กลุ่ม 36 สว.แนะ 'อิ๊งค์' ศุกร์นี้ไปศาล รธน.ด้วยตัวเอง เผยแถลงการณ์ปิดคดี เน้นตอกฝาโลงคลิปอังเคิล สร้างความเสียหายประเทศชาติ เชื่อหากไม่รอด 'ชัยเกษม' เป็นนายกฯแทน ไม่เกินสามเดือนยุบสภาฯ
27 ส.ค.2568 - นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภาและหนึ่งใน 36 สว.ที่ร่วมกันลงชื่อยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญในคดีถอดถอน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันที่ 29 ส.ค. ที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดีดังกล่าว ทาง สว.คงไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรเป็นพิเศษ ไม่มีการตั้งวอร์รูมติดตามผลคดีแต่อย่างใด เพราะหลังจากกลุ่ม สว.ได้ยื่นเอกสารคำแถลงปิดคดีต่อศาล รธน.ไปเมื่อวันจันทร์ที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา ต่อจากนี้ก็เหลือรอฟังผลคำวินิจฉัยของศาล รธน.ที่จะออกมา ส่วนคำวินิจฉัยจะออกมาเป็นคุณหรือเป็นโทษ จึงไม่เกี่ยวกับ สว.
นายไชยยงค์กล่าวต่อไปว่า สว.เราเห็นว่า นายกฯทำผิดก็ยื่นถอดถอนตามช่องทางที่รัฐธรรมนูญให้ช่องทาง สว. แต่หลังคดีจบ หากผลออกมาเป็นคุณ (กับฝ่าย สว.) เราก็ถือว่าเราทำสำเร็จแล้วในการทำให้ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงในรัฐบาล เพราะวันนี้ไม่ใช่แค่ สว.ที่เห็นว่าควรเปลี่ยนตัวนายกฯแต่วันนี้ ประชาชนหากจับกระแส จะพบความรู้สึกเดียวกันว่า นายกฯ ควรหมดหน้าที่ในการเป็นผู้นำประเทศแล้ว ประชาชนอยากเห็นการเปลี่ยนนายกฯ เอาคนใหม่มาบริหารประเทศ เป็นกระแสความรู้สึกที่ สว.เราสัมผัสได้ ส่วนที่มีบางกลุ่มไปแจ้งความกองปราบปราม-และคณะกรรมการ ป.ป.ช. กลุ่มอื่นที่เขายื่น เราคงไม่ไปก้าวก่ายตรงนั้นเพียงแต่ว่าเราก็คิดว่า หากสมมุติว่า คำวินิจฉัยของศาล รธน.เป็นคุณกับประเทศชาติ ก็จะทำให้องค์กรต่างๆ ที่รับเรื่องไว้ทั้งหมดต้องยึดหลักการคำวินิจฉัยของศาล รธน.ไปในทางเดียวกัน ซึ่งหากวันที่ 29 ส.ค.นายกฯเดินทางไปฟังการอ่านคำวินิจฉัยด้วยตัวเอง ก็จะเป็นเรื่องดีจะได้เป็นบรรทัดฐานต่อไป
นายไชยยงค์กล่าวอีกว่า สำหรับเนื้อหาในคำแถลงการณ์ปิดคดีที่ยื่นต่อศาล รธน. ทางกลุ่ม สว.ก็มีการเขียนข้อมูลเพิ่มเติมจากตัวคำร้องที่เคยยื่นไปก่อนหน้านี้ เพื่อให้การร้องถอดถอนนายกฯ มีความสมบูรณ์มากขึ้นมีการเพิ่มเติมไปในบางส่วน ส่วนที่นายกฯ ไปไต่สวน ก็ได้ถามจากคนที่ไปฟัง ก็ทราบว่า ทางศาล รธน.ก็ถามในประเด็นเรื่องเจตนาและรายละเอียดต่างๆ ในบทสนทนา ส่วนรายละเอียดในแถลงการณ์ปิดคดี เขียนอย่างไรบ้าง คงไม่เหมาะที่จะพูด แต่รวมๆ ก็คือ ความเสียหายที่เกิดขึ้นหลังมีคลิปออกมา เพราะเราก็เข้าใจว่าในการต่อสู้คดีหรือการแก้ข้อกล่าวหาของนายกฯ ว่า หลังจากคลิปออกมา ความเสียหายยังไม่เกิดกับประเทศชาติ แต่ สว.เราเขียนย้ำไปว่าหลังมีคลิปเสียงออกมา มีความเสียหายอะไรที่เกิดกับประเทศชาติ
นายไชยยงค์ ยังกล่าวตั้งข้อสังเกตว่า จากที่ก่อนหน้านี้มีการปล่อยคลิป “นั่งลงลูก”ในห้องไต่สวนของศาล รธน.ออกมา ที่เป็นเฟกนิวส์ ซึ่งตนเองเชื่อในเรื่องความยุติธรรมแม้จะเป็นศาลรธน.แต่ก็พบว่ามีขบวนการของบุคคลรอบข้าง ต้องเข้าใจว่า พรรคเพื่อไทย อาจไม่ได้มีศัตรูเยอะ แต่รอบกายของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร มีศัตรูเยอะ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ออกมา ที่ดิสเครดิตศาล รธน. มีการปล่อยข่าวอะไรต่างๆ เช่นปล่อยข่าวว่า นายกฯจะชนะคดี ด้วยมติ 5 ต่อ 4 หรือการปล่อยข่าวว่า ทักษิณกลับมาด้วยดีลและจะพ้นคดีความทุกอย่าง สิ่งเหล่านี้ฝ่ายที่เป็นศัตรูกับทักษิณและตระกูล ชินวัตร ในการหยิบยกขึ้นมาเพื่อดิสเครดิต โดยเฉพาะการทำให้คนเข้าใจผิดต่อศาลรธน. มันจะเป็นกระแสที่ไปกดดันให้ศาล รธน.