อย่ากังวล! 'รัฐบาล' ยันระบบแจ้งกำลังรอผลการลงทะเบียน ได้จองสิทธิให้แล้วในระบบ

รัฐบาลปลื้ม ปชช.ลงทะเบียนรับสิทธิ ‘คนละครึ่งพลัส’ ล้นหลาม เพียง 2 ชั่วโมงแรก ลงทะเบียนสำเร็จแล้วกว่า 13 ล้านสิทธิ เผย กรณีระบบแจ้งว่า กำลังรอผลการลงทะเบียน ระบบจะแจ้งผลผ่านการแจ้งเตือนของแอปฯ เป๋าตัง หรือ SMS ภายใน 3 วัน ขอประชาชนอย่าเป็นกังวล รัฐบาลได้จองสิทธิให้แล้วในระบบ ไม่ต้องลงทะเบียนซ้ำ

20 ต.ค.2568-นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลปลื้มประชาชนให้ความสนใจลงทะเบียนรับสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” อย่างล้นหลาม เพียง 2 ชั่วโมงแรก ข้อมูลจากธนาคารกรุงไทย ระบุว่าประชาชนลงทะเบียน ผ่านแอปฯ เป๋าตัง สำเร็จแล้วกว่า 13 ล้านสิทธิ จากจำนวนสิทธิทั้งหมด 20 ล้านสิทธิ

วิธีการลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” เปิดให้เริ่มลงทะเบียนตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 26 ตุลาคม 2568 สำหรับวิธีและหน้าจอแจ้งผลการลงทะเบียน มีดังนี้ ขั้นตอนแรก เข้าแอปฯ เป๋าตัง ขั้นตอนที่ 2 กด รูปโครงการคนละครึ่ง พลัส (หน้าแรกเป้าตัง หรือ หน้าหลัก G Wallet) และขั้นตอนที่ 3อ่านรายละเอียดเงื่อนไขโครงการ จากนั้นกดปุ่ม ลงทะเบียน

สำหรับคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส 2568 จะต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน มีบัตรประจำตัวประชาชน ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568 และไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ (1) โครงการคนละครึ่ง 2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 และ (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5

“กรณีประชาชน ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) เมื่อลงทะเบียนแล้ว ระบบขึ้นแจ้งว่า “กำลังรอผลการลงทะเบียน ระบบจะแจ้งผลผ่านการแจ้งเตือนของแอปฯ เป๋าตัง หรือ SMS ภายใน 3 วัน” ขอประชาชนอย่าเป็นกังวล โดยรัฐบาลได้มีการจองสิทธิไว้ให้ท่านแล้วในระบบ และขอให้รอผลการแจ้งในระยะเวลา 3 วัน โดยไม่ต้องลงทะเบียนซ้ำ ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ที่เคย เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) เมื่อลงทะเบียนสำเร็จระบบจะแจ้งว่า คุณได้รับสิทธิคนละครึ่งพลัสสำหรับผู้ยื่นภาษี จำนวน 2,400 บาท (กรณีผู้เสียภาษี) หรือ คุณได้รับสิทธิคนละครึ่งพลัสแล้ว จำนวน 2,000 บาท (กรณีไม่เป็นผู้เสียภาษี)”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สิริพงศ์' ยันแลนด์บริดจ์ใช้งบน้อย-คุ้มกว่าคอคอดกระ

'สิริพงศ์' เผย คค.พร้อมนำผลการศึกษาแลนด์บริดจ์ 'สนข.' ร่วม คกก. 'เอกนิติ' ประกอบการตัดสินใจ ระบุ ผลศึกษาใหม่รวมระบบขนส่งท่อก๊าซ-น้ำมันด้วย ยันโครงการใช้งบน้อย-คุ้มกว่าคลองไทย

'สิริพงศ์' ชี้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านไม่ได้เอามาทำถนนเหมือนบางยุค

'สิริพงศ์' ปัดตีเช็คเปล่าออก พ.ร.ก.กู้เงิน เหน็บไม่ได้เอามาทำถนนเหมือนบางยุค แต่ช่วยลดภาระประชาชน บอก เป็นสิทธิ ปชป.ยื่นศาล รธน.ตีความ ยัน ฝ่าย กม.รัฐบาลการันตีเข้าเงื่อนไขออก พ.ร.ก.ทุกข้อ

เดินหน้าตามนโยบายนายกฯ ลุยปราบ 'นอมินี' โชว์ไตรมาสแรกกวาดล้างบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลง 60%

โฆษกรัฐบาล แจง รัฐลุยปราบ ‘นอมินี’ มุ่งสร้างธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ‘ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี’ ชวนปชช.แจ้งเบาะแส 1570

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

ขึ้น‘ค่าจ้าง’ต้องมีเหตุผล แรงงานยื่นข้อเสนอพรึ่บ

“อนุทิน” ระบุขึ้นค่าแรงต้องมีเหตุผล รัฐบาลเตือนนายจ้างวันแรงงานแห่งชาติ ลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานพร้อมรับค่าจ้างปกติ ถ้าไม่ได้หยุดเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 1 เท่า ค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง ขณะที่ 27 องค์กรรวมพลยื่น 8 ข้อเรียกร้องรัฐบาล ตั้งกองทุนประกันความเสี่ยง-อัปเกรดสวัสดิการ