คุกที่ยังไม่เริ่ม! ศาลนับหนึ่ง ทักษิณนับถอยหลัง 12 จนท.รัฐนับวันรอลงเอย

หนึ่งปีแห่งเสรีภาพที่ยังไม่มีจุดเริ่มของการชดใช้โทษ คือคำที่อธิบายสถานะของ ทักษิณ ชินวัตร ได้แม่นยำที่สุดในเวลานี้

หลังจากได้รับ พระราชทานอภัยลดโทษจาก 8 ปี เหลือ 1 ปี เมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2566 จนถึงวันนี้ทักษิณ ยังไม่เคยถูกคุมขังในเรือนจำแม้แต่วันเดียว

180 วันในห้องพิเศษชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ คือช่วงเวลาที่ทักษิณใช้แทนการอยู่ในแดนจำขัง และเป็นช่วงเวลาที่ คำถามในสังคมไม่เคยเงียบหาย

คำถามเหล่านั้นไม่ได้เกิดจากอารมณ์หรือความรู้สึก แต่ผูกพันอยู่กับ ข้อเท็จจริงทางกฎหมาย ว่า นักโทษเด็ดขาดต้องถูกควบคุมตัวในสถานที่ที่กฎหมายกำหนด เว้นแต่มี เหตุจำเป็นที่ตรวจสอบได้ และได้รับความเห็นชอบจากองค์กรที่เกี่ยวข้อง

กรณีทักษิณ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของคนหนึ่งคน แต่คือแบบจำลองของ “อภิสิทธิ์” ที่ถูกท้าทายด้วยกระบวนการยุติธรรม

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งเมื่อ 30 เมษายน 2568 ให้เปิดการไต่สวนในวันที่ 13 มิถุนายน โดย ไม่ได้อาศัยคำร้องของชาญชัย อิสระเสนารักษ์ เพราะศาลเห็นว่าเขา ไม่ใช่คู่ความและไม่มีส่วนได้เสียโดยตรง

แต่ศาลได้ใช้อำนาจตามกฎหมายเอง โดยอาศัยถ้อยคำสำคัญว่า

“เมื่อความปรากฏแก่ศาลว่า อาจมีการบังคับตามคำพิพากษาที่ไม่เป็นไปตามหมายจำคุก ศาลย่อมมีอำนาจไต่สวนและมีคำสั่งตามที่เห็นสมควร”

นี่คือจุดเริ่มต้นของการที่ ศาลนับหนึ่ง และเป็นจุดที่ ทักษิณต้องนับถอยหลัง เพราะหากผลไต่สวนชี้ว่า การอยู่ในโรงพยาบาลไม่ใช่การรับโทษตามกฎหมาย เขาอาจต้อง กลับไปเริ่มต้นการรับโทษใหม่ อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้น

อย่างไรก็ดี ไม่มีใครสามารถล่วงรู้ผลการไต่สวนได้ล่วงหน้า เพราะหาก เอกสารหลักฐานของฝ่ายราชทัณฑ์และโรงพยาบาลตำรวจสามารถอธิบายได้ชัดเจน มี หลักฐานเวชกรรมรองรับโดยสมเหตุสมผล และศาลเห็นว่ากระบวนการบังคับโทษเป็นไปตามกฎหมายจริง

ผลที่ตามมาอาจเป็นการยุติเรื่องในชั้นศาล ซึ่งย่อมเป็นผลดีโดยตรงต่อทักษิณและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

แพทยสภา จะกลายเป็น ตัวแปรสำคัญของความจริง เพราะในวันที่ 8 พฤษภาคม คณะกรรมการแพทยสภาจะประชุมพิจารณาผลสอบจริยธรรมแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาทักษิณ

แม้ ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร ลีลารัศมี จะไม่ยืนยันข้อมูลใด แต่รายงานหลายกระแสบ่งชี้ว่า อาจมีการเสนอให้ลงโทษแพทย์ 2 ราย และสอบเพิ่มอีก 5 ราย

หากผลสอบของแพทยสภาชี้ว่า การรักษามีความผิดปกติ ไม่เป็นไปตามหลักเวชกรรม และ ส่อเจตนาเอื้อประโยชน์ เอกสารของกรมราชทัณฑ์และ รพ.ตำรวจที่ส่งให้ศาลก็อาจ ขาดน้ำหนักโดยสิ้นเชิง

ในเวลาเดียวกัน 12 เจ้าหน้าที่ของรัฐ ก็อาจต้อง นับวันรอลงเอย ตามเขาไป

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติให้ไต่สวนเจ้าหน้าที่รัฐทั้ง 12 คน ฐาน ร่วมกันเอื้อประโยชน์ให้ทักษิณไม่ต้องถูกคุมขัง

ในจำนวนนี้มีทั้ง อธิบดีกรมราชทัณฑ์, รองอธิบดี, ผู้บัญชาการเรือนจำ, แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ, แพทย์เจ้าของไข้, พยาบาลเวร และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ที่เกี่ยวพันโดยตรงกับการตัดสินใจและดูแลการอยู่โรงพยาบาลของทักษิณ

นี่ไม่ใช่การตั้งข้อหาแบบสุ่ม แต่เป็นกระบวนการที่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้นแล้วว่า อาจมีมูลให้ดำเนินคดีในขั้นตอนถัดไป

หากผลสอบของแพทยสภาและการไต่สวนของศาลไปในทิศทางเดียวกัน ป.ป.ช.จะมีฐานพยานหลักฐานชัดเจนในการชี้มูลความผิด และหากมีมติส่งฟ้องกระบวนการเอาผิดในศาลอาญาคดีทุจริตฯ ก็จะเริ่มต้นทันที

แม้กระบวนการจะใช้เวลานาน แต่นี่คือ คดีที่ไม่สามารถปล่อยให้หลุดมือได้ เพราะมีนัยยะแทรกซ้อนต่อ วินัยราชการ ความไว้วางใจสาธารณะ และหลักความเสมอภาคทางกฎหมาย

และหากศาลฎีกาตีความว่า การบังคับโทษไม่เคยเกิดขึ้นจริง โทษจำคุกของทักษิณก็จะ เริ่มนับหนึ่งจากศูนย์ ไม่ใช่นับต่อจากวันปล่อยตัว

ระบบทั้งระบบที่เคยยืนอยู่ข้างทักษิณ  ก็อาจกลายเป็นระบบที่ ส่งเขากลับเข้าสู่เรือนจำ

และไม่เพียงแค่เขา 12 เจ้าหน้าที่รัฐ ที่เคยเป็นกลไกของอภิสิทธิ์ ก็อาจพบว่า ปลายทางของความรับใช้คือการรับโทษ

คดีนี้จึงไม่ใช่แค่บทพิสูจน์ว่าทักษิณจะต้องกลับเข้าคุกหรือไม่

แต่คือการชี้วัดว่า ระบบยุติธรรมไทยจะยอมให้ “การจำคุกแบบไม่มีคุก” เกิดขึ้นได้อีกหรือไม่

นี่คือ คุกที่ยังไม่เริ่ม แต่ผู้คนมากกว่าหนึ่งคน อาจต้องเดินเข้าสู่มัน

ศาลนับหนึ่งแล้ว-ทักษิณนับถอยหลังอยู่-และเจ้าหน้าที่รัฐ 12 คนก็กำลังนับวันรอลงเอย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กกต. ส่งศาลฎีกา ถอนชื่อผู้สมัคร สส. 28 ราย จ่อเอาผิดอาญาถึงหัวหน้าพรรค

กกต.เสนอให้ส่งศาลฎีกาสั่งถอนชื่อผู้สมัคร สส. จะพรรคการเมืองต่างๆอีก 28 ราย เนื่องจากตรวจสอบพบว่าเป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกจำกัดสิทธิ์ เนื่องจากไม่ได้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเรา

'พี่ศรี' กัดไม่ปล่อย ยื่นแพทยสภา สอบเพิ่ม 13 หมอ เอี่ยวทักษิณนอนชั้น 14 รพ.ตำรวจ

นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นเอกสารข้อมูล(เพิ่ม) หลังจากที่แพทยสภามีหนังสือขอข้อมูลประกอบการพิจารณาการสอบสวนจริยธรรมกลุ่มแพทย์ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการรักษานายทักษิณ ชินวัตร

ศาลฟัน7ผู้สมัครสส. กล้าธรรมโดนไป3พรรคส้ม1คน‘อนุทิน’ซัด‘ณัฐวุฒิ’เผาเมือง

ศาลฎีกามีคำสั่งถอนรายชื่อ 7 ผู้สมัคร สส.เขต 7 จังหวัด เหตุมีคุณสมบัติต้องห้าม กกต.ย้ำห้ามลงคะแนนเลือกเพราะจะกลายเป็นบัตรเสีย กล้าธรรมอ่วม โดนไป 3 ราย ปิดฉาก สส.ปอนด์ พรรคส้ม

ถอนชื่อ 7 ผู้สมัคร สส. พรรคกล้าธรรม-เพื่อไทย-ปชน.-พปชร. ขาดคุณสมบัติ

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงว่าวันที่ 1 ก.พ.2569  เป็นวันออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าขอชี้แจงทำความเข้าใจเรื่องของผู้สมัคร สส.แบบเขตที่ถูกถอดถอนชื่อการรับสมัครเลือกตั้ง

ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 'ป๋าติ๊ก-ป๋ากบ' กับพวก 50 ปี ค้ามนุษย์อ่างวิคตอเรีย

ศาลฎีกาพิพากษาจำคุกอ่วมป๋าติ๊ก-ป๋ากบ กับพวก 50 ปี ค้ามนุษย์วิคตอเรีย ซีเครท เพิ่มอัตราดอกเบี้ยผู้เสียหายเป็นร้อยละ 7.5 ต่อปี ส่วนเสี่ยกำพลยังหนีคดี

ป.ป.ช. เปิดทรัพย์สิน-หนี้สิน 'บวรศักดิ์'

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน กรณีเข้ารับตำแหน่ง รัฐมนตรีใน ครม.อ