'อนุทิน' ลั่นยึดคำพูด 'อิ๊งค์' คนเดียว เมินพ่อนายกฯ ริบเก้าอี้ มท.

‘อนุทิน’ สวน ‘ทักษิณ’ ทวงคืนเก้าอี้ มท. ยันฟังคำพูดนายกฯ คนเดียว บอกไม่มีอะไร ลั่นไม่สับสน ยึดข้อตกลงร่วมรัฐบาลตั้งแต่ดั้งเดิม

2 มิ.ย. 2568 – นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) พรรคเพื่อไทยจะให้นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มาคุมกระทรวงมหาดไทยแทนว่า ยังไม่มีมีการพูดเรื่องการปรับ ครม. กับนายกรัฐมนตรี หรือนายทักษิณ ชินวัตร เพราะเมื่อนายกฯ บอกว่าไม่มีอะไร ก็ต้องเชื่อนายกฯ จึงต้องถามนายกฯ ถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนกระทรวง

เมื่อถามว่า มีความจำเป็นในการเปลี่ยนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวย้ำว่า นายกฯ บอกว่ายังไม่มีอะไร

ผู้สื่อข่าวจึงถามว่าตัวนายกฯ บอกไม่มี แต่พ่อนายกฯ บอกว่ามี จะทำให้เกิดความสับสนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า หัวหน้ารัฐบาลคือนายกฯ ซึ่งนายกฯ ให้สัมภาษณ์แล้วว่ายังไม่มีอะไร และบอกว่าผู้สื่อข่าวเองว่ายังไม่มีความคิดที่จะปรับอะไร ขออย่าเพิ่งพูด เดี๋ยวข้อความจะไม่เหมือนกันแล้วกลายเป็นประเด็นขัดแย้ง ให้ฟังนายกฯ คนเดียว เพราะเป็นผู้มีอำนาจในการพิจารณาตัดสินในการปรับเปลี่ยนอะไรก็แล้วแต่

ส่วนได้มีการพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลพรรคอื่นหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้คุย ตนว่าไม่มีอะไร ความจริงแล้วไม่มีอะไรเลย

ผู้สื่อข่าวว่า ถ้ามีการปรับเปลี่ยนกระทรวงจะเกิดปัญหาหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนทำงานมา 2 ปีแล้ว การเข้าร่วมเป็นรัฐบาลก็มีข้อตกลงกันอยู่ตั้งแต่ดั้งเดิม ทุกคนก็ทำงานสนองนโยบายนายกฯ ตั้งแต่นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี มาจนถึงนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ทุกกระทรวงทำงานสนองนโยบายนายกฯ ทั้ง 2 คน อย่างเต็มที่ ความสัมพันธ์ก็ดีไม่ได้มีปัญหาอะไร

เมื่อถามย้ำว่า หากจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนกระทรวง พรรคภูมิใจไทยอยากได้กระทรวงอะไร และจะใช้เงื่อนไขเดิมมาต่อรองหรือไม่ นายอนุทิน ไม่ตอบคำถาม ย้ำเพียงว่านายกฯ บอกว่ายังไม่มีอะไร และนายกฯ ก็ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนชัดเจนแล้ว

ส่วนการที่นายกฯพูดชัดเจน แต่พ่อนายกฯ พูดอีกแบบจะเป็นการย้อนแย้งกันหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ในความเป็นรัฐบาล นายกฯ เป็นหัวหน้ารัฐบาล เราก็ต้องฟังหัวหน้ารัฐบาล

เมื่อถามว่า ทำให้สับสนหรือไม่ว่า ใครเป็นผู้มีอำนาจที่แท้จริงระหว่างนายกฯ กับพ่อนายกฯ นายอนุทิน กล่าวว่าไม่เคยมีความสับสนในเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวไม่ควรทำอย่างนี้ ถามอย่างนี้จะให้ตอบอย่างไร ทุกการกระทำทุกงานที่เราทำก็ทำตามนโยบาย หรือกระทั่งมีประเด็นสำคัญก็ทำตามข้อสั่งการของนายกฯ

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเพื่อไทยต้องการกระทรวงมหาดไทยต้องเอากระทรวงอะไรมาแลก นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกพรรคต้องการกระทรวงขนาดใหญ่ทั้งนั้น อย่าพึ่งไปคิดเลย ถ้าถามอย่างนี้เดี๋ยวพรรคนี้ก็ต้องการกระทรวงนั้นกระทรวงนี้ วันนั้นท่านก็พูดว่าต้องการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย

ทั้งนี้ นักข่าวบอกว่า ได้ไปถามร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมแล้ว ก่อนที่นายอนุทินจะมีอาการไอและออกจากวงสัมภาษณ์.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ลิซ่า' ท้า 'โกแพ' ประเดิมบ้านใหญ่สตูลที่แรกฟันไม่เลี้ยงโกงท้องถิ่น

“ลิซ่า”ถาม 'กสถ.' หลังเด็กเส้นหลุดหมด จบเรื่องเลยหรือไม่ พร้อมจี้ 'วรศิษฎ์' จัดการบ้านใหญ่พัวพันทุจริตสอบท้องถิ่น ท้าเริ่มจากสตูลก่อนเลย

สอบท้องถิ่น-ฮั้วสว.-ผลงานไม่ออก บั่นทอนเชื่อมั่น'รัฐบาลอนุทิน'

สัปดาห์ก่อนมีกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาต้นสัปดาห์นี้มีข่าวลือพลิกขั้วรัฐบาล ส้ม-แดง-เขียว พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม จับมือกัน

'อ.อัจฉราวดี' ชี้ปมแก้ไขคุณธรรมในโรงเรียน อยู่ในมือ 'อนุทิน' ต้องใช้ยาแรงกับ ก.ศึกษา เรื่องปืนแค่ปลายเหตุ

อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล วิปัสสนาจารย์ชื่อดัง ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต ในฐานะโหวตเตอร์พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เรียกร้องกระทรวงศึกษาเหมือนพูดกับกำแพงปูน การแก้ไขคุณธรรมในโรงเรีบน ต้องอยู่ในมือของนายกอนุทิน

หนูขอดูเงินก่อนเคาะเฟส2

นายกฯ รับต้องเช็กเงินในกระเป๋ารัฐบาลก่อนตัดสินใจลุย “ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2” สวนคนวิจารณ์ปมเป็นภาระประชาชน ชี้การค้า-จีดีพีพุ่งไม่พูดถึง “ศุภจี” รอถก “เอกนิติ” ดันไทยเที่ยวไทยพลัสหรือไม่

นายกฯ ขออภัย! แจงเหตุ อส. ปะทะผู้ชุมนุมพีมูฟ รมต.ติดภารกิจ ทำไม่เข้าใจกัน ยันพร้อมคุยหาทางออก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่วันที่ 6 ส.ค. กลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) และเครือข่ายบุกเข้าไปที่กระทรวงมหาดไทย ได้มีการกำชับเพื่อไม่ให้เกิดการบานปลายอย่างไรหรือไม่ ว่า เมื่อวันที่ 6 ส.ค.

นายกฯ ขอเช็กเงิน ก่อนลุย 'ไทยช่วยไทย' เฟส 2 อาจปรับเกณฑ์คนละครึ่ง

นายกฯ รับเช็กเงินในกระเป๋ารัฐบาล ก่อนตัดสินใจลุย 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2 หรือปรับเกณฑ์ 50:50 สวนคนวิจารณ์ปมเป็นภาระประชาชน ชี้การค้า-จีดีพี พุ่งไม่พูดถึง ยันสถานะคลังยังแข็งแรง