกล้เปิดรับสมัครคัดเลือกสว. นายมงคล ได้ลาออกจากตำแหน่งเพื่อไปลงสมัครสว.

ขณะที่พลเอกเกรียงไกรหรือบิ๊กเกรียง ก่อนหน้านี้ เป็นประธานคณะที่ปรึกษา นายอนุทินรมว.มหาดไทย ผ่านสายสัมพันธ์วปอ.คอนเน็กชั่น รุ่นเดียวกับ นายอนุทิน โดยสาเหตุที่มีการให้พลเอกเกรียงไกร เป็นรองประธานวุฒิสภาคาดว่า เนื่องจากสว.สีน้ำเงินเห็นว่า นายมงคลมีความเหมาะสมมากกว่าเพราะมีอาวุโสกว่าพลเอกเกรียงไกร อีกทั้งเป็นนักรัฐศาสตร์ ผ่านการเป็นผวจ.และอธิบดีมาแล้วสองกรมของกระทรวงมหาดไทย  รวมถึง หากให้พลเอกเกรียงไกร เป็นประธานวุฒิสภา ก็เกรงเรื่องว่าพลเอกเกรียงไกร ไม่ถนัดเรื่องกฎหมาย ข้อบังคับการประชุม ซึ่งหากไปทำหน้าที่รองประธานรัฐสภา ตอนประชุมร่วมรัฐสภา ส.ส.และสว.ทั้งหมด  อาจเจอปัญหาได้ โดยเฉพาะกับพวกส.ส.ฝ่ายค้าน ที่อาจมีปัญหาเรื่องการรับมือ จึงทำให้ดันพลเอกเกรียงไกร เป็นรองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง จากเดิมที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า จะให้พลเอกเกรียงไกร เป็นประธานคณะกรรมาธิการทหารและความมั่นคงแห่งรัฐ วุฒิสภา

สำหรับนายบุญส่ง น้อยโสภณ อดีตกกต.และอดีตอธิบดีศาลอุทธรณ์ภาค 7  พบว่า สว.สีน้ำเงินและบ้านใหญ่บุรีรัมย์ ไม่มีปัญหาในการสนับสนุนให้ชิงรองประธานวุฒิสภา คนที่สอง เพราะเห็นว่ามีความเหมาะสม เพราะนายบุญส่ง เคยเป็นอดีตกกต.เคยเป็นอดีตผู้พิพากษา เป็นอดีตอธิบดีศาลอุทธรณ์ภาคเจ็ด และยังเป็นอดีตที่ปรึกษานายศุภชัย สมเจริญ สมัยเป็นรองประธานวุฒิสภาคนที่สองมาถึงห้าปี จึงทำให้รู้ระบบงานของวุฒิสภาเป็นอย่างดี จึงน่าจะมาช่วยนายมงคลและพลเอกเกรียงไกร ในการจัดระเบียบวาระการประชุม การดำเนินการประชุม และให้คำแนะนำด้านกฎหมายได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญ เป็นการทำให้ไม่เกิดภาพว่า สว.สีน้ำเงิน กินรวบทั้งสามตำแหน่ง คือประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภาอีกสองคน ที่จะเป็นผลดีต่อสว.สีน้ำเงินเองด้วย ทำให้ลดแรงต้านทั้งจากสว.ด้วยกันเองและการเมืองนอกวุฒิสภา ผนวกกับ นายบุญส่ง ก็มีข่าวว่า ก็มีคอนเน็กชั่นเชื่อมกับ แกนนำสว.สีน้ำเงิน หลายคน จึงทำให้ วงหารือสว.สีน้ำเงิน ที่โรงแรมพลูแมน ได้ข้อสรุปดังกล่าวออกมา  

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชำแหละ 'อาชีพ-สายสัมพันธ์' สว.อำนาจเจริญ 'ยิ่งชีพ' งงหนัก 'สมพาน' ขายก๋วยเตี๋ยวอะไร

‘ไอลอว์‘ แฉประวัติอาชีพ-สายสัมพันธ์ สว.อำนาจเจริญ พบฝากเลี้ยง จ่อเปิดชื่อผู้ช่วย-สว. 3 ทั้งหมดหลังจบเวที ด้าน ‘ยิ่งชีพ’ งงสรุป ‘สมพาน’ ขายก๋วยเตี๋ยวอะไรกันแน่

สว.แนะ BWG สื่อสารเชิงรุก สร้างความเข้าใจกำจัดกากอุตสาหกรรมตามหลักวิศวกรรม

คณะสมาชิกวุฒิสภาลงพื้นที่ตรวจระบบจัดการกากอุตสาหกรรมของ BWG จ.สระบุรี พร้อมแนะบริษัทสื่อสารเชิงรุก เปิดเ

'ไอติม' ไม่สน 'ทรงศักดิ์' ฟ้องหมิ่น เปิดหลักฐานใหม่คดีฮั้ว สว.

'พริษฐ์' ไม่หวั่น 'ทรงศักดิ์' ฟ้องหมิ่นประมาท เดินหน้าเปิดหลักฐานใหม่คดีฮั้ว สว. ชี้ข้อมูลบัตรเลงคะแนนสอดคล้องโพย จี้ 'กกต.' ส่งศาลตรวจสอบ

ทวงผลประชามติแก้รธน. บี้ 'รัฐบาล-ฝ่ายค้าน-วุฒิสภา' ลงมือทำ

นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "กระตุกเตือน : ทวงผลประชามติ แก้ไขรัฐธรรมนูญ" โดยระบุว่า

'วันวิชิต' ชี้ระบบเลือก สว. เปิดช่องล็อบบี้ทุกกลุ่ม ส่วนปมฮั้วต้องมีหลักฐานเส้นเงิน ล็อกโหวต กำหนดผล ชี้ข้อสันนิษฐาน สร้างกระแส แต่ไร้ Impact ทางกฎหมาย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง นักรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต วิเคราะห์ประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ว่า กระบวนการเลือก สว. ตามระบบปัจจุบันเปิดให้ผู้สมัครต้องแนะนำตัว แลกเปลี่ยนข้อมูล และประสานการสนับสนุนระหว่างกัน โดยเฉพาะการเลือกในรอบไขว้ ซึ่งหากผู้สมัครไม่พูดคุยหรือสร้างความรู้จักกับผู้อื่นเลย โอกาสได้รับเลือกย่อมน้อยลง

'เทพไท' จี้ กกต.นำข้อมูลแฮ็ก CCTV รวมสำนวนคดีฮั้วสว.

“เทพไท” เรียกร้อง กกต.ตรวจสอบและนำข้อมูลแฮ็กภาพจาก CCTV ที่ถูกเผยแพร่มาประกอบสำนวนคดีฮั้ว สว. หากยังไม่เคยถูกรวบรวมไว้ พร้อมระบุว่าเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่สะท้อนการลงคะแนนตามโพย และควรเร่งสรุปสำนวนส่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งโดยเร็ว