รักสงบรบไม่ขลาด ‘ภูมิใจไทย‘ เร่งสร้างบทบาท ชิงหัวเรือฝ่ายอนุรักษ์นิยม

แฟ้มภาพ

จับสัญญาณสัญญาณภูมิใจไทยขยับตัวแรง หวังขึ้นเป็นหัวขบวนใหม่ของการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยม หลังพรรคเดิมอย่างประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติอ่อนแรง เผยทั้งเปลี่ยนสีสัญลักษณ์ เดินหน้ากิจกรรมจงรักภักดี ค้านเปิดบ่อน และปลุกวาทกรรม “ไทยนี้รักสงบ” ท่ามกลางข้อพิพาทไทย-กัมพูชา

8 มิถุนายน 2568  - นายเทพไท เสนพงศ์อดีตสส. นครศรีธรรมราช โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “ภูมิใจไทย ชิงธงนำฝ่ายอนุรักษ์นิยม” ระบุว่าหลังจากตัวแทนทางการเมืองของฝ่ายอนุรักษ์นิยมอ่อนแอ ไม่มีพรรคการเมืองใดโดดเด่นพอ ที่จะเป็นหัวขบวนของการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยมได้ จากเดิมเคยมี พรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐจนมาถึงพรรครวมไทยสร้างชาติ จนถึงตอนนี้ไม่สามารถสร้างบทบาทเป็นหัวขบวนของฝ่ายอนุรักษ์นิยมได้ จึงทำให้ พรรคภูมิใจไทย เร่งสร้างบทบาทชิงธงนำเป็นหัวขบวนของฝ่ายอนุรักษ์นิยม ตามปรากฏการณ์ที่เห็นได้ชัดคือ

1.มีการจัดงาน“ลมหายใจของแผ่นดิน” ที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เมื่อ 28 กรกฎาคม 2567 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ยิ่งใหญ่กว่ากิจกรรมที่ท้องสนามหลวงด้วยซ้ำไป

2.ประกาศตัวเด่นชัดของนายไชยชนก ชิดอบ เลขาธิการพรรค กลางที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ไม่เอากฎหมาย เปิดบ่อนกาสิโนสอดคล้องกับความเคลื่อนไหวของมวลชนฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่ต่อต้านกฎหมายพรบ.สถานบันเทิงครบวงจรหรือกฎหมายเปิดบ่อนกาสิโนของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย

3.เปลี่ยนแปลงสีตราสัญลักษณ์ของพรรคจากเดิมมีสีแดงแซมอยู่ด้วย มาเป็นสีน้ำเงินล้วน ในวันครบรอบการก่อตั้งพรรค 6 เมษายน 2568

4.เปิดแคมเปญความรักชาติ ด้วยข้อความ “ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด” เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ข้อพิพาทชายแดนระหว่างไทยกัมพูชา ที่กำลังร้อนแรงในขณะนี้

ภายหลังพรรคภูมิใจไทยเปิดแคมเปญไทยนิรักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด เผยแพร่และแชร์กันอย่างกว้างขวางแล้ว พรรครวมไทยสร้างชาติก็โพสต์แคมเปญนี้ด้วย และ พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายอนุรักษ์นิยมเดิม ก็เปิดแคมเปญติดแฮชแท็ก ”เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่ สละเลือดทุกอย่างเป็นชาติพลี “ เพื่อมาช่วงชิงมวลชนฝ่ายอนุรักษ์นิยมเช่นเดียวกันเพื่อไม่น้อยหน้าพรรคภูมิใจไทย

ความเคลื่อนไหวทางการเมืองใดๆของพรรคภูมิใจไทย เป็นการแสดงตัวอย่างชัดเจนว่า อยู่ฝ่ายอนุรักษ์นิยม 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อชิงธงนำการเป็นหัวขบวนของฝ่ายอนุรักษ์นิยมในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สว.นันทนา' เดือด! ตราหน้ารัฐบาลน้ำเงิน 'สักแต่พูดพลัส'

'นันทนา' จี้รัฐบาลหยุดเตะถ่วงแก้รัฐธรรมนูญ ลั่นทำแต่เรื่องไม่หาเสียง แต่สิ่งที่สัญญากลับไม่ทำ แซะถ้าจะเบี้ยวปชช. เปลี่ยนคำขวัญพรรคใหม่เป็น 'สักแต่พูดพลัส'

'อภิสิทธิ์' จัดหนัก! รัฐบาลเมินกม.ภาคปชช. ทิ้งกระทั่ง 'อสม.'

'อภิสิทธิ์"'จัดหนักกลางสภา อัดรัฐบาลเมินกฎหมายภาคประชาชน ช่วงเลือกตั้งบอกรัก อสม. พอได้เป็นกลับทิ้ง จี้เคารพมติประชาชนแก้ รธน. หวั่นตั้งต้นใหม่สร้างความขัดแย้งประเด็นละเอียดอ่อนอีกครั้ง

ตอนที่ 3 การเปลี่ยนผ่านของระบอบราชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญญี่ปุ่นจากอำนาจอธิปไตยจากอาณัติสวรรค์และจากวงศาไปสู่อำนาจอธิปไตยจากปวงชน: บทบาทของสหรัฐอเมริกากับสถาบันจักรพรรดิ

เงื่อนไขสำคัญที่ทำให้ญี่ปุ่นต้องเปลี่ยนมาใช้หลักการอธิปไตยจากปวงชนคือการพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่สองให้กับสหรัฐอเมริกา โดยหลังจากญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้ในวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ. 1945