'รังสิมันต์' มัด 'ทักษิณ' เช็กอาการแค่ 4 นาที อีก 17 นาทีเดินทางไปรพ.ตำรวจ

7 พ.ย.2567 - ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม กมธ.ฯ เชิญบุคคล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงหารือกรณีการพักษาอาการป่วยของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ชั้น14 โรงพยาบาลตำรวจ เป็นไปโดยถูกต้องตามกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ว่า ได้พิจารณา 3 กรอบแนวทางหลัก

1.การไปพักรักษาตัวของนายทักษิณ ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ชอบหรือไม่ 2.การพักรักษาตัวอยู่ยาวแบบนี้ สุดท้ายเป็นการตัดสินใจของใคร ถูกต้องทั้งทางการแพทย์ และทางกฎหมายหรือไม่ 3.ตั้งแต่นายทักษิณ ออกมาจนถึงปัจจุบัน มีปัญหาในเชิงความชอบด้วยกฎหมายอะไรบ้าง

นายรังสิมันต์ กล่าวว่าต้องยอมรับว่า 2 แนวทางแรกมีปัญหาอย่างมากในการพิจารณา เช่น การที่นายทักษิณป่วย มีอาการแน่นหน้าอก และไปที่สถานพยาบาล ปรากฎข้อมูลที่เราได้รับทราบว่าสุดท้ายคนที่มาดูแลสุขภาพนายทักษิณ เป็นแค่พยาบาลเท่านั้น นายทักษิณไมได้ถูกนำตัวไปที่โรงพยาบาลราขทัณฑ์เลย แพทย์ราชทัณฑ์ก็ไม่ได้มีโอกาสมาดูด้วยตา หรือใช้เครื่องมือดูแลสุขภาพนายทักษิณ มีเพียงพยาบาลโทรไปหาแพทย์ราชทัณฑ์เพื่อปรึกษา แล้วส่งตัวไปที่โรงพยาบาลตำรวจ จึงเป็นที่เคลือบแคลงว่าทำไมกระบวนการถึงเป็นแบบนั้น

“หลังจากเราไล่ไทม์ไลน์ทั้งหมด ระยะเวลาตั้งแต่นายทักษิณไปถึงสถานพยาบาล และพิจารณาหารือกับพยาบาลที่ได้ปรึกษาแพทย์ราชทัณฑ์ แล้วส่งต่อไปยังโรงพยาบาลตำรวจ จากข้อมูลที่ได้รับใช้เวลาเพียง 21 นาทีเท่านั้น หากตรวจดูจากกูเกิ้ลแมพดูระยะเวลาการส่งตัว ใช้เพียง 17 นาทีเท่านั้น หมายความว่าระยะเวลาในการวินิจฉัย มีแค่เพียง 4 นาที ถือเป็นการทำเวลาได้รวดเร็วมาก” นายรังสิมันต์ กล่าว

ประธานกมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กล่าวต่อว่า ประเด็นต่อมา เราได้รับคำอธิบายว่าการส่งตัวนายทักษิณไปโรงพยาบาลตำรวจ ดำเนินการโดยผู้บัญชการเรือนจำ เรื่องนี้ค่อนข้างแปลก ทำไมบทบาทของหมอโดยเฉพาะโรงพยาบาลราชทัณฑ์ถึงดูน้อยมาก ในการให้ความเห็นเรื่องนี้ สุดท้ายเป็นการโยนกันไปมา แน่นอนว่าวันนี้ตัวแทนของโรงพยาบาลตำรวจไม่ได้มาเข้าชี้แจงต่อกมธ.ฯเลย แต่เราติดตามข่าวสาร รองนายแพทย์ใหญ่ของโรงพยาบาลตำรวจ เคยออกมาให้สัมภาษณ์สื่อว่าการที่นายทักษิณต้องอยู่รักษาตัว ไม่ใช่การตัดสินใจของโรงพยาบาลตำรวจ แต่เป็นการตัดสินใจของกรมราชทัณฑ์ แต่วันนี้ได้รับคำตอบจากราชทัณฑ์ว่า ไม่ได้เป็นการตัดสินใจของราชทัณฑ์ แต่เป็นการตัดสินใจของแพทย์เจ้าของไข้ กมธ.ฯก็พยายามตรวจสอบหารายชื่อแพทย์เจ้าของไข้นายทักษิณ แต่ไม่ได้รับคำตอบเลย จนไม่แน่ใจว่าการที่นายทักษิณรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ เป็นการตัดสินใจของใคร

“กมธ.พยายามแสวงหาคำตอบ ก็ไม่มีใครยืนยันกับเราได้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา ถ้า2กรณีนี้ไม่ได้ข้อยุติ จะกลายเป็นว่านายทักษิณป่วยจริงหรือไม่ ถ้าไม่ป่วยจริง ปรากฎว่านายทักษิณอาจมีส่วนในการตัดสินใจด้วย ความรับผิดชอบจะไม่ได้อยู่ที่แค่หน่วยราชการ แต่นายทักษิณอาจจะเกี่ยวข้องกับการแสดงบทบาทบางอย่าง เพื่อทำให้เกิดการหลงเชื่อว่าตัวเองเจ็บป่วย ทำให้ผลของการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่รัฐต้องส่งไปโรงพยาบาลตำรวจ ทำให้สุดท้ายการที่นายทักษิณไปอยู่โรงพยาบาลตำรวจ ไม่แน่ใจว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เราได้รับข้อมูลจากเลขานุการกมธ.ฯ ว่าการที่นายทักษิณไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจห้องพิเศษ มีค่าใช้จ่ายจำนวน8,500บาท เบ็ดเสร็จรวมแล้วอาจมีค่าใช้จ่ายถึง1ล้านบาท จึงมีคำถามต่อมาว่าตกลงใครเป็นคนจ่าย ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ เวชระเบียน ข้อมูลการรักษา ถามใครก็ไม่มีใครตอบได้ ทั้งหมดนี้ทำให้ข้อเท็จจริงหลายอย่างไม่ปรากฎชัดเจนต่อกมธ.ฯ แต่สิ่งที่ชัดเจนคือเรื่องนี้น่าสงสัย มีพิรุธ ตั้งแต่ตนทำงานเป็นประธานกมธ.ฯมา เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ได้รับความร่วมมือน้อยที่สุดจากหน่วยงานราชการ และหน่วยงานราชการไม่อยากบอกอะไรกับเราเลย ทำให้ข้อสงสัยของสังคมเรื่องชั้น 14 ยังคงอยู่ต่อไป

เมื่อถามว่าระยะเวลาผ่านมานานแล้วทำไมถึงหยิบยกเรื่องนี้กลับมาพิจารณาอีกรอบ ประธานกมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กล่าวว่า ระยะเวลาที่ผ่านมานาน ไม่ได้ทำให้กระบวนการที่เกิดขึ้นในวันนั้นกระจ่างเลย ถามว่าทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ ตนคิดว่าไม่ใช่คนเดียวที่ต้องตอบ แต่การที่มีคนไปร้อง การที่ประชาชนตั้งคำถาม เป็นการยืนยันว่ากรณีนี้เป็นกรณีที่พิศวง ยังไม่มีที่สิ้นสุดที่เราจะต้องแสวงหาข้อมูลต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'โรม' เปิดพิรุธ! คดีสินบนเว็บพนัน 40 ล้านไม่คืบหน้า 'ไชยชนก-วรศิษฎ์' ให้ข้อมูลสับสน

'โรม' อัด 'คดีสินบน 40 ล้าน' ไม่คืบ ข้องใจ 'ไชยชนก' อ้างไม่แน่ใจคนเสนอสินบน อุ้ม 'นายคิว' หรือไม่ ถาม 'ปปช.-ตำรวจ' ดองสำนวนเว็บพนัน ซัด 'นายกฯ' ล้อฟรี มัวป่าปี่เป่าแซก ไม่ช่วยแก้ทุนสีเทา จน ตปท.ตั้งคำถาม ถึงอดีต รมต. ลั่น หรือเป็นเทรนด์ใหม่ นิยมกลับคำให้การ

'โรม' ผวาสภาโจ๊ก! อบรม 'รองฯมัลลิกา' ปรับปรุงตัวให้สมมืออาชีพ

'โรม' อบรมชุดใหญ่ เรียกร้อง 'รองฯมัลลิกา' ปรับปรุงการทำหน้าที่ประธาน ให้สมมืออาชีพ ห้องประชุมไม่ควรเรียกพี่-น้อง-ชื่อเล่น หวั่นเป็นสภาโจ๊ก แนะดูคนอื่นเป็นตัวอย่าง

ศึกซักฟอกเปิดฉาก! ฝ่ายค้านจัดชุดใหญ่ ล็อกเป้าเชือด 'ขั้วสีน้ำเงิน' ดักทางยุบสภาฯ

ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถือเป็นกลไกตรวจสอบที่สำคัญที่สุดในระบบรัฐสภา แต่ในเชิงการเมืองคือ "เวทีชำแหละแผลเปื่อยของรัฐบาล" และเป็น "พื้นที่โชว์ศักยภาพฝ่ายค้าน"

'โรม' รับเรื่องช่วยผู้ต้องขังคดี 112 อดอาหารประท้วง 2 เดือน ไม่กินน้ำมา 2 วัน หวั่นอาการทรุดถึงช็อกดับ

“โรม” รับหนังสือเร่งประสานราชทัณฑ์-เรือนจำธัญบุรี ช่วย “ฟ้า พรหมศร” ผู้ต้องขัง ม.112 อาการทรุด หลังอดข้าว-อดน้ำ หวั่นซ้ำรอย "บุ้ง เนติพร" เสียชีวิตคาเรือนจำ

'โรม' จี้นายกฯ ตอบให้ได้ถ้าห้ามพกปืนจะให้ความปลอดภัยสังคมอย่างไร

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีเหตุกราดยิงบ่อยครั้ง ล่าสุดที่จังหวัดนครราชสีมา มีความกังวลหรือไม่ ว่า ตนเชื่อว่าทุกคนกังวลแน่นอน ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราอาวุธปืนต่อสัดส่วนประชากรสูงติดอันดับโลก ดังนั้น เรื่องนี้ปฏิเสธไม่ได้ และบวกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่นำไปสู่โศกนาฎกรรมหลายครั้ง ต้องยอมรับความเป็นจริงว่ามาตรการที่เกี่ยวกับอาวุธปืนมีปัญหาแน่ ๆ ตั้งแต่สมัยก่อนที่มีเปิดร้านขายปืน ตนมองว่าเป็นเรื่องที่เถียงกันไม่จบ

'โรม' มองคดี 'ชัยชนะ' ทำร้าย รอง ผกก. ต้องดำเนินคดีให้เป็นเยี่ยงอย่าง ห้ามเลือกปฏิบัติ

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีนายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลภาคใต้ถูกแจ้งคงวามดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกาย ด้วยการตบบ้องหู รองผู้กำกับการ สภ.ทุ่งใหญ่ กลางงานศพ