วัส ติงสมิตร อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊ก “ศาลฎีกาไต่สวนคดีป่วยทิพย์ชั้น 14 นัดสอง” ชี้ศาลออกข้อกำหนดห้ามเผยแพร่คำเบิกความพยานเพื่อป้องกันความสับสนในสังคม อธิบายข้อแตกต่างระหว่างระบบกล่าวหา-ระบบไต่สวน ย้ำ “อดใจรออีกไม่นานฟ้าคงสว่าง”
5 กรกฎาคม 2568 – นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “ศาลฎีกาไต่สวนคดีป่วยทิพย์ชั้น 14 นัดที่สอง เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568” มีเนื้อหาดังนี้
1.คดีนี้มีปัญหาว่า มีการบังคับตามคำพิพากษาที่ไม่เป็นไปตามหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ ศาลได้ไต่สวนพยาน 5 ปาก ประกอบด้วยแพทย์ 2 ปาก และพยาบาล 3 ปาก ได้แก่
- พญ.รวมทิพย์ สุภานันท์ แพทย์ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ซึ่งเป็นแพทย์ผู้ตรวจร่างกายขณะรับตัวผู้ต้องขังใหม่
- นพ.นทพร ปิยะสิน แพทย์เวรทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ในคืนที่ส่งตัวนายทักษิณไปโรงพยาบาลตำรวจ
- นายธัญพิสิษฐ์ ขบวน พยาบาลเวรเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
- น.ส.จิราพร มีนวลชื่น และ น.ส.ณิชามล มากจันทร์ พยาบาลวิชาชีพ ปฏิบัติการประจำเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ
2.ศาลได้ออกข้อกำหนดให้คู่ความและผู้เข้าฟังการพิจารณาคดี งดเว้นการเผยแพร่โฆษณาคำเบิกความพยานบุคคลและพยานเอกสารที่ศาลไต่สวน (เนื่องจากมีการนำข้อเท็จจริงจากคำเบิกความของพยานซึ่งศาลไต่สวนในนัดก่อนออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนในลักษณะคำต่อคำ ผ่านสื่อช่องทางต่างๆ ซึ่งอาจทำให้พยานบุคคลที่จะมาเบิกความในลำดับถัดไปทราบข้อเท็จจริงที่พยานคนก่อนได้เบิกความไว้ และอาจทำให้ศาลไต่สวนแล้วได้ข้อเท็จจริงที่คลาดเคลื่อนไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ รวมถึงอาจมีการนำคำเบิกความของพยานดังกล่าวไปวิเคราะห์หรือให้ความเห็นในทางคดี จนก่อให้เกิดความสับสนแก่สังคมได้ ประกอบกับข้อมูลด้านสุขภาพของจำเลยเป็นข้อมูลส่วนบุคคล)
3.นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายของนายทักษิณ ชินวัตร จำเลย ให้สัมภาษณ์ว่า ตนเองเป็นคนขอให้ศาลออกข้อกำหนดดังกล่าว
4.ผู้เขียนมีข้อสังเกตดังนี้
(1) ในการค้นหาความจริงในคดีแพ่งและคดีอาญาที่ใช้ระบบกล่าวหา (Accusatorial System) หรือที่เรียกกันว่าระบบค้นหาความจริงแบบเป็นปรปักษ์ (Adversary System) คู่ความที่กล่าวอ้างข้อเท็จจริงมีภาระการพิสูจน์ข้อเท็จจริงนั้น ศาลวางตัวเป็นกลาง มีหน้าที่ควบคุมการดำเนินกระบวนพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อเท็จจริงที่ปรากฏจึงมาจากพยานหลักฐานที่คู่ความแต่ละฝ่ายเลือกสรรกันมานำเสนอต่อศาลภายใต้กฎหมายวิธีพิจารณา ความจริงที่ได้จากระบบนี้จึงมีลักษณะเป็นความจริงตามรูปแบบ (Formal Truth)
พยานบุคคลที่ฝ่ายหนึ่งอ้าง อีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิถามค้าน (Cross-Examination) เพื่อทำลายน้ำหนักของพยานนั้น หากเป็นพยานคู่ในเหตุการณ์เดียวกัน คือมีประจักษ์พยานตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ศาลจะให้นำสืบให้เสร็จในวันเดียวกัน เพื่อไม่ให้พยานปากหลังทราบคำเบิกความของพยานปากแรก หากคำเบิกความของพยานคู่ขัดแย้งกัน จะทำให้คำพยานที่อ้างมาไม่น่าเชื่อ
(2) แต่วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใช้ระบบไต่สวน (Inquisitorial System) โดยศาลมีอำนาจค้นหาความจริงไม่ว่าจะเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และในการวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริง ศาลมีอำนาจรับฟังพยานหลักฐานได้ แม้ว่าการไต่สวนพยานหลักฐานนั้นจะมีข้อผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปจากขั้นตอน วิธีการ หรือกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ ถ้าศาลได้ให้โอกาสแก่คู่ความในการโต้แย้งคัดค้านพยานหลักฐานนั้นแล้ว เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องตรงตามความจริงที่เกิดขึ้นในคดีนั้น จัดเป็นการแสวงหาความจริงแท้ (Truth)
(3) พยานบุคคลที่ศาลฎีกาเรียกมาไต่สวนมีหลายปาก ศาลฎีกามีทักษะที่จะสกัดความจริงออกมาจากพยานบุคคลเหล่านั้น โดยพิจารณาประกอบพยานหลักฐานอื่น (เช่น พยานเอกสาร วัตถุพยาน พยานผู้เชี่ยวชาญ) แม้พยานบุคคลบางปากจะพูดความจริงบางส่วนก็ตาม ดังนั้น การที่คู่ความและผู้เข้าฟังการไต่สวนของศาลจดคำเบิกความของพยานแต่ละปากโดยละเอียด แล้วเผยแพร่ทางสื่อในช่องทางต่างๆ ก็อาจจะก่อให้เกิดความสับสนและกระทบต่อผลของคดีได้ สังเกตจากข้อความที่เผยแพร่ออกมาจากแต่ละแหล่งไม่ตรงกัน และอาจแตกต่างจากข้อความที่ศาลได้จากการไต่สวนก็ได้ ที่ศาลออกข้อกำหนดให้คู่ความและผู้เข้าฟังการพิจารณาคดีงดเว้นการเผยแพร่โฆษณาคำเบิกความพยานบุคคลและพยานเอกสารที่ศาลไต่สวน จึงชอบแล้ว
“อดใจรออีกไม่นานฟ้าคงสว่าง”
วัส ติงสมิตร
นักวิชาการอิสระ
5/7/68
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สมชาย' เผย 'ทักษิณ' เอ่ยปากชม 'ยศชนัน' บุคลิกดี เรียนรู้การเมืองเร็ว อนาคตไกล
“สมชาย-เจ๊แดง" เยี่ยม "ทักษิณ" ครบคุก 6 เดือน 10 วัน เผยเจ้าตัวยังสดชื่นแจ่มใส นับถอยหลังสู่อิสรภาพภายใน พ.ค.นี้ พร้อมเอ่ยปากชม "ยศนัน"บุคลิกดีขึ้น เรียนรู้การเมืองเร็ว อนาคตไกล
'พินทองทา' เผย 'ทักษิณ' นับวันรอได้พักโทษอีก 2 เดือน
"โอ๊ค-เอม" ตัวแทนครอบครัวเยี่ยม "ทักษิณ" ครั้งที่ 48 หลังคุมขังมาแล้ว 6 เดือน 7 วัน "พินทองทา" เผย “ทักษิณ” นับวันรอพักโทษ อีกเพียง 2 เดือน ถือคติต้องไม่เครียด ส่งกำลังใจให้กันและกัน เชื่อ คนข้างในกำลังใจดี-ไม่เศร้า คนรอก็กำลังใจดีตามไปด้วย ส่วน “สภา สส.” เตรียมโหวตชื่อนายกฯ “ทักษิณ” ยังไม่ได้ฝากอะไรถึงพรรคเพื่อไทย ส่วนใหญ่คุยเรื่องหลานและสุขภาพ ไม่คุยการเมือง
'ธีระศักดิ์' สว.ป้ายแดง แทน 'หมอเกศ' ยันไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด
'ธีระศักดิ์' เข้ารายงานตัวเป็น สว. แทน 'หมอเกศ' ยันไม่ฝักใฝ่การเมืองฝ่ายใด พร้อมทำหน้าที่ผลักดันกฎหมายเพื่อประโยชน์ประชาชน ขอไม่วิจารณ์ข่าวปล่อยผีคดีฮั้ว 229 คน อ้างเกินอำนาจหน้าที่
รมว.ยุติธรรม ชี้ดีเอสไอใช้ช่องทางสภาฯ ลงมติ หาก 'ชนนพัฒฐ์' ไม่เข้ารับทราบข้อหา
“รุทธพล” เผยขั้นตอนพักโทษ “ทักษิณ” ต้องผ่าน 3 คณะกรรมการ พร้อมออกหมายเรียก “ชนนพัฒฐ์” ซ้ำ หากเบี้ยวนัดเข้ารับทราบข้อหา 12 มี.ค. ดีเอสไอ ลุยให้ได้ตัวช่วงเปิดสมัยประชุม ผ่านปธ.สภา
ศาลฎีกา พิพากษากลับ ยกฟ้อง กกต. ไม่ต้องชดใช้ 70 ล้าน คดีแจกใบส้ม 'สุรพล'
ที่ศาลจังหวัดฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ศาลฎีกาได้อ่านคำพิพากษาในคดีที่ นายสุรพล เกียรติไชยากร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยขณะนั้น ได้ยื่นฟ้องสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งและคณะกรรมการการเลือกตั้งในข้อหาละเมิดจากการปฏิบัติหน้าที่
นักวิชาการ ชี้ชัดขายกิจการแล้วบังคับย้ายบริษัท ไม่ไปคือไล่ออก เท่ากับ เลิกจ้างไม่เป็นธรรม!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กว่า ขายกิจการแล้วบังคับย้ายบริษัท... ไม่ไปคือไล่ออก? ศาลฎีกาชี้ชัด "เลิกจ้างไม่เป็นธรรม!"

