7 พ.ย.2567 - ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม กมธ.ฯ เชิญบุคคล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงหารือกรณีการพักษาอาการป่วยของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ชั้น14 โรงพยาบาลตำรวจ เป็นไปโดยถูกต้องตามกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ว่า ได้พิจารณา 3 กรอบแนวทางหลัก
1.การไปพักรักษาตัวของนายทักษิณ ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ชอบหรือไม่ 2.การพักรักษาตัวอยู่ยาวแบบนี้ สุดท้ายเป็นการตัดสินใจของใคร ถูกต้องทั้งทางการแพทย์ และทางกฎหมายหรือไม่ 3.ตั้งแต่นายทักษิณ ออกมาจนถึงปัจจุบัน มีปัญหาในเชิงความชอบด้วยกฎหมายอะไรบ้าง
นายรังสิมันต์ กล่าวว่าต้องยอมรับว่า 2 แนวทางแรกมีปัญหาอย่างมากในการพิจารณา เช่น การที่นายทักษิณป่วย มีอาการแน่นหน้าอก และไปที่สถานพยาบาล ปรากฎข้อมูลที่เราได้รับทราบว่าสุดท้ายคนที่มาดูแลสุขภาพนายทักษิณ เป็นแค่พยาบาลเท่านั้น นายทักษิณไมได้ถูกนำตัวไปที่โรงพยาบาลราขทัณฑ์เลย แพทย์ราชทัณฑ์ก็ไม่ได้มีโอกาสมาดูด้วยตา หรือใช้เครื่องมือดูแลสุขภาพนายทักษิณ มีเพียงพยาบาลโทรไปหาแพทย์ราชทัณฑ์เพื่อปรึกษา แล้วส่งตัวไปที่โรงพยาบาลตำรวจ จึงเป็นที่เคลือบแคลงว่าทำไมกระบวนการถึงเป็นแบบนั้น
“หลังจากเราไล่ไทม์ไลน์ทั้งหมด ระยะเวลาตั้งแต่นายทักษิณไปถึงสถานพยาบาล และพิจารณาหารือกับพยาบาลที่ได้ปรึกษาแพทย์ราชทัณฑ์ แล้วส่งต่อไปยังโรงพยาบาลตำรวจ จากข้อมูลที่ได้รับใช้เวลาเพียง 21 นาทีเท่านั้น หากตรวจดูจากกูเกิ้ลแมพดูระยะเวลาการส่งตัว ใช้เพียง 17 นาทีเท่านั้น หมายความว่าระยะเวลาในการวินิจฉัย มีแค่เพียง 4 นาที ถือเป็นการทำเวลาได้รวดเร็วมาก” นายรังสิมันต์ กล่าว
ประธานกมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กล่าวต่อว่า ประเด็นต่อมา เราได้รับคำอธิบายว่าการส่งตัวนายทักษิณไปโรงพยาบาลตำรวจ ดำเนินการโดยผู้บัญชการเรือนจำ เรื่องนี้ค่อนข้างแปลก ทำไมบทบาทของหมอโดยเฉพาะโรงพยาบาลราชทัณฑ์ถึงดูน้อยมาก ในการให้ความเห็นเรื่องนี้ สุดท้ายเป็นการโยนกันไปมา แน่นอนว่าวันนี้ตัวแทนของโรงพยาบาลตำรวจไม่ได้มาเข้าชี้แจงต่อกมธ.ฯเลย แต่เราติดตามข่าวสาร รองนายแพทย์ใหญ่ของโรงพยาบาลตำรวจ เคยออกมาให้สัมภาษณ์สื่อว่าการที่นายทักษิณต้องอยู่รักษาตัว ไม่ใช่การตัดสินใจของโรงพยาบาลตำรวจ แต่เป็นการตัดสินใจของกรมราชทัณฑ์ แต่วันนี้ได้รับคำตอบจากราชทัณฑ์ว่า ไม่ได้เป็นการตัดสินใจของราชทัณฑ์ แต่เป็นการตัดสินใจของแพทย์เจ้าของไข้ กมธ.ฯก็พยายามตรวจสอบหารายชื่อแพทย์เจ้าของไข้นายทักษิณ แต่ไม่ได้รับคำตอบเลย จนไม่แน่ใจว่าการที่นายทักษิณรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ เป็นการตัดสินใจของใคร
“กมธ.พยายามแสวงหาคำตอบ ก็ไม่มีใครยืนยันกับเราได้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา ถ้า2กรณีนี้ไม่ได้ข้อยุติ จะกลายเป็นว่านายทักษิณป่วยจริงหรือไม่ ถ้าไม่ป่วยจริง ปรากฎว่านายทักษิณอาจมีส่วนในการตัดสินใจด้วย ความรับผิดชอบจะไม่ได้อยู่ที่แค่หน่วยราชการ แต่นายทักษิณอาจจะเกี่ยวข้องกับการแสดงบทบาทบางอย่าง เพื่อทำให้เกิดการหลงเชื่อว่าตัวเองเจ็บป่วย ทำให้ผลของการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่รัฐต้องส่งไปโรงพยาบาลตำรวจ ทำให้สุดท้ายการที่นายทักษิณไปอยู่โรงพยาบาลตำรวจ ไม่แน่ใจว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่” นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เราได้รับข้อมูลจากเลขานุการกมธ.ฯ ว่าการที่นายทักษิณไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจห้องพิเศษ มีค่าใช้จ่ายจำนวน8,500บาท เบ็ดเสร็จรวมแล้วอาจมีค่าใช้จ่ายถึง1ล้านบาท จึงมีคำถามต่อมาว่าตกลงใครเป็นคนจ่าย ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ เวชระเบียน ข้อมูลการรักษา ถามใครก็ไม่มีใครตอบได้ ทั้งหมดนี้ทำให้ข้อเท็จจริงหลายอย่างไม่ปรากฎชัดเจนต่อกมธ.ฯ แต่สิ่งที่ชัดเจนคือเรื่องนี้น่าสงสัย มีพิรุธ ตั้งแต่ตนทำงานเป็นประธานกมธ.ฯมา เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ได้รับความร่วมมือน้อยที่สุดจากหน่วยงานราชการ และหน่วยงานราชการไม่อยากบอกอะไรกับเราเลย ทำให้ข้อสงสัยของสังคมเรื่องชั้น 14 ยังคงอยู่ต่อไป
เมื่อถามว่าระยะเวลาผ่านมานานแล้วทำไมถึงหยิบยกเรื่องนี้กลับมาพิจารณาอีกรอบ ประธานกมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กล่าวว่า ระยะเวลาที่ผ่านมานาน ไม่ได้ทำให้กระบวนการที่เกิดขึ้นในวันนั้นกระจ่างเลย ถามว่าทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ ตนคิดว่าไม่ใช่คนเดียวที่ต้องตอบ แต่การที่มีคนไปร้อง การที่ประชาชนตั้งคำถาม เป็นการยืนยันว่ากรณีนี้เป็นกรณีที่พิศวง ยังไม่มีที่สิ้นสุดที่เราจะต้องแสวงหาข้อมูลต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ไอซ์-โรม' ประชุมร่วม กมธ.งบ-กฎหมาย ไล่บี้โครงการ TH-AI Passport ส่อทุจริตโยงบริษัทน้ำมันเถื่อน
น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร และ นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ร่วมประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ TH-AI Passport หลังมีการทำประชาพิจารเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
นั่นไง! กูรูชมเปาะ ‘ธรรมนัส’ ใจใหญ่ถอนฟ้อง ‘โรม-ไอซ์‘
เผย “ธรรมนัส พรหมเผ่า” ตอบรับถอนฟ้องคดีอาญาที่ฟ้อง “รังสิมันต์ โรม” และ “รักชนก ศรีนอก” โดยไม่เรียกร้องให้ขอขมาหรือขอโทษ ยกเป็นผู้ใหญ่ใจใหญ่ หวังเปิดทางให้ทุกฝ่ายร่วมงานการเมืองเพื่อประโยชน์ประเทศต่อไป.
จ่อเรียก‘ไชยชนก’ชี้แจง พิรุธTH-AIส่อฮั้วประมูล
"โรม" จ่อเชิญ "ไชยชนก" เข้าแจง กมธ.โครงการ TH-AI Passport สงสัยทุจริต-ล็อกสเปก
'โรม' ได้กลิ่นทุจริต ปูดบริษัทน้ำมันเอี่ยวโครงการ TH-AI Passport 1.6 พันล้าน ส่อล็อกสเปก
นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน รับหนังสือจากสมาคมส่งเสริมการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐภาคประชาชน โดยขอให้ตรวจสอบข้อมูลโครงการ TH-AI Passport
'โรม' สุดผิดหวัง สภาไม่ส่งตัว 'ชนนพัฒฐ์' ให้ดีเอสไอ เอื้อนักการเมืองทุนเทารอดคดี
นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติไม่อนุญาต ส่งตัว นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ไปรับทราบข้อกล่าวหา และทำการสอบสวนปากคำ ในระหว่างสมัยประชุม ตามรัฐธรมนูญ มาตรา 125 ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่า ตนคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ต้องยอมรับว่าประชาชนคงจะรู้สึกสูญเสียความเชื่อมั่นต่อสภาแน่นอน
'โรม' ขู่ฟ้อง ม.157 รมว.ยธ. หากละเว้นไม่เอาผิดญาติ 'ฮุนเซน' ถือหุ้นบริษัทเอี่ยวสแกมเมอร์
นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ถามนายกรัฐมนตรี เรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์ และการฟอกเงินของเครือข่ายบริษัทฮุ่ยวัน โดยพล.ต.ท. พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่มาตอบคำถามแทนนายกรัฐมนตรี