ต้องคิดมาก เพราะหากสมมุติว่าคำวินิจฉัยออกมาเป็นคุณกับนายกฯ ความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง อยากให้นายกฯแพทองธาร พ้นจากนายกฯ ก็อาจจะมองว่าศาล รธน.วินิจฉัยไปอยู่ในฝ่ายแพทองธาร คิดว่าเป็นขบวนการหนึ่งในการที่ออกมาเพื่อจะดิสเครดิตศาล รธน.แต่จริงๆ แล้วเป้าหมายทั้งหมดอยู่ที่ตระกูลชินวัตร
“ส่วนการเมืองไทยหลังวันที่ 29 ส.ค. หากสมมุติว่าผลคำวินิจฉัยออกมาในทางที่เป็นคุณกับประเทศไทย คือนายกฯแพทองธาร ไม่ได้ไปต่อ คิดว่าพรรคเพื่อไทย ก็คงดันนายชัยเกษม นิติศิริ ขึ้นมาเป็นนายกฯคนที่สาม แล้วใช้กลไกทางการเมืองในรัฐสภาให้มีเสียงสนับสนุนให้นายชัยเกษม ได้เป็นนายกฯต่อไป แล้วก็เข้าไปบริหารจัดการต่างๆ อย่างน้อยอีกสักสามเดือนแล้วหาทางลงด้วยการยุบสภา แต่หากผลคำวินิจฉัยของศาล รธน.ออกมา โดยนายกฯแพทองธาร ยังได้ไปต่อ ก็อาจได้ไปต่อแบบระยะยาว ก็คือจะมีการพยายามผลักดันให้ไปต่อเรื่อยๆ หากไปหยุดตรงจุดไหน ก็หยุดตรงจุดนั้น ถึงจะมีการเปลี่ยนแปลง เช่นมีการยุบสภา เพราะผมมองว่า พรรคเพื่อไทย ก็มีความไม่แน่ใจในสถานการณ์การเมือง ดูได้จากการทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงโดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่รอบนี้มีการทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายที่เร็วมาก เพราะที่ผ่านมาเราจะเห็นว่าบางปี ผ่านไปถึงเดือนตุลาคมแล้วการแต่งตั้งโยกย้ายยังไม่เสร็จสิ้น ที่ก็คือการเตรียมพร้อมรับมือกับการเลือกตั้ง”นายไชยยงค์ระบุ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เอาแล้ว! เรืองไกรร้องศาลปกครองเพิกถอนทำประชามติเหตุคำถามไม่ตรงคำวินิจฉัยศาล
เรืองไกรร้องศาลปกครอง เพิกถอนการทำประชามติ เหตุรัฐสภาไม่ได้มีมติตามคำบังคับศาลรัฐธรรมนูญ
มติเอกฉันท์! ไม่รับคำร้อง MOA 'เท้ง-หนู'
มติเอกฉันท์ ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง ปมMOA 'เท้ง-หนู' เหตุผู้ร้องไม่มีสิทธิ์ยื่น
จบข่าว! ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ตีตกปมกล่าวหา 'อนุทิน' ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง
'ศาลรัฐธรรมนูญ' มีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง 'คดีถนนสาธารณะขึ้น-ลงอากาศยาน' ชี้ผู้ร้องยื่นซ้ำไร้สาระใหม่ ปมกล่าวหา 'อนุทิน' ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ขัดรธน.
ศาล รธน. เรียกเอกสารหลักฐานจาก รมว.กลาโหม เพื่อวินิจฉัยคดีต่อต้านเกณฑ์ทหารของ 'เนติวิทย์'
ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาในคดที่ กรณีพ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 27 และมาตรา 45 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 และมาตรา 31 หรือไม่
อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาชี้ 'ภูมิธรรม–ทวี' รอด! ส่งผลสะเทือน สว.ที่เล่นบทเหยื่อกระอัก
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
เปิดมติเสียงข้างมาก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 'ภูมิธรรม-ทวี' ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคหนึ่ง(4)ประกอบมาตรา 160 (4 )และ(5)จากกรณีถูกร้องว่าใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของกกต.จึงถือว่าทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม

