เปิด จม. ศิษย์หลวงตามหาบัว แจงชัดทำไม 'กิตติรัตน์' ไม่สมควรนั่ง 'ประธานบอร์ด ธปท.'

11 พ.ย. 2567 – ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เมื่อเวลา 08.30 น. ตัวแทนคณะศิษยานุศิษย์ที่น้อมนำธรรมองค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน เข้ายื่นหนังสือถึง ดร.สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานคณะกรรมการคัดเลือกประธานกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่องขอคัดค้านการคัดเลือกนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ขึ้นทูลเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นประธานกรรมการ ธปท. โดยหนังสือดังกล่าวมีใจความว่า

คณะศิษยานุศิษย์องค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน ในฐานะประชาชนไทยที่เทิดทูนชาติศาสน์กษัตริย์เหนือศิรเกล้า ประการสำคัญ ได้เสียสละเงินทองและร่วมปกป้องทุนสำรองปราการด่านสุดท้ายของชาติตามคำเตือนขององค์หลวงตาจนสำเร็จ พวกเราเห็นว่า ธปท. ต้องไม่ถูกการเมืองเข้ามาแทรกแซง มิฉะนั้น จักบังเกิดมหันตภัยร้ายแรงต่อระบบการเงินมั่นคงของชาติให้วินาศไปได้อย่างง่ายดายเฉกเช่นหลายประเทศที่เคยมั่งคั่งมาก่อน แม้ยังคงมีทรัพยากรธรรมชาติที่มีค่า แต่เงินของชาติกลับเสื่อมค่านำพาประเทศให้ตกหล่มลึกแห่งวังวนวิกฤตเศรษฐกิจ

คณะศิษย์ฯ ได้ติดตามได้พิจารณาโดยธรรมอย่างปราศจากอคติ จนเห็นพ้องต้องกันไม่ยอมรับ “นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง” เข้ามาดำรงตำแหน่งใดๆ ไม่ว่าประธานหรือแม้แต่กรรมการก็ไม่สมควร เนื่องจากเป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์และแสดงตนชัดเจนถึงความสัมพันธ์ใกล้ชิดทางการเมือง เคยให้สัมภาษณ์ แสดงพฤติกรรม และมีเจตคติชัดแจ้งต่อสายตาสาธารณชน ถึงการครอบงำและแทรกแซงการทำงานของธนาคารแห่งประเทศไทย พฤติการณ์ดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นการทำร้าย “หลักธรรมาภิบาลที่ดี” เป็นการทำลายความเป็นอิสระซึ่งเป็นหัวใจสำคัญสูงสุดของ “ระบบธนาคารกลาง” ในขณะที่คณะศิษย์ฯ ต่างคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โดยสถานภาพแห่งการดำรงตำแหน่ง “ประธานกรรมการ ธปท.” และ/หรือ “กรรมการ ธปท.” นั้น ทุกท่านผู้เสนอตัวต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติดังกล่าวอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ และต้องดำรงตนเข้มงวดกวดขันเพื่อเป็นแบบอย่างอันดีงามกว่าบุคลากรในตำแหน่งอื่นใด ทั้งการณ์กลับเป็นตรงข้าม “นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง” มีความด่างพร้อยทางด้านจริยธรรม มีพฤติการณ์ “โกหกสีขาว” (white lies) ซ้ำซาก เพียงเพื่อมุ่งรับใช้การเมือง มิหนำซ้ำ ยังเคยอวดศักดาประกาศว่า จะถอดผู้ว่า ธปท. ให้พ้นไปจากตำแหน่ง เนื่องจากไม่พอใจที่ ผู้ว่า ธปท. คัดค้านรัฐบาลมิให้เข้ามาล้วง “ทุนสำรองของชาติ” ไปใช้แบบอีลุ่ยฉุยแฉก เพียงเพื่อสนองนโยบายประชานิยม

คณะศิษย์ฯ ขอน้อมนำคำสอนโดยย่อขององค์หลวงตาที่สอดคล้องกับกรณีว่า “ความอยากความทะเยอทะยานด้วยอำนาจบาตรหลวงที่เอากฎหมายมาบังหน้า มาบีบบี้สีไฟประชาชนอยู่เบื้องหลัง อย่าเอามาใช้ในเมืองไทยของเรา เมืองไทยจะล่มจม ให้เอาอรรถเอาธรรมเข้ามาสู้กัน มันถึงผสมกันเป็นความแน่นหนามั่นคงเจริญรุ่งเรืองของชาติ ชาติไทยเรานี้จะสงบร่มเย็นด้วยธรรมนะ… ความเห็นแก่พวกพ้องของตัว… นี่ละมันจะทำลายชาติบ้านเมือง ปัดออกให้หมด… ให้เห็นแก่คนไทยล้วนๆ อยู่ด้วยกันเป็นผาสุก ต่างคนต่างปรึกษาหารือกัน จึงเรียกว่า เราเป็นชาติไทย”

จึงกราบเรียนด่วนที่สุดบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ชาติไทย ในฐานะท่านเป็นผู้ชี้ขาดชะตากรรมของชาติว่า ท่านจักระงับหรือสนับสนุนบุคคลผู้เคยทำร้ายหลักธรรมาภิบาลและหลักการสำคัญของธนาคารกลาง การตัดสินใจของท่านในวาระนี้ย่อมส่งผลกระทบเป็นอย่างยิ่งต่อสิ่งอันเป็นหัวใจของชาติ จึงขอความอนุเคราะห์ระงับดับเหตุเภทภัยที่จักบังเกิดต่อชาติให้วินาศสลายไปโดยเร็วด้วยเทอญ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ธนพร' ชี้หากพรรคประชาชนจับมือ 'แดง-เขียว' เท่ากับทำลายตัวเอง ผิดคำพูด

รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง กล่าวถึงกรณี น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่แสดงความเห็นว่าหากเกิดการจัดตั้งรัฐบาลระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย ก็จำเป็นต้องพูดคุยกับพรรคประชาชนด้วยว่า

'ไอติม' ลั่นไม่ลืมสัญญาประชาคม 'มีเราไม่มีเทา' ชี้ตั้งรัฐบาลใหม่เป็นแค่ข่าวลือ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการจัดตั้งรัฐบาลแดง เขียว ส้ม ซึ่งร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ก็ระบุว่าลืมไปหมดแล้วที่เคยพูดว่า “มีเราไม่มีเทา” จะเป็นการเปิดโอกาสให้ส้มเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ ว่า ตอนนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานหลายอย่างมาก ซึ่งก็ยังไม่ได้มีการยืนยันในแต่ละภาคส่วน

'ศิริกัญญา' ลั่นหลาบจำแล้ว จุดยืนชัดพรรคส้มไม่มีทางร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวการดีล ทางการเมืองระหว่างฝั่งสีแดงกับฝั่งสีเขียวจนทำให้รัฐบาลสั่นคลอน ว่า จริงๆ แล้วถึงไม่มีการ ดีลระหว่างเขียวกับแดง รัฐบาลก็มีความสั่นคลอนอยู่จากปัญหา 108 พันประการ ตั้งแต่เริ่มตั้งรัฐบาลมา อายุเพียง 3 เดือน แต่ข่าวฉาว ข่าวไม่ดีต่างๆ ตั้งแต่การทุจริตคอร์รัปชัน การโกงสว.