นักวิชาการสอนมวย 'จุลพันธ์' ไล่กลับไปอ่านหลักการ-เหตุผล ร่าง พ.ร.บ.กาสิโนของรัฐบาล หลังตีมึนค้านกฤษฎีกา ตั้งกำแพงคนไทยต้องมี 50 ล้านถึงเข้าได้
26 ก.พ.2568 - รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.)นักวิชาการที่ติดตามนโยบายสาธารณะของรัฐบาลในเรื่องการเปิดกาสิโนในประเทศไทย กล่าวถึงร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ....หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่กำหนดให้คนไทยที่จะเข้ากาสิโนได้ต้องมีบัญชีเงินฝาก 50 ล้านบาทขึ้นไป แต่ต่อมา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า “…หลักคิดนี้แตกต่างจากหลักคิดของรัฐบาลบางส่วน เพราะกลไกที่ทางรัฐบาลทำนอกจากการกระตุ้นเศรษฐกิจและลงทุนจากต่างชาติแล้ว ที่สำคัญคือการแก้ไขปัญหาการพนันผิดกฎหมายด้วย...” ทำให้มีแนวโน้มที่มาตรานี้จะไม่ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าเรื่องนี้ หากไปพิจารณาจากบันทึกหลักการและเหตุผลประกอบร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ที่ระบุว่า “โดยที่ปัจจุบันการท่องเที่ยวเป็นภาคอุตสาหกรรมที่นำรายได้เข้าสู่ประเทศเป็นจำนวนมาก ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เพิ่มแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น (Man-made Destinations) รวมทั้งให้มีธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรเพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในประเทศและเป็นการส่งเสริมการจ้างแรงงานในประเทศ จำเป็นต้องมีมาตรการควบคุมและกำกับดูแลการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรให้มีมาตรฐานอย่างเหมาะสม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้” จุดนี้จะเห็นได้ว่าหลักการและเหตุผลของการจัดทำร่าง พ.ร.บ.ธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร คือเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นให้เกิดการลงทุนในประเทศ และส่งเสริมการจ้างงานในประเทศ หาใช่เพื่อแก้ปัญหาบ่อนผิดกฎหมายแต่อย่างใด
รศ.ดร.ชิดตะวันกล่าวว่า การที่คณะกรรมการกฤษฎีกาแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา 65(2) ให้คนไทยที่จะเข้าบ่อนกาสิโนต้องมีเงินในบัญชีไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท นอกจากมีเป้าหมายป้องกันมิให้คนไทยส่วนใหญ่เข้าบ่อนแล้ว ยังเป็นการร่างเพื่อให้บทบัญญัติของกฎหมายมีความสอดคล้องต้องกันกับหลักการและเหตุผลของการจัดทำพ.ร.บ.ฉบับนี้ การที่นายจุลพันธ์กล่าวว่าหลักคิดนี้แตกต่างจากหลักคิดของรัฐบาล ทั้งหมดนี้ย่อมเป็นหลักฐานที่ประจักษ์ชัดเจนอย่างปราศจากข้อสงสัยว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังไม่มีความเข้าใจในหลักการและเหตุผลของการจัดทำร่าง พ.ร.บ.ธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรที่กระทรวงการคลังได้ส่งเข้าครม.เพื่อพิจารณาเมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งระบุว่าเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดการลงทุนนประเทศ เท่านั้น หาได้มีการระบุว่าเพื่อการแก้ปัญหาบ่อนพนันผิดกฎหมายแต่อย่างใด
“การที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นผู้บริหารกระทรวงการคลัง แต่กลับไม่มีความเข้าใจในหลักการและเหตุผลของร่าง พ.ร.บ.ธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรที่ก็จัดทำขึ้นโดยกระทรวงการคลัง เช่นเดียวกับการที่นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ ซึ่งแสดงให้เห็นความไม่เข้าใจในหลักการและเหตุผลของการจัดทำร่าง พ.ร.
บ.ฉบับนี้ จึงเป็นกรณีที่ทำให้ประชาชนเกิดความกังวลและกังขาว่า การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลชุดนี้ยังสามารถเชื่อถือได้หรือไม่”ดร.ชิดตะวันกล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวดี! คมนาคมจ่อออกมาตรการช่วยค่าน้ำมันภาคขนส่งรอบ 2
'รมช.คมนาคม' ยันปรับลดค่าโดยสารตามราคาน้ำมันอิงราคาดีเซลในประเทศ พร้อมเตรียมมาตรการช่วยค่าน้ำมันภาคขนส่งรอบ 2 ช่วยเหลือผู้ประกอบการ ไม่ให้ค่าโดยสารกระทบประชาชน
'สิริพงศ์' ย้ำปี 2570 รถไฟฟ้าใช้ตั๋วร่วม 17-45 บาท
'สิริพงศ์' กางแผนตั๋วร่วม 17-45 บาท ตั้งเป้าปี 70 พร้อมบริหารการซื้อสัมปทานคืนผ่านกองทุน TFF หรือให้ รฟม.ออกพันธบัตรเลี่ยงผลกระทบหนี้สาธารณะ
'เพื่อไทย' ปรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ทุกฝ่ายสบายใจแล้วเตรียมยื่นประธานสภา
'จุลพันธ์' เผยมติ 'เพื่อไทย' เดินหน้ายื่นร่างแก้ไข รธน. รับ ปรับแก้เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย
'วรศิษฏ์' ย้ำนายกฯ สั่งลุยปราบผู้มีอิทธิพลทุกพื้นที่ไม่ใช่แค่ภูเก็ต!
'วรศิษฏ์' ย้ำนายกฯสั่งลุยปราบผู้มีอิทธิพลทุกพื้นที่ แจงเข้มภูเก็ต เหตุยังมีบางกลุ่มไม่กลัวกฎหมาย หวังจากนี้ดีขึ้น ฮึ่ม หาก จนท.รัฐเอี่ยวพิสูจน์ได้ก็ต้องรับไป
'อนุทิน' จ่อฟื้นคณะกรรมการปราบมาเฟีย!
นายกฯ จี้ถาม รมต. - ปลัดมหาดไทย คืบหน้าปราบมาเฟียภูเก็ต เตรียมฟื้น คกก.ปราบผู้มีอิทธิพล มอบ 'พลพีร์' รับผิดชอบ
เรื่องส่วนตัว! จุลพันธ์ชี้ปม 'จิรายุ' แฉ 'ชัชชาติ'
'จุลพันธ์' แจง 'จิรายุ' แฉ 'ชัชชาติ' ทำในนามส่วนตัว ย้ำ 'เพื่อไทย' ไม่เกี่ยว เหตุไม่ได้ส่งคนชิงผู้ว่าฯ กทม.

