เปิดเหตุผล 'อดีตผู้พิพากษา' ยอมกลืนเลือด ไม่ค้าน 'รทสช.-ปชป.' ร่วมรัฐบาลเพื่อไทย

2 ก.ย.2567 - นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลที่มีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นนายกรัฐมนตรี มีเนื้อหาระบุ

.....เรื่องความคิดเห็นทางการเมืองอาจมีเห็นความแตกต่างกันได้ แต่ไม่ควรจะด่ากันว่าคนที่เห็นต่างกับเราเป็นคนเลวใช้ไม่ได้ ฯลฯ เพราะมันเรื่องของความคิดและเหตุผลของแต่ละคน ผิดถูกอย่างไร อนาคตจะบอกให้รู้เอง

.....ผมเห็นว่า สภาพปัญหาของบ้านเมืองในปัจจุบัน แตกต่างกันกับเมื่อ 10 กว่าปีก่อนมาก เมื่อก่อนเราไม่เคยมีพรรคการเมืองที่ต้องล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่ปัจจุบันมีแล้วดังที่ศาลรัฐธรรมได้มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567

.....ถ้าต้องให้เลือกระหว่างที่พรรคเพื่อไทยร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองที่แสดงให้เห็นถึงการเป็นยอมเป็นทาสของชาติมหาอำนาจที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนกันทั่วโลกตลอดมา และเอาคนที่ไม่เคยทำงานอะไรอันแสดงถึงการมีความรู้ความสามารถมาเป็นรัฐมนตรีและเป็นพรรคการเมืองที่ต้องการล้มล้างการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามความต้องการของชาติมหาอำนาจบางประเทศที่อยากเห็นประเทศไทยปกครองในระบอบการเลือกตั้งประธานาธิบดีซึ่งจะทำให้เขาเข้าแทรกแซงได้ง่ายไม่เหมือนปัจจุบันที่เขาทำไม่ได้

.....กับการให้พรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลโดยมีพรรคภูมิใจไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคประชาธิปัตย์ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล แม้โดยหลักการผมจะไม่เห็นด้วยก็ตาม

.....แต่เมื่อคิดถึงความมั่นคงของสถาบันมหากษัตริย์ ซึ่งพรรคภูมิใจไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคชาติไทยพัฒนาที่ได้ยืนยันอย่างหนักแน่นและมั่นคงตลอดมาประเทศไทยต้องมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตลอดไป ทั้งจะไม่ยอมให้มีการแก้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และถ้ามี พ.ร.บ.นิรโทษกรรมก็จะไม่ยอมให้ให้รวมผู้กระทำผิดตามมาตรา 112 ด้วย

.....ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาแล้ว ผมจึงเลือกที่ต้องยอมลืมความเกลียดชังความขุ่นเคืองใจที่มีอยู่ตลอดมาไว้ชั่วคราว ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของประเทศชาติและการปกครองของประเทศไทยที่ยังต้องมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอยู่ตลอดไป

.....ผมจึงต้องทนกล้ำกลืนยอมรับกับการร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลของพรรรคการเมืองดังกล่าวข้างต้นครับ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ กกต.ยึดพยานหลักฐานคดีฮั้ว สว. ‘เส้นเงิน-โพย’ ชี้ชะตา 229 ผู้ถูกกล่าวหา

“ดร.ณัฏฐ์” ระบุคดีฮั้ว สว.ที่อยู่ระหว่างการวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ กกต. ต้องยึดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในสำนวนเป็นหลัก โดยเฉพาะ “เส้นเงิน” และ “โพย” ที่เชื่อมโยงการกระทำเป็นขบวนการ พร้อมย้ำผู้ถูกกล่าวหา