'ทวี' แจงเหตุแยกขังเดี่ยว 'ผู้กำกับโจ้' ทนายความข้องใจปมเสียชีวิต!

รมว.ยุติธรรม เปิดเผยเหตุแยกขังเดี่ยว 'ผู้กำกับโจ้' เป็นผลจากภาวะจิตเวชและความหวาดระแวง ด้าน 'ทนายความ' ยื่นคำร้องขอชันสูตรศพ หลังสงสัยการเสียชีวิตอาจเกี่ยวข้องกับการถูกทำร้ายร่างกายหรือไม่

8 มีนาคม 2568 - เวลา 09.45 น. ที่บริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีการเสียชีวิตของ ข.ช.พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ “อดีตผู้กำกับโจ้” ว่า ตนได้รับรายงานจากอธิบดีกรมราชทัณฑ์เมื่อเวลาประมาณก่อนเที่ยงคืนว่า ผู้กำกับโจ้เสียชีวิตภายในห้องขังด้วยการผูกคอตายกับลูกกรงในห้องขังแยก ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดว่าใช้เสื้อตัวเองหรือผ้าขนหนูในการก่อเหตุ

พ.ต.อ.ทวีระบุว่า สาเหตุที่ผู้กำกับโจ้ถูกแยกขังเดี่ยว เนื่องจากเขามีภาวะหวาดระแวงและมีความเสี่ยงที่จะทำร้ายตัวเอง นอกจากนี้ ยังได้รับข้อมูลว่า ผู้กำกับโจ้มีภาวะจิตเวช ซึ่งทำให้ต้องแยกขังเดี่ยวเพื่อความปลอดภัย

ในขณะที่มีข่าวลือว่าผู้กำกับโจ้มีปัญหากับเจ้าหน้าที่ในเรือนจำและถูกทำร้ายร่างกาย รวมถึงมีการร้องเรียนจากญาติให้ตรวจสอบกรณีดังกล่าวถึง 2 ครั้ง แต่ทางเรือนจำไม่ให้พนักงานสอบสวนเข้าไปตรวจสอบ พ.ต.อ.ทวี กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “เรื่องนี้ยังไม่มีข้อมูลชัดเจน แต่จะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดเพื่อให้กระจ่าง”

ทางด้าน ทนายความของผู้กำกับโจ้ นายวีรศักดิ์ นาคิน เปิดเผยกับรายการ Sondhi X ว่า ญาติของผู้กำกับโจ้ได้เข้าเยี่ยมในช่วงบ่ายของวันที่ 7 มีนาคม และในขณะนั้นผู้กำกับโจ้ได้พูดถึงการถูกเรียกไปสอบสวนวินัยในข้อหากระด้างกระเดื่อง ก่อนที่จะเสียชีวิตในช่วงเวลา 23.00 น. โดยนายวีรศักดิ์กล่าวว่า ญาติได้ยื่นคำร้องให้ตำรวจสอบสวนเรื่องการทำร้ายร่างกาย และขออายัดศพเพื่อทำการชันสูตรที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จ.ปทุมธานี

ทนายความของผู้กำกับโจ้ ยังระบุว่าในอดีตผู้กำกับโจ้เคยได้รับการดูแลจากแพทย์ที่ออกใบรับรองแพทย์ระบุรอยฟกช้ำจากการถูกทำร้ายร่างกาย และทางตำรวจเคยพยายามเข้าไปสอบสวนเจ้าหน้าที่เรือนจำที่ถูกกล่าวหาถึง 2 ครั้ง แต่การเข้าตรวจสอบไม่ได้รับการอนุญาตจากผู้บัญชาการเรือนจำ ทั้งนี้ทางทนายความจะขอตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดมติเสียงข้างมาก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 'ภูมิธรรม-ทวี' ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคหนึ่ง(4)ประกอบมาตรา 160 (4 )และ(5)จากกรณีถูกร้องว่าใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของกกต.จึงถือว่าทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม

'ทวี' ดีใจรอดคมดาบศาลรัฐธรรมนูญ ลั่นเป็นชัยชนะของหลักนิติธรรม

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ออกแถลงการณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยกคำร้องกรณีข้อกล่าวหาแทรกแซงการทำงานของ DSI ในคดีฮั้วเลือก สว. โดยศาลวินิจฉัยไม่พบพฤติการณ์สั่งการหรือข่มขู่ตามที่ถูกกล่าวหา

'ภูมิธรรม-ทวี' รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอ่านคำวินิจฉัยกลาง ในคำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญ นัดไต่สวน 'ภูมิธรรม-ทวี' แทรกแซงคดีฮั้ว สว.

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้องในคดีที่ ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม