เข็น 'กาสิโน' กลางซากอาคาร 'รัฐบาลแพทองธาร' ราดน้ำมันบนกองไฟ!

กรุงเทพฯ เงียบงันราวกับเมืองร้างหลังภัยพิบัติ เสียงของความสูญเสียยังคงก้องอยู่ในจิตใจผู้คน ที่ไม่สามารถกลับไปหาคนที่รักหรือสิ่งที่เคยมีได้อีกต่อไป เสียงสุดท้ายของคนงานที่ติดอยู่ใต้ซากอาคาร ซึ่งเคยเป็นสถานที่ทำมาหากินในเมืองหลวง กลายเป็นเสียงเงียบสนิทที่ไม่มีใครสามารถได้ยิน

เศษอิฐและฝุ่นควันลอยคลุ้งในอากาศ กลิ่นของความตายอบอวลไปทั่ว นักข่าวรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นไม่หยุด ภาพของญาติที่นั่งกอดกันร้องไห้หน้าซากอาคาร ถูกเผยแพร่ไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ รอยน้ำตาและความทุกข์ท่วมท้นท่ามกลางซากของอาคารที่พังทลาย กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งวิกฤติที่ยังไม่มีวันจบสิ้น

ทว่าในช่วงเวลาแห่งความเศร้าโศกและความหวังที่ริบหรี่ รัฐบาลภายใต้การนำของ “แพทองธาร ชินวัตร” กลับเลือกเดินเกมการเมืองที่ฉีกแนวออกไปโดยสิ้นเชิง

แทนที่จะใช้เวลาในการซ่อมแซมและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน รัฐบาลกลับเลือกที่จะผลักดันร่างพระราชบัญญัติ “เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” ซึ่ง “กาสิโน” หรือการพนันถูกกฎหมาย คือหัวใจสำคัญของเรื่อง

เพียงแค่หนึ่งวันหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คณะรัฐมนตรีของแพทองธารได้อนุมัติร่างกฎหมายนี้โดยไม่มีการลังเลใดๆ เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ก่อนจะเร่งเสนอเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรด้วยความเร็วที่ผิดปกติ

ยิ่งไปกว่านั้น ในวันที่ 31 มีนาคม ประธานวิปรัฐบาล “วิสุทธิ์ ไชยณยรุณ” ได้ประกาศว่าจะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรบรรจุร่างกฎหมายนี้เข้าสู่วาระการพิจารณาในวันที่ 9 เมษายน ก่อนที่จะปิดสมัยประชุมรัฐสภาในวันที่ 11 เมษายน

แต่เพียงแค่วันถัดมา ร่างกฎหมายดังกล่าวกลับถูกบรรจุในระเบียบวาระการพิจารณาของสภาฯ ในวันที่ 3 เมษายน ซึ่งรวดเร็วอย่างผิดปกติท่ามกลางความคลางแคลงใจของสังคม

ในขณะที่ประชาชนกำลังเฝ้ารอคำตอบจากรัฐบาล เกี่ยวกับการรับมือหากเกิดแผ่นดินไหวอีกครั้ง และเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังใช้เครื่องมือและอุปกรณ์หลากหลายในการขุดค้นหาผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง รัฐบาลกลับเลือกที่จะทุ่มเวลาและความพยายามในการผลักดันกฎหมายเปิดกาสิโนการพนัน

นี่คือการตัดสินใจที่สะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่รัฐบาลแพทองธารให้ความสำคัญในช่วงเวลานี้ และทำให้คำถามที่ตามมาคือ “รัฐบาลกำลังมุ่งหวังอะไรจากการเปิดบ่อนในขณะที่ประชาชนกำลังเผชิญกับความทุกข์?”

กระแสต่อต้านการผลักดันกฎหมายกาสิโนเริ่มลุกลามอย่างรวดเร็ว หลายฝ่ายต่างออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านอย่างหนักหน่วง ทั้งนักวิชาการ นักเคลื่อนไหว และพรรคฝ่ายค้านต่างรวมตัวกันเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการผลักดันกฎหมายนี้ กลายเป็นการตอกย้ำว่ามาตรการดังกล่าวอาจสร้างความขัดแย้งในสังคมได้

“พิชิต ไชยมงคล” แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้ประกาศนัดชุมนุมใหญ่ที่หน้ารัฐสภาในวันที่ 3 เมษายน พร้อมบอกประชาชนว่า “เตรียมรองเท้าผ้าใบให้พร้อม” เพื่อแสดงจุดยืนต่อต้านร่างกฎหมายนี้ และเตือนรัฐบาลว่า หากยังไม่ถอย ประชาชนจะไม่ถอยเช่นกัน

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ก็ได้ออกมาเตือนว่า “รัฐบาลกำลังจุดชนวนการประท้วงครั้งใหญ่ด้วยตัวเอง”

ขณะที่ รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนได้ตั้งคำถามว่า “เหตุใดการพนันจึงกลายเป็นเรื่องเร่งด่วน ขณะที่ประชาชนกำลังร้องไห้กับโศกนาฏกรรม?”

