เป็นเรื่อง! โพลคนอีสานอยากให้ 'อนุทิน' เป็นนายกฯ ส่วน 'ลูกเขยชินวัตร-ลูกเจ๊แดง' อยู่อันดับ 4-5

ไตรมาส 3/2568 เศรษฐกิจครัวเรือนอีสานยังแย่ต่อเนื่องติดต่อกัน 18 ไตรมาส คะแนนผลงานเศรษฐกิจรัฐบาลยังต่ำ ด้าน 'อนุทิน-เท้ง-ชัชชาติ' ถูกโหวตให้เป็นนายกฯ มากสุด

09 ต.ค.2568 - รศ.ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการอีสานโพลเปิดเผยผลสำรวจอีสานโพล (E-Saan Poll) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ว่าการสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความคิดเห็นของคนอีสานต่อภาวะเศรษฐกิจระดับครัวเรือน เพื่อประเมินภาวะเศรษฐกิจครัวเรือนด้านต่างๆ และคำนวณดัชนีภาวะเศรษฐกิจอีสานในไตรมาส 3/2568 และคาดการณ์ไตรมาส 4/2568 พร้อมประเมินผลงานรัฐบาลด้านเศรษฐกิจและภาพรวม และมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับความนิยมของพรรคการเมือง ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 3–5 ตุลาคม 2568 จากกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไป 1,074 รายในเขตพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัด

เมื่อสอบถามเกี่ยวกับ รายได้และทรัพย์สินครัวเรือน โอกาสหางานใหม่หรือเริ่มธุรกิจใหม่ การหมุนเงินเพื่อใช้จ่ายและชำระหนี้ และการซื้อของมูลค่าสูง และทำการประมวลผลได้ดัชนีต่างๆ ซึ่งค่าดัชนีมีค่าระหว่าง 0 - 100 หากดัชนีอยู่ระหว่าง 0 – 19.9 คือ แย่มาก ระหว่าง 20.0 – 39.9 คือ แย่ ระหว่าง 40.0 – 59.9 คือ ปานกลาง/พอใช้ ระหว่าง 60.0 – 79.9 คือ ดี และ ระหว่าง 80.0 – 100 คือ ดีมาก รายละเอียดเป็นดังนี้

ดัชนีรายได้และทรัพย์สินครัวเรือนไตรมาส 3/2568 เท่ากับ 32.7 หมายความว่า รายได้และทรัพย์สินครัวเรือนอีสาน อยู่ในระดับแย่ ปรับตัวลดลงเล็กน้อย (-0.8) จากไตรมาสก่อนซึ่งมีค่าดัชนี 33.5 และคาดว่าไตรมาสถัดไปดัชนีจะปรับลดลงเล็กน้อยเป็น 30.7

ดัชนีโอกาสหางานใหม่หรือเริ่มธุรกิจใหม่ไตรมาส 3/2568 เท่ากับ 33.1 หมายความว่า โอกาสหางานใหม่หรือเริ่มธุรกิจใหม่ในอีสาน อยู่ในระดับแย่ และเพิ่มขึ้น (+2.9) จากไตรมาสก่อนซึ่งมีค่าดัชนี 30.2 และคาดว่าไตรมาสถัดไปดัชนีจะลดลงเล็กน้อยเป็น 32.0

ดัชนีการหมุนเงินเพื่อใช้จ่ายและชำระหนี้ไตรมาส 3/2568 เท่ากับ 32.8 หมายความว่า การหมุนเงินเพื่อใช้จ่ายและชำระหนี้ของครัวเรือนอีสาน อยู่ในระดับแย่ ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย (+0.5) จากไตรมาสก่อนซึ่งมีค่าดัชนี 32.8 และคาดว่าไตรมาสถัดไปดัชนีจะปรับลดลงเล็กน้อยเป็น 32.6

ดัชนีการซื้อของมูลค่าสูงไตรมาส 3/2568 เท่ากับ 32.1 หมายความว่า ความมั่นใจของครัวเรือนอีสานในการซื้อของมูลค่าสูง อยู่ในระดับแย่ เพิ่มขึ้นเล็กน้อย (+0.7) จากไตรมาสก่อนซึ่งมีค่าดัชนี 31.4 และคาดว่าไตรมาสถัดไปดัชนีจะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 32.6

ดัชนีภาวะเศรษฐกิจครัวเรือนอีสานไตรมาส 3/2568 เท่ากับ 32.7 หมายความว่า ภาวะเศรษฐกิจครัวเรือนอีสานโดยรวม อยู่ในระดับแย่ และปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย (+0.8) จากไตรมาสก่อนซึ่งมีค่าดัชนี 31.9 และคาดว่าไตรมาส 4/2568 ดัชนีจะลดลงเล็กน้อยเป็น 32.0 ซึ่งรัฐบาลมีความท้าทายที่จะช่วยให้เศรษฐกิจครัวเรือนอีสานเพิ่มขึ้นจากระดับแย่มาอยู่ในระดับปานกลาง หรือค่าดัชนีควรไม่ต่ำกว่า 40.0 เป็นระยะเวลายาวนาน

เมื่อให้กลุ่มตัวอย่างประเมินผลงานรัฐบาลด้านเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 3/2568 พบว่า ได้คะแนน 30.1 เต็ม 100 แม้จะเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2/2568 ซึ่งดัชนีเท่ากับ 27.1 แต่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในระดับต่ำต่อทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ขณะที่ผลงานโดยรวมของรัฐบาลในช่วงไตรมาส 3/2568พบว่า ได้คะแนน 29.9 เต็ม 100 แม้จะเพิ่มจากไตรมาส 2/2568 ซึ่งดัชนีเท่ากับ 26.5 แต่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในระดับต่ำต่อรัฐบาล ทั้งนี้รัฐบาลเคยได้คะแนนด้านเศรษฐกิจต่ำสุดในช่วงไตรมาส 3 ปี 2564 ซึ่งได้คะแนนนเพียง 20.3 และได้คะแนนผลงานโดยรวมเพียง 19.3 จากการระบาดอย่างหนักของโควิดสายพันธุ์เดลตา

เมื่อสอบถามว่า ถ้าเลือกตั้ง สส. วันนี้ ท่านมีแนวโน้มจะลงคะแนนให้ ผู้สมัคร สส. เขต จากพรรคใด พบว่า อันดับหนึ่ง ร้อยละ 30.6 จะเลือกผู้สมัครจากพรรคประชาชน อันดับ 2 ร้อยละ 27.4 พรรคเพื่อไทย อันดับ 3 ร้อยละ 12.3 พรรคภูมิใจไทย ตามมาด้วยพรรคอื่นๆ ร้อยละ 9.6 และร้อยละ 20.1 เป็นความคิดเห็นอื่นๆ และยังไม่แน่ใจ

เมื่อสอบถามว่า ถ้าเลือกตั้ง สส. วันนี้ ท่านมีแนวโน้มจะลงคะแนน สส. บัญชีรายชื่อ ให้พรรคใด พบว่า อันดับหนึ่ง ร้อยละ 41.7 จะเลือกพรรคประชาชน อันดับ 2 ร้อยละ 20.6 พรรคเพื่อไทย อันดับ 3 ร้อยละ 12.6 พรรคภูมิใจไทย ตามมาด้วยพรรคอื่นๆ ร้อยละ 16.6 และร้อยละ 8.5 เป็นความคิดเห็นอื่นๆ และยังไม่แน่ใจ

และเมื่อสอบถามว่า ถ้าเลือกตั้งวันนี้ ท่านอยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีมากที่สุด (จากรายชื่อ 12 รายชื่อ) อันดับ 1 ร้อยละ 24.3 ระบุว่า อนุทิน ชาญวีรกูล อันดับ 2 ร้อยละ 22.8 เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ อันดับ 3 ร้อยละ 19.1 ชัชชาติ สิทธพันธุ์ อันดับ 4 ณัฐพงษ์ คุณากรวงศ์ (เพื่อไทย) อันดับ 5 ร้อยละ 6.6 ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (เพื่อไทย) อันดับ 6 ร้อยละ 6.3 สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อันดับ 7 ร้อยละ 2.9 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อันดับ 8 ร้อยละ 2.3 พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ อันดับ 9 ร้อยละ 2.2 นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ อันดับ 10 ร้อยละ 1.7 พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อันดับ 11 ร้อยละ 0.9 วราวุธ ศิลปอาชา อันดับ 12 ร้อยละ 0.7 ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ขณะที่รายชื่ออื่นๆ มีเสนอมา ร้อยละ 0.9 และ ระบุว่ายังไม่มีคนที่ถูกใจ ร้อยละ 1.8

ผลสำรวจครั้งนี้มีข้อสังเกตว่า การที่คุณอนุทินมีคะแนนความนิยมสูงในช่วงนี้ (สูงกว่าคะแนนนิยมของพรรคภูมิใจไทย) เนื่องจากพรรคประชาชนยังไม่มีแคนดิเดตนายกฯ ที่โดดเด่นเทียบเท่าคุณพิธา ขณะเดียวกันพรรคเพื่อไทยยังไม่มีแคนดิเดตนายกฯ ที่ชัดเจน ส่งผลให้คนที่ชอบพรรคเพื่อไทยหรือพรรคประชาชนหรือคนที่ยังไม่มีพรรคที่ชอบเป็นพิเศษ โหวตให้คุณอนุทินบางส่วน ขณะที่คุณชัชชาติมีความนิยมสูงมาก หากพรรคใดทาบทามเป็นแคนดิเดตนายกฯ ได้จะทำให้ได้เปรียบเพิ่มขึ้นในการเลือกตั้งครั้งหน้า

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลัง 'มูดี้ส์' ปรับเครดิตไทย ไม่กังวลกู้ 4 แสนล้าน

'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลังดึงความเชื่อมั่นไทย 'มูดี้ส์' ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยสู่ระดับ Stable แจงแผนมุ่งสร้างการเติบโต เร่งเครื่องการลงทุน ย้ำจุดยืนวินัยการคลัง

นายกฯ เงาโชวกึ๋น! เท้งแนะอนุทินใช้เวทีอาเซียนซัมมิตแสดงบทบาทนำ

'เท้ง ณัฐพงษ์' ยก 3 วาระประชาชน ที่ 'นายกฯอนุทิน' ควรใช้เวทีอาเซียนซัมมิตแสดงบทบาทนำของไทยแก้ปัญหา แนะ เคลียร์ปมพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา ไทยต้องคุมเกมเจรจาทวิภาคี

นายกฯ ชี้จ่ายเงินเยียวยาแพะ 8 พันล้านไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ!

นายกฯ เปิดงาน '24 ปีการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์' สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ทำงานรวดเร็ว ทั่วถึงเป็นธรรม ชี้จ่ายเงินเยียวยา 8 พันล้าน ไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ ยกระดับกระบวนการยุติธรรมไทยสู่สากล

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

‘คนละครึ่ง’ค้างเติ่ง เอกนิติชงไม่ทัน5พ.ค./หนูเร่งพ.ร.ก.กู้เงิน/ไทยช่วยไทยคึก

นายกฯ ยันเร่งดัน พ.ร.ก.กู้เงินเข้า ครม.อังคารที่ 5 พ.ค.นี้ ส่วน “เอกนิติ” บอกคนละครึ่งพลัสรอไปก่อน อ้างต้องรอสรุปตัวเลขงบประมาณที่เหลือ “อนุทิน”

ขึ้น‘ค่าจ้าง’ต้องมีเหตุผล แรงงานยื่นข้อเสนอพรึ่บ

“อนุทิน” ระบุขึ้นค่าแรงต้องมีเหตุผล รัฐบาลเตือนนายจ้างวันแรงงานแห่งชาติ ลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานพร้อมรับค่าจ้างปกติ ถ้าไม่ได้หยุดเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 1 เท่า ค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง ขณะที่ 27 องค์กรรวมพลยื่น 8 ข้อเรียกร้องรัฐบาล ตั้งกองทุนประกันความเสี่ยง-อัปเกรดสวัสดิการ