
18 ธ.ค.2567 - สืบเนื่องจากกรณี นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียแต่งตั้งให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวในตำแหน่งประธานอาเซียน ที่นายกฯมาเลเซียจะเข้ารับตำแหน่งในปี 2568
นายกัณวีร์ สืบแสง ซึ่งเคยทำงานด้านสันติภาพ มนุษยธรรม สิทธิมนุษยชน ความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ปัจจุบันเป็น สส.บัญชีรายชื่อพรรคเป็นธรรม ได้แสดงความคิดเห็นถึงกรณีดังกล่าวไว้น่าสนใจ
โดยนายกัณวีร์ ระบุว่ามาเลเซียเจอโจทย์ไม่ง่ายกับการเป็นประธานอาเซียนในปี 2568 การขับเคลื่อนอาเซียน ความร่วมมือระดับภูมิภาคของประเทศสมาชิกทั้ง 10 กับการแก้ไขประเด็นร้อนๆ ในภูมิภาคอย่างสถานการณ์ในเมียนมา และไหนจะเป็นการตบปากรับคำของนายกฯ มาเลเซียที่จะใช้อาเซียนเป็นกรอบความร่วมมือในการผลักดันสันติภาพปาตานีอีก
นายกัณวีร์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า เรื่องสถานการณ์เมียนมา มีความพยายามของประธานอาเซียนที่ผ่านมาสองครั้งคืออินโดนีเซียและลาวที่จะใช้อาเซียนผลักดันสันติภาพในเมียนมา สิ่งเดียวที่ทำได้และคนติดหูประจำคือฉันทามติ 5 ข้อ (5 Point Concensus) แต่เหมือนว่าการขยับจะช้าและถูกมองจากเวทีระหว่างประเทศถึงความพยายามที่ไร้ผลในทางปฏิบัติ
ที่ผมจำได้คือผมเองได้มีโอกาสพูดคุยกับ Special Envoy ของอินโดนีเซีย ประธานฯ ปี 2566 ที่มีความกระตือรือร้นกับการผลักดันใช้กลไกอาเซียนเพื่อเป็นเข็มเจาะให้ทะลุเพื่อสร้างการเจรจาระหว่างกลุ่มต่างๆ ในเมียนมา ทั้งผ่านทางการเตรียมพร้อมในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมข้ามแดนผ่านไทยต่อผู้ผลัดถิ่นภายในประเทศเมียนมา และความพยายามในการสร้างพื้นที่สนทนา (แต่หาที่ลงไม่ได้) รวมถึงการผลักดันให้ฉันทามติทั้ง 5 ให้เป็นความจริง (แต่มันก็ห่างไกลจริงๆ)“
ความพยายามในปีนี้ 2567 ของอาเซียนในเมียนมาก็ยังเห็นผลช้ามากๆ เหมือนไม่เห็นความคืบหน้าในช่วงที่ลาวเป็นประธาน แต่ไทยได้ใช้ความพยายาม 1 ครั้งในการใช้ ASEAN Humanitarian Assistance (AHA) ในการให้ความช่วยเหลือข้ามแดนผ่านไทยเพื่อช่วย IDPs ในฝั่งชายแดนเมียนมาที่ติดกับไทย แต่ก็ตกหลุมพลางในการไม่ยึดหลักมนุษยธรรม เนื่องจากยังเป็นการให้ความช่วยเหลือแบบรัฐต่อรัฐ และ AHA เองก็เน้นแต่เรื่องการให้ความช่วยเหลือมนุษยธรรมจากภัยธรรมชาติเท่านั้น
วันนี้เราได้ยินสัญญาทางอ้อมผ่านประธานอาเซียนคนถัดไป คือ มาเลเซีย ในการจะสร้างสันติภาพผ่านกลไกอาเซียน เพราะพูดออกมาอย่างโจ่งแจ้งว่าจะมีการแต่งตั้งคุณทักษิณฯ เป็นประธานอาเซียนเพื่อร่วมสร้างสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ !!
สนุกครับงานนี้ ผมจะพยายามโยงเรื่องสันติภาพเมียนมาและสันติภาพชายแดนใต้กับการใช้อาเซียนให้ฟัง ปัญหาหลักของอาเซียนคือหลักการสำคัญเรื่องหลักการไม่แทรกแซง (non interference) ซึ่งถูกวางไว้ในกฏบัตรอาเซียนตั้งแต่แรก ความกังวลของการที่จะไม่สามารถตั้งอาเซียนได้เพราะกลัวการแทรกแซงและการทำให้ประเทศสมาชิกระคายเคืองจึงถูกวางเป็นหลักการสำคัญและทำให้การจัดตั้งเมื่อปี 2510 เป็นที่สำเร็จ
การถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นเรื่องปกติของอาเซียนเรื่องการขาดรูปธรรมจึงเป็นเรื่องปกติประจำในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะจากประชาคมภาคประชาสังคมด้านมนุษยธรรมที่มองว่าอาเซียนไม่ใช่ทางออกของปัญหามนุษยธรรมในภูมิภาคแต่อย่างใด!!
