ซัดฝ่ายการเมืองจับมือโชว์ภาพสันติ! ข้องใจหยุดยิงไร้เงื่อนไขคืออะไร

จตุพร พรหมพันธุ์ สับการเจรจาหยุดยิงไทย-กัมพูชาไร้เงื่อนไขคือเรื่องตลก ถามแม่ทัพสองฝ่ายจะคุยเรื่องอธิปไตยกันยังไงถ้ายังมีพื้นที่ถูกยึด เชื่อสงครามยังไม่จบจริง ซัดนักการเมืองโชว์ภาพสันติแต่ไร้สันติภาพ แนะทางออกคือ “หยุดรัฐบาล” ถึงจะจบ “หยุดยิง” ได้จริง

29 กรกฎาคม 2568 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน เมือกคืนวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยกังขาว่า ไทย-กัมพูชาเจรจาหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไข แต่สงครามเกิดจากปัญหากัมพูชาจะยึดครอง 3 ปราสาทกับช่องบก ซึ่งอธิปไตยเหนือดินแดนที่สองประเทศตกลงกันไม่ได้

พร้อมทั้งเชื่อว่า สงครามไทย-กัมพูชายังไม่จบ แม้ฝ่ายการเมืองเจรจาให้หยุดยิงโดยไร้เงื่อนไขตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 28 ก.ค. ก็ตาม แต่เรื่องราวต่างๆ ของสงครามไม่ง่ายเหมือนมานั่งตกลงกัน นอกจากนี้ ยังจะมีการคุยกันระหว่างทหารไทย-กัมพูชาในวันที่ 29 ก.ค. โดยก่อนถึงเวลาหยุดยิงมีการปะทะกันรุนแรงที่ปราสาทตาควาย ดังนั้น ไทยจะรับภาระจิตใจของทหารและประชนไหวกันได้หรือ?

สิ่งสำคัญนักการเมืองไปเจรจาหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไขนั้นมันรับได้ แต่ในสมรภูมิสงครามมีความตาย ความเจ็บและสูญเสีย แล้วตื่นมาเช้าวันใหม่ (29 ก.ค.) แม่ทัพจะมาตกลงกันได้ง่ายดายหรือ? อย่างนี้มีด้วยหรือ? รวมทั้ง พื้นที่ถูกยึดครองหลังเจรจาหยุดยิงจะว่าอย่างไง แล้วต้องรอการเจรจา จีบีซี (คณะกรรมการชายแดน-General Border Committee) วันที่ 4 ส.ค. ที่พนมเปญ กัมพูชาอีกครั้ง แค่คิดก็โง่แล้ว

“เราไม่ได้กระหายสงคราม แต่ความจริงนั้นประชาชนมีความรู้สึกกับการสูญเสีย แล้วมาเจรจาตกลงกันง่ายดาย ดูเหมือนสงครามครั้งนี้ลวงโลก ดังนั้น ความตายและการสูญเสียจะนำมาเล่นละครเจรจาปาหี่ และยอมกันอย่างขาดสติได้อย่างไร”

นายจตุพร กล่าวว่า หากมีการหยุดยิงกันแล้ว ต้องเจรจาให้ไทยและกัมพูชาต้องถอยกลับไปอยู่ในฐานที่มั่นเดิมก่อน 28 พ.ค. โดยไม่มีทหารฝ่ายใดยึดครองปราสาททั้ง 3 แห่งไว้ ดังนั้น การเจรจาหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไขมันง่ายไป เพราะความจริงแล้วมันต้องมีเงื่อนไข

"การยุติสงครามกัน มันต้องมีเงื่อนไข ไม่มีเงื่อนไขได้อย่างไง เมื่อปัญหามาจากเงื่อนไข เขา (กัมพูชา) อยากได้ 3 ปราสาทกับช่องบก เราไม่ให้ แล้วการเมืองไปอ้างสงครามมาจากปราบสแกมเมอร์ แต่พอหยุดยิงกลับไม่มีเงื่อนไขอีก และพรุ่งนี้ (29 ก.ค.) แม่ทัพทหารจะเจรจาอย่างไง อีกอย่างวันที่ 4 ส.ค.ประชุมจีบีซี ที่พนมเปญ ถ้าเขายืนยัน 3 ปราสาทเป็นของเขา แล้วไงต่อละ"

พร้อมย้ำว่า ถ้าเจรจาหยุดยิงแล้วแก้ไขปัญหาไม่ได้ สงครามก็กลับมาใหม่ ซึ่งจะหนักกว่าเดิมอีก ดังนั้น การเจรจาหยุดยิงจึงแค่มาจับมือโชว์ภาพสันติ ซึ่งไม่ใช่สันติภาพแบบไม่มีเงื่อนไข

“หลังจากนั้นแม่ทัพฝ่ายทหารทั้งสองฝ่ายจะเจรจากันอย่างไรในเรื่องดินแดน (เพราะเป็นเงื่อนไขสงคราม)  ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันได้หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คือ ถ้าหยุดรัฐบาลชุดนี้ได้ ปัญหาหยุดยิงอาจจบไปก็ได้”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผอ. JIC ลั่นไม่กลัวอาวุธจีน กัมพูชาจะใช้หรือไม่ใช้ หากขึ้นลำกล้อง ไม่ปล่อยให้ยิง เราต้องจัดการก่อน

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา JIC และผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ตรวจเยี่ยมกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราด (กปช.จต.) บ้านท่าเส้น-บ้านหนองรี พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญแบะกำลังใจเจ้าหน้าที่

'สีหศักดิ์' ยื่นหนังสือถึงข้าหลวงใหญ่ฯ ซัด 'ทอม แอนดรูว์ส' บิดเบือนข้อมูลมุ่งแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง

เปิดหนังสือ รมว. กต. ส่งถึงท่าหลวงใหญ่เพื่อ สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กรณีแถลงการณ์ของ“ ทอม แอนดรูส์” ผู้เสนอรายงานพิเศษ เกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษชนในกัมพูชา พาดพิงไทยด้วยข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง

ทบ. โต้กัมพูชา ย้ำไทยใช้กำลังตามกรอบกฎหมาย มุ่งเฉพาะเป้าหมายทางทหาร

ทบ. โต้กัมพูชา ย้ำไทยใช้กำลังตามกรอบกฎหมาย มุ่งเฉพาะเป้าหมายทางทหาร ชี้ความเสียหายที่กัมพูชากระทำต่อไทย ไม่อาจลบล้างด้วยการบิดเบือนข้อมูล

นายกฯ หารือเลขาธิการอาเซียน เสียใจกัมพูชาเลือกกระบวนการประนอมภาคบังคับ

นายกฯ หารือเลขาธิการอาเซียน ย้ำบทบาทไทยในฐานะสมาชิก พร้อมแจงสถานการณ์ชายแดน เสียใจกัมพูชาเลือกประนอมภาคบังคับ

ไทยสวนหมัดเด็ด! ยื่น UN ขอหารือคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนฯ จี้ปราบสแกมฯในกัมพูชา โต้ยิบรายงาน 'ทอม แอนดรูว์ส'

กต. แถลงท่าทีรัฐบาลไทย เผยเตรียมทำหนังสือถึงประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติและสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน ที่นครเจนีวา หลัง “ทอม แอนดรูส์” เสนอรายงานพิเศษพาดพิงประเทศไทย มีหลายประเด็นที่ไม่เห็นด้วย ชี้กระทบความเป็นกลาง -เที่ยงธรรม “สีหศักดิ์”

กต.ออกแถลงการณ์โต้ Tom Andrews ตัวแทนยูเอ็นแนะควรเป็นกลาง เที่ยงธรรม

กต.ออกแถลงการณ์ โต้ Tom Andrews ผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา ชี้ กลไกพิเศษภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ควรเป็นกลาง เที่ยงธรรม และการพิจารณาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