ข้อกล่าวหาผิดจริยธรรมร้ายแรงกรณีเสนอแก้มาตรา 112 ‘ป.ป.ช.’ ส่งถึงมือ 44 สส.แล้ว ‘โรม’ ยืนกรานไม่มีกฎหมายห้ามเสนอแก้ไข แต่บอก ‘เวลาของผมคงจะมีอีกไม่มาก’ แขวะ ‘สุชาติ’ ยินดีด้วยได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นประธานป.ป.ช
14 ก.พ 2568 - นายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย หลังได้รับเอกสารจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ลงวันที่ 11 ก.พ. 2568 ที่เชิญเขาเข้ารับทราบข้อกล่าวหากรณีการเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยกล่าวหาว่าฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง
นายรังสิมันต์ ระบุว่าไม่เข้าใจว่าการเสนอกฎหมายที่เป็นหน้าที่ของ สส. จะเป็นความผิดได้อย่างไร พร้อมยืนยันว่าไม่มีบทกฎหมายใดห้ามการเสนอแก้ไขมาตรา 112 และการกระทำนี้ก็เป็นการทำหน้าที่ของผู้แทนประชาชนตามรัฐธรรมนูญ
“ผมยืนยันว่าไม่มีทางที่เราจะทำผิดมาตรฐานจริยธรรม”
อย่างไรก็ตาาม นายรังสิมันต์ ได้บอกว่า “ส่วนตัวผมทราบดีว่าเวลาของผมคงจะมีอีกไม่มาก” ซึ่งแสดงถึงการยอมรับว่าอาจจะมีการดำเนินการต่อไปอย่างรวดเร็ว โดยเขาจะทำหน้าที่ในสภาอย่างเต็มที่ระหว่างที่ยังมีเวลา
นายรังสิมันต์ ยังกล่าวถึงการทำงานของ ป.ป.ช. ที่เขามองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ โดยข้อกล่าวหาต่อ สส. ทั้ง 44 คนจากพรรคประชาชนในกรณีนี้มีความรวดเร็วในการดำเนินการ ขณะที่ข้อร้องเรียนจากฝ่ายค้านกลับไม่ได้รับการพิจารณาอย่างเท่าเทียมกัน
เขายังตั้งคำถามถึงมาตรฐานของ ป.ป.ช. และการทำงานที่ดูจะมีความไม่โปร่งใสโดยเฉพาะข้อครหาที่ ป.ป.ช. บางคนเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องวิ่งเต้น ให้หลุดพ้นจากการถูกร้องถอดถอน
ในตอนท้าย นายรังสิมันต์ กล่าวถึงการได้รับข้อกล่าวหาภายในวันมาฆบูชา ซึ่งอาจจะเป็นเหตุบังเอิญ พร้อมแสดงความยินดีให้กับนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ที่ได้รับการโปรดเกล้าขึ้นเป็นประธาน ป.ป.ช. และกล่าวว่าจะติดตามความคืบหน้าของคดีนี้เพื่อแจ้งให้ประชาชนทราบ
รายงานข่าวแจ้งว่า ป.ป.ช. ได้ทยอยส่งข้อกล่าวหาให้ 44 สส.แล้ว โดยแต่ละคนได้รับแจ้งไม่เหมือนกันตามฐานความผิดในชั้นสอบสวน
ทั้งนี้ข้อกล่าวหาดังกล่าว สืบเนื่องจากนายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความ ยื่นคำร้องต่อ ป.ปช. เมื่อ 2 ก.พ.2567 เพื่อขอให้ไต่สวนและดำเนินคดีกับ สส.พรรคก้าวไกล (ขณะนั้น)จำนวน 44 คน
ฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า เป็นการล้มล้างการปกครองระบบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ป.ป.ช. สั่งไต่สวน 'โกงสอบท้องถิ่น' ปี 64 เป็นคดีพิเศษ
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่าคณะกรรมการป.ป.ช. มีมติรับกรณี ทุจริตสอบผู้บริหารท้องถิ่น ปี64 ไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษเพิ่มเติม หลังพบพฤติกรรมแก้คะแนนจากสอบตกให้เป็นสอบผ่าน
ห้ะ! 'ปชน.' นัด 30 ส.ค. เปิดศาลาวัด ทุบกำแพงโสโครกสีน้ำเงิน เอาซากมาถมที่ทำฮวงซุ้ยเขากระโดง
รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์เชิญชวนแฟนคลับ 'มาทุบกำแพงโสโครกสีน้ำเงินกัน' วันที่ 30 ส.ค. ที่ศาลาการเปรียญวัด
'เท้ง' ลั่นก้าวสู่ปีที่ 3 'ปชน.' สานต่อภารกิจ 'อนาคตใหม่-ก้าวไกล' ซัดระบอบสีน้ำเงิน ทำหลักนิติรัฐ-นิติธรรมสั่นคลอน
'ณัฐพงษ์' โพสต์ 2 ปี พรรคประชาชน กับภารกิจสร้างอนาคตใหม่ที่ดีกว่า สร้างประเทศไทยให้ก้าวไกล เพื่ออำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน
สว.อังคณา หนุน 'อนุสรณ์' ต้านมิน ออง ไลง์ แปลกใจพรรคส้มพูดสิทธิมนุษยชนแต่กลับเงียบ
“อังคณา” เชื่อ “อนุสรณ์” ประท้วงการเยือนไทยของ “มิน ออง ไลง์” มาจากมโนสำนึกของคนที่เชื่อมั่นในศักดิ์ศรีความเป็
รุมจวก‘โรม’เพ้อเจ้อโกงสอบ
“อนุทิน” ฟาด “โรม” พูดไม่มีข้อมูลจริง จับโยงให้เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ยันไม่มีหน้าที่ดูทีโออาร์ “วรศิษฎ์” ตอก พูดข้อเท็จจริงไม่ครบ
'อนุทิน' ฟาด 'รังสิมันต์' ชอบพูดคาดเดาตามสติปัญญาที่มี ยันไม่เกี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายรังสิมันต์ โรม เป็นประธานกรรมาธิการ มีการอ้างชื่อนายกรัฐมนตรี เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่น

