กลุ่มเคลื่อนไหวฝ่ายตรงข้ามทักษิณปรากฏตัวหน้าศาล แสดงจุดยืนติดตามกระบวนการไต่สวนพักโทษ-นอน รพ.ตำรวจ 6 เดือน จี้ถามรัฐบาลมีส่วนร่วมละเว้นการปฏิบัติหรือไม่ ขณะทีมทนายฝ่ายทักษิณยืนยันศาลเพียงนัดพร้อม ยังไม่ชี้ชะตาคุมขัง
13 มิถุนายน 2568 - เมื่อเวลา 08.45 น. ที่ศาลฎีกา นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ “ทนายนกเขา” แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) พร้อมด้วย นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เดินทางไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อสังเกตการณ์การนัดไต่สวนกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ารับการรักษาที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ เป็นเวลารวม 181 วัน ระหว่างการพักโทษ หลังถูกจำคุกในคดีทุจริต
นายนิติธรให้ความเห็นระหว่างรอการเริ่มไต่สวนว่า การที่รัฐบาลปล่อยให้สถานการณ์นี้เกิดขึ้นโดยไม่เร่งรัดหรือตรวจสอบใด ๆ อาจเข้าข่าย “ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่” และส่อเค้ามีส่วนร่วมในกระบวนการยืดการคุมขัง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการที่นายทักษิณไม่เคยเดินทางมาศาลด้วยตนเองเลยในกระบวนการนี้ ยิ่งสะท้อนความไม่ปกติของการใช้สิทธิตามกระบวนการยุติธรรม
ด้าน นพ.ตุลย์ กล่าวยืนยันว่า ศาลมีอำนาจเต็มตามรัฐธรรมนูญในการตรวจสอบกรณีนี้ และถือเป็นเรื่องสำคัญที่สาธารณชนต้องให้ความสนใจ เพราะเกี่ยวพันกับความเสมอภาคในกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย และความน่าเชื่อถือของระบบราชทัณฑ์ไทย
ในเวลาใกล้เคียงกัน คือ 08.25 น. นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ และผู้รับมอบอำนาจจากนายทักษิณ เดินทางถึงศาลฎีกาพร้อมทีมทนายอีก 4-5 คน เพื่อเข้ารับฟังการนัดพร้อมไต่สวน โดยให้สัมภาษณ์สั้น ๆ ว่า วันนี้เป็นเพียงกระบวนการรับฟังรายละเอียดการนัดไต่สวน ยังไม่ใช่การตัดสินประเด็นใด และจะใช้เวลาสั้นเท่านั้น พร้อมระบุว่าตนอยู่ระหว่างการจัดทำคำชี้แจงเพื่อส่งต่อศาล โดยไม่ตอบชัดว่าหลังจากนี้นายทักษิณจะต้องเดินทางมาศาลด้วยตนเองหรือไม่
ตามกำหนดการในวันนี้ เวลา 09.30 น. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะมีการนัดไต่สวนกรณีดังกล่าวอย่างเป็นทางการ เพื่อตรวจสอบว่าการเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจของนายทักษิณนั้น มีลักษณะสอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบราชทัณฑ์ และขั้นตอนที่ถูกต้องหรือไม่
ทั้งนี้ ตามขั้นตอนเมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา ศาลได้สั่งให้โจทก์คือ คณะกรรมการ ป.ป.ช. และสำนักงานอัยการสูงสุด รวมถึงจำเลยคือ นายทักษิณ ชินวัตร ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ส่งหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ศาลพิจารณาภายในวันที่ 30 พฤษภาคม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมและประเมินจากเอกสารที่ส่งเข้ามา
คดีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งปมร้อนทางการเมืองที่สังคมกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะผลของการไต่สวนอาจชี้ให้เห็นว่า การพักโทษและไม่คุมขังในเรือนจำนั้นมีความชอบด้วยกฎหมายหรือเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับนักโทษระดับ “วีไอพี” ซึ่งจะส่งผลกระทบเชิงโครงสร้างต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลและกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกาเปิดบรรทัดฐานบทจบคดีฮั้ว สว.
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
สรุปคำสั่งศาล สอย49ผู้สมัคร
กกต.เปิดคำสั่งศาล สั่งถอนชื่อผู้สมัคร สส.เขต 18 คน กล้าธรรมโดนไป 6 และบัญชีรายชื่อ 31 ราย ขอ ปชช.ตรวจสอบรายชื่อ-เตรียมหลักฐานแสดงตนก่อนไปใช้สิทธิ เน้นย้ำ
ศาลฎีกาฯ สั่งถอนชื่อผู้สมัคร สส. 28 คนจาก 18 พรรคการเมือง
ศาลฎีกาแผนกเลือกตั้ง ได้เผยแพร่ประกาศคำสั่งศาลฎีกา ให้ถอนชื่อผู้สมัคร 27 ราย รวม 14 พรรคการเมือง ออกจากประกาศ
ศาลฎีกาถอนชื่อ 'ฉลอง' ผู้สมัคร สส.โคราช พรรคกล้าธรรม เคยต้องโทษจำคุก 3 ปี ผิด พรบ.ป่าไม้
ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งสั่งถอนชื่อ "ฉลอง เเสงราษฎร์เมฆินทร์" ออกจากผู้สมัคร สส.นครราชสีมา เคยต้องโทษจำคุก 3 ปีเศษ ปี 60 ผิดพ.ร.บ.ป่าไม้
จบข่าว! ศาลฎีกายืนถอนชื่อ "บิ๊กโอ" จากการเป็นผู้สมัครกล้าธรรมเพราะเคยถูกคดีลักทรัพย์
'ศาลฎีกา' สั่งถอนชื่อ 'บิ๊กโอ' จากการเป็นผู้สมัครกล้าธรรม เขต 7 เมืองคอน หลังเคยต้องคำพิพากษาลักทรัพย์เมื่อ 20 ปีก่อน
แกนนำ คปท. ชี้ 1 เดือน แลก 1 ปี ถือเป็นรางวัลของคนปกป้องกระบวนการยุติธรรม
นายพิชิต ไชยมงคล หรือตั้ม แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า 1 เดือน แลก 1 ปี