คำถามเหล่านี้สะท้อนถึงความขัดแย้งที่กำลังจะเริ่มปรากฏขึ้นอีกครั้งในสังคมไทย และเริ่มทำให้ประชาชนตั้งคำถามว่า การเลือกใช้เวลาของรัฐบาลไปกับการผลักดันกฎหมายกาสิโนในช่วงเวลานี้เหมาะสมหรือไม่?

กระแสต่อต้านอาจจะยังไม่ถึงขีดสุดในตอนนี้ แต่คำถามที่สำคัญคือ ขบวนการต่อต้านครั้งนี้จะมีพลังเพียงพอที่จะหยุดร่างกฎหมายนี้ได้หรือไม่?

การเคลื่อนไหวต่อต้านในอดีตมักเป็นเพียงกระแสชั่วคราว แต่ครั้งนี้อาจไม่เหมือนเดิม เพราะรัฐบาลเลือกเดินเกมในช่วงเวลาที่ประชาชนกำลังมีอารมณ์เปราะบางที่สุด

ภาพความสูญเสียจากภัยพิบัติยังคงฝังลึกในจิตใจของประชาชน ขณะที่รัฐบาลเดินหน้าผลักดันสิ่งที่หลายคนมองว่าเป็นการเปิดทางให้ธุรกิจการพนันได้ขยายตัวไปสู่สาธารณะ

ความไม่พอใจในสังคมอาจลุกลามจนกลายเป็นไฟที่เผาผลาญความชอบธรรมของรัฐบาลเอง การกระทำเช่นนี้ทำให้รัฐบาลแพทองธารเผชิญกับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ ไม่เพียงแต่จะต้องรับมือกับกระแสต่อต้านจากประชาชนที่ไม่พอใจ แต่ยังต้องรับมือกับ ความโกรธแค้นจากกลุ่มคนที่รู้สึกว่ารัฐบาลไม่ใส่ใจต่อความทุกข์ยากของพวกเขา

การผลักดันกฎหมายกาสิโนในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังเผชิญกับภัยพิบัติและความสูญเสียจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ประชาชนเริ่มตั้งคำถามว่า “รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญกับอะไร?” และ “เหตุใดจึงดูห่างไกลจากความทุกข์ของประชาชนมากขึ้นทุกวัน?”

ไฟความขัดแย้งครั้งนี้อาจจะยังไม่ลุกลามเป็นเพลิงใหญ่ แต่หากรัฐบาลยังเดินหน้าต่อไป โดยไม่สนเสียงคัดค้านของประชาชน สุดท้ายแล้วคนที่ต้องเผชิญกับผลจากการเล่นกับไฟ อาจไม่ใช่ใครอื่นนอกจากรัฐบาลแพทองธาร นั่นเอง.

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แผ่นดินไหวเขย่า 'เวียดนาม' ขนาด 3.8 'เมียนมา' 3.1

กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 04:20 น. (ตามเวลาประเทศไทย) เกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศเวียดนาม ขนาด 3.8 ลึก 10 กิโลเมตร

สำรวจ 'บ้านไม่มีเลขที่' รับระบบประกันภัยพิบัติ อึ้ง 4.9 แสนครัวเรือน

รัฐบาลเผยผลสำรวจ 'บ้านไม่มีเลขที่' รองรับระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ และการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน พบข้อมูลกว่า 4.9 แสนครัวเรือน

แผ่นดินไหวเขย่าเมียนมา ขนาด 4.0 ก่อนตามมาอีก 2 รอบ

กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 04:20 น. ตามเวลาประเทศไทย เกิดแผ่นดินไหวประเทศเมียนมา ขนาด 4.0 ขนาด 4.0 ความลึก 10 กิโลเมตร

รัฐบาลเร่งทำ 'ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ' ให้เสร็จ ก.ย. นี้

รัฐบาลตั้งเป้าจัดทำ 'ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ' ให้แล้วเสร็จภายใน ก.ย. เผยค่าเบี้ยประกันต่อปีน้อยกว่าวงเงินการจ่ายเงินเยียวยาให้ผู้ประสบภัย

เจ้าหน้าที่เทศบาลบุรีรัมย์ เข้าทำงานปกติแล้ว หลังพบอาคารสั่นคล้ายแผ่นดินไหววิ่งหนีตายจ้าละหวั่น

จากกรณีพบแรงสั่นไหวเกิดขึ้น ที่อาคารสำนักงานเทศบาลนครบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นอาคารปูนขนาด 4 ชั้นครึ่ง ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2554 ตั้งอยู่บริเวณถนนรมย์บุรี ใกล้กับคลองละลมโบราณลูกที่ 1 โดยสามารถรับรู้ได้ตั้งแต่ชั้น 3 ของอาคารสำนักงานเทศบาลนครบุรีรัมย์ เมื่อช่วงบ่าย ของวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ นายอนุชิต เหลืองชัยศรี

ครม. เห็นชอบจัดซื้อประกันภัยพิบัติคุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือน บ้านพัง 1 แสน เสียชีวิตรายละ 2 ล้าน

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการการจัดให้มีระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติและให้ภาครัฐจัดซื้อประกันภัยให้แก่ประชาชนโดยมีความคุ้มครองที่อยู่อาศัยครอบคลุมประมาณ 30 ล้านครัวเรือน ใน 3 ประเภทภัย ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว