อดีตรองผู้ว่าฯกทม. ถึงกับอึ้ง! คิดได้ไง ใช้รถไฟฟ้า-รถเมล์ฟรี 7 วัน สู้ฝุ่นพิษ PM2.5

25 ม.ค. 2568 - ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง คิดได้ไง ??? ใช้ "รถไฟฟ้า-รถเมล์" ฟรี 7 วัน สู้ฝุ่นพิษ PM2.5 มีเนื้อหาดังนี้

เป็นความพยายามที่น่าทึ่งของรัฐบาลที่จะสู้กับฝุ่นพิษ PM2.5 ด้วยการให้พี่น้องประชาชนใช้รถไฟฟ้าและรถเมล์ฟรีทุกสายเป็นเวลา 7 วัน ในช่วงระหว่างวันที่ 25-31 มกราคม 2568 หวังอย่างเต็มเปี่ยมว่าการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลจะลดลง เป็นผลให้ฝุ่น PM 2.5 ลดลงด้วย แต่มาตรการนี้จะใช้ได้ผล หรือเสียเงินฟรี 140 ล้าน ?

1.จะมีคนจอดรถยนต์ส่วนบุคคลมาขึ้นรถไฟฟ้าหรือไม่ ?

มีแต่น้อยมาก พูดได้ว่าไม่มีนัยสำคัญ พิสูจน์ได้โดยเปรียบเทียบปริมาณรถยนต์ส่วนบุคคลบนถนนที่มีรถไฟฟ้าวิ่ง เช่น ถนนสุขุมวิท ถนนสีลม ถนนพญาไท ถนนรัชดาภิเษก และถนนลาดพร้าว เป็นต้น ในช่วง 7 วัน ก่อนและหลังการใช้รถไฟฟ้าฟรี นั่นคือระหว่างวันที่ 18-24 มกราคม 2568 ซึ่งเป็นช่วง 7 วัน ที่ไม่ให้ใช้รถไฟฟ้าฟรี กับวันที่ 25-31 มกราคม 2568 ซึ่งเป็นช่วง 7 วัน ที่ให้ใช้รถไฟฟ้าฟรี ผมคาดว่าปริมาณรถยนต์ส่วนบุคคลใน 2 ช่วงเวลาดังกล่าวจะไม่ต่างกันมาก

ที่สำคัญ อย่านำปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าระหว่าง 2 ช่วงเวลาดังกล่าวมาเปรียบเทียบ เพราะปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าในช่วงให้ใช้รถไฟฟ้าฟรีอาจจะเพิ่มขึ้น แต่ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นนั้นอาจไม่ได้มาจากผู้ใช้รถยนต์ส่วนบุคคล เพราะผู้ใช้รถยนต์ส่วนบุคคลส่วนใหญ่รักความสะดวกสบาย คงไม่ยอมเปลี่ยนใจมาขึ้นรถไฟฟ้า ผู้โดยสารรถไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอาจมาจากผู้โดยสารรถเมล์ หรือนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ หรือผู้ที่ไม่เคยใช้รถไฟฟ้า หรือไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้รถไฟฟ้า อาจถือโอกาสนี้นั่งรถไฟฟ้าไปเยี่ยมญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง พบปะสังสรรค์ หาอาหารอร่อยๆ รับประทาน ชอปปิง และ/หรือ กินลมชมวิวกรุงเทพฯ และปริมณฑลก็ได้

2.จะมีคนจอดรถยนต์ส่วนบุคคลมาขึ้นรถเมล์หรือไม่ ?

คำตอบคือ ยากครับ ! เพราะไม่สะดวกสบายเหมือนใช้รถยนต์ส่วนบุคคล

3.สรุป

มาตรการให้ใช้รถไฟฟ้าและรถเมล์ฟรี 7 วัน ระหว่างวันที่ 25-31 มกราคม 2568 จะไม่ทำให้ปริมาณการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลลดลง ไม่เป็นไปตามความคาดหวังของรัฐบาล แต่จะทำให้รถไฟฟ้าในช่วงเวลาเร่งด่วนซึ่งมีผู้โดยสารแน่นแออัดอยู่แล้วแน่นยิ่งขึ้น

ด้วยเหตุนี้ เงินชดเชยให้เอกชนผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้าช่วง 7 วัน ประมาณ 140 ล้านบาท ก็จะไม่เกิดประโยชน์ตามความประสงค์ของรัฐบาล นำเงินดังกล่าวไปใช้ในการควบคุมไม่ให้มีการเผาไหม้จะได้ผลดีกว่า

ทั้งหมดนี้ ด้วยความหวังดีที่ไม่อยากเห็นกรุงเทพฯ เป็น "มหานครจมฝุ่น"

----------------------------

หมายเหตุ: ข้อสงสัยดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นข้อกังขาที่ผมและประชาชนทุกคนชอบที่จะต้องขอคำชี้แจงให้สิ้นสงสัยจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ทั้งนี้ก็เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ด้วยเจตนาที่จะให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้อย่างเต็มที่ โดยปราศจากข้อสงสัยใดๆ ทั้งสิ้นเท่านั้นเอง

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สามารถ' ชี้จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย เชื่อมโครงข่ายรถไฟไทย-ลาว-จีน ที่รัฐบาลต้องเร่งก่อสร้างทันที

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า พบแล้ว! "จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย" เชื่อมรถไฟไทย-ลาว-จีน

'สีหศักดิ์' เปิดวาระถก 'มิน อ่อง หล่าย' ชู 'ปราบสแกมเมอร์-ยาเสพติด-มลพิษ'

'สีหศักดิ์' เผยวาระถก 'มิน อ่อง หล่าย' ชูปราบสแกมเมอร์-ยาเสพติด-มลพิษแม่น้ำกก หนุนสันติภาพเมียนมา ยินดี ICRC พบ 'ซูจี' มองเป็นสัญญาณดีต่อบรรยากาศการเมือง

รมว.สุชาติ มอบ คพ. ลงพื้นที่เชียงใหม่–เชียงราย ผนึก UNIDO แก้ปัญหามลพิษข้ามแดน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมาย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ประชุมร่วมกับองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) ประจำประเทศไทย และลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดเชียงราย

การจุดพลุ 8.5 แสนดอกของทรัมป์ ทำให้กรุงวอชิงตันกลายเป็นเมืองที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก

ข้อมูลจาก IQAir ระบุว่า วอชิงตันเคยเป็นเมืองใหญ่ที่มีมลพิษมากที่สุดในโลกชั่วขณะหนึ่ง หลังจากมีการแสดงดอกไม้ไฟครั้งใหญ่ในวันประกาศอิสรภาพ ซึ่งฝ่ายบริหารของทรัมป์ยกย่องว่า "สุดยอด"

รมว.สุชาติ สั่ง คพ. หารือกรมกิจการชายแดนทหาร ชงประเด็นสิ่งแวดล้อมข้ามแดน สู่เวที HLC ไทย-เมียนมา เร่งแก้ไฟป่า หมอกควัน และโลหะหนักในแม่น้ำอย่างเป็นรูปธรรม

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) หารือกรมกิจการชายแดนทหาร (ชด.) ผลักดันประเด็นความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมข้ามแดนเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการระดับสูงไทย–เมียนมา (HLC) ครั้งที่ 9 มุ่งยกระดับความร่วมมือในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันข้ามแดน และจัดการมลพิษทางน้ำ แก้ปัญหาโลหะหนัก เพื่อเสริมสร้างคุณภาพสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน

สนธิกำลัง ตรวจสอบหาต้นตอน้ำเสียจากโรงงานนิคมอุตสาหกรรม ทำสัตว์น้ำตายเกลื่อน

ปลัดอำเภอนิคมพัฒนา รองนายกเทศบาลตำบลพนานิคม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วย สาธารณสุข และเจ้สหน้าที่จากอุตวาหกรรมจังหวัด สนธิกำลังตรวจสอบน้ำเสีย สัตว์น้ำตายเกลื่อน คาดว่า น้ำเสียถูกปล่อยจากโรงงานอุตสาหกรรม ปลัดอำเภอหวั่นห่วงโซ่อาหารในเขตนิคมอุตสาหกรรม เหลือไว้เป็นเพียงตำนาน ถ้าน้ำเสียลงอ่างเก็บน้าดอกกราย