ฉันทามติทั้ง 5 ข้อเลยเป็นแค่การพูดกลางๆ กับสถานการณ์ในเมียนมาและไม่กล้าที่จะแตะต่อรากเหง้าแห่งปัญหาของการเข่นฆ่าประชาชนอย่างไร้มนุษยธรรมในประเทศ ปัญหาหลักๆ ของหลักการไม่แทรกแซงถูกโจมตีว่าเป็นเกราะป้องกันความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของอาเซียนในการแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืนในประเทศสมาชิกจากสมาชิกประเทศอื่นๆ เอง และหลักการนี้กลายเป็นเครื่องมือที่ทำให้ประเทศสมาชิก “ปล่อยจอย” แล้วยืนมองให้ปัญหาของเพื่อนสมาชิกเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้วรอให้มันแก้ไขด้วยตัวเอง มากกว่าจะเป็นตัวช่วยในการแก้ไขปัญหา !!
ถ้าอยากใช้อาเซียนแก้ไขปัญหาต้องเปลี่ยนหลักการจาก “การไม่แทรกแซง—non interference” เป็น ”การแทรกแซงอย่างสร้างสรรค์—constructive intervention” ให้ได้ ยากแต่ต้องทำ ต้องใช้ความกล้าหาญของผู้นำประเทศทั้ง 10 และอาจจะเป็น 11 เมื่อติมอร์เลสเต้จะเข้ามาร่วมเร็วๆ นี้ ในการปรับปรุงหลักการพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของอาเซียนเสียก่อน
กลับมาที่การประกาศแต่งตั้งคุณทักษิณเป็นที่ปรึกษาประธานอาเซียนอย่างมาเลเซียในปีหน้า เพื่อสร้างสันติภาพใน จชต.!! มึนหนักกับการเดินเกมด้านนี้ของทั้งสองประเทศจริงๆ ปัญหาอาเซียนข้างบนหนักแล้ว เอาคุณทักษิณ มาเป็นสัญลักษณ์ในการสร้างสันติภาพในกรอบอาเซียนยิ่งงงใหญ่!
กลไกภายในประเทศไทยยังไม่ขับเคลื่อน การเจรจาหยุดชะงักตั้งแต่รัฐบาลเศรษฐาฯ เปลี่ยนเป็นรัฐบาลแพทองธาร ไม่เคลื่อนที่ไปไหน นิ่งสงบทั้งไทยทั้งมาเลเซีย ตอนนี้จะเอาอาเซียนเข้ามา ลองคิดตามนะครับ
เคยคิดบ้างมั้ยว่าเอาประชาชนในพื้นที่มาเกี่ยวข้อง? ผมไม่เห็นนะครับ ว่าจะคิดอย่างนี้สักครั้ง ปัญหาอาเซียนมีมากมายหลายหลากอยู่แล้ว อย่าทำให้มันเป็นแค่การจับมือถ่ายรูปกันอย่างเดียวเลย เปลี่ยนหลักการเสีย และต้องสร้างความต่อเนื่องของการทำงานแบบทรอยก้าร์ให้ได้เสียก่อน ก่อนที่คิดจะหยิบกลไกนี้มาใช้อย่างสร้างสรรค์
ผมว่าเดี๋ยวคงได้เห็นการนำอาเซียนมาแก้ไขปัญหาพื้นที่ OCA ระหว่างไทยกับกัมพูชาและการแต่งตั้งฮุนเซน พ่อของฮุนมาเนท มาเป็นที่ปรึกษาประธานอาเซียนอีกคน จอบอครับ!!
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คกก.ผู้แทนพิเศษแก้ชายแดนใต้ ถกภารกิจหลักให้ทำงานเป็นเอกภาพ นำร่อง 14 อำเภอชายแดนไทย-มาเลเซีย
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการผู้แทนพิเศษรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช. นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้
ปัตตานีระอุ! คนร้ายลอบยิงตำรวจ สภ.ทุ่งยางแดง บาดเจ็บ จนท.เร่งติดตามผู้ก่อเหตุ
เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิง จ่าสิบตำรวจฮากีม กือจิ อายุ 32 ปี ผู้บังคับหมู่ป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรทุ่งยางแดง
ตั้งกก.ฟันวินัย3หมอตร. แบ่งหน้าที่ช่วย‘ทักษิณ’
“รักชนก” ย้ำจุดยืนส้มมีเราไม่มีเทา หลังมีกระแสตั้งรัฐบาลเขียว-แดง-ส้ม “มาร์ค” โนคอมเมนต์ ฝันกลับมาเป็นพรรคหลัก “ผบ.ตร.” ตั้งกรรมการสอบ
'สีหศักดิ์' แถลงผลเยือนไทยอย่างเป็นทางการของ 'มิน ออง หล่าย' ผลักดันเมียนมากลับสู่อาเซียน
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ แถลงผลการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายมิน ออง หล่าย ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาว่า การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมืองของเมียนมา ซึ่งไทยมองว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญในการผลักดันความร่วมมือทั้งในระดับทวิภาคีและระดับภูมิภาค
เปิดแผน BRN หลังเปลี่ยนแกนนำใหม่ มุ่งดิสเครดิตกองกำลังรัฐ-เดินหน้าผลิตแนวร่วม
รองผู้บังคับกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระบุสถานการณ์ความไม่สงบยังมีความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง เผย BRN ปรับยุทธวิธีรายปีหลังเปลี่ยนแกนนำ มุ่งโจ
เปิดสุนทรพจน์ นายกฯไทย แสดงวิสัยทัศน์ ณ สำนักเลขาธิการอาเซียน ครั้งแรกในรอบ 17 ปี
นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงแสดงวิสัยทัศน์ของไทยต่ออนาคตอาเซียน ซึ่งมีคณะผู้แทนถาวรประจำสำนักงานเลขาธิการอาเซียน และนักการทูตที่สนใจเข้าร่วม กว่า 100 ประเทศ

