
3 พ.ย.2568-พล.ต.ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาค 2 โพสต์เฟซบุ๊ก Mammoth S Nutt เรื่อง “ว่าด้วยสิ่งของบริจาค….ความจริงจากทหารหน้าแนว” เนื้อหาระบุว่า ห้วงเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา คนไทยแสดงออกถึงความรักความสามัคคี พร้อมเสียสละเพื่อประเทศชาติในหลายๆด้าน เรื่องหนึ่งที่เห็นเด่นชัดคือ การร่วมบริจาคสิ่งของสนับสนุนทหารที่ปฏิบัติงานหน้าแนว แต่หลังจบเหตุการณ์ไม่นานได้เกิดประเด็นในเรื่องนี้ ผมในฐานะผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบความรับผิดชอบงานด้านส่งกำลังบำรุงแก่ทหารหน้าแนว อยากบอกกล่าวสังคมดังนี้
1. กองทัพได้รับการจัดสรรงบประมาณประจำปีเหมือนเช่นหน่วยงานอื่นๆ ซึ่งการเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณต้องทำแผนงาน/โครงการเสนอล่วงหน้า 2 ปี งบที่ได้รับการพิจารณาสนับสนุนจะถูกระบุชัดไว้แล้วว่าจะนำไปใช้ทำอะไรตามแผนงาน/โครงการที่ได้รับอนุมัติ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นงบด้านกำลังพล งบพัฒนา/จัดหายุทโธปกรณ์มีเป็นส่วนน้อย
2. เหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา สถานการณ์พัฒนาเร็วมาก เราไม่ได้คาดคิดว่าจะเกิดการรบปะทะ ดังนั้นยุทโธปกรณ์หรือการพัฒนาบางอย่างที่จำเป็นเราจึงไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้ เมื่อเกิดเหตุจึงจำเป็นต้องระดมทรัพยากรช่วยกันอย่างเร่งด่วน งบกลางของรัฐบาลมีให้ส่วนหนึ่งแต่กระบวนการก็ต้องใช้เวลา 3-6 เดือน ด้วยจิตใจรักชาติของพี่น้องคนไทยได้เสนอให้การสนับสนุนทั้งที่กองทัพไม่ได้ร้องขอจำนวนมาก
3. ผมอยู่หน้างานได้รับการประสานจากพี่น้องทุกสารทิศ คำถามแรกคือ ทหารขาดอะไรบ้าง อยากช่วย ซึ่งหน้าแนวส่วนใหญ่ต้องการของใช้ส่วนตัวเล็กๆน้อยๆ เช่น ถุงเท้า กางเกงใน เสื้อยืดรองใน ยากันยุง บุหรี่ สบู่/ยาสีฟัน น้ำขวด อาหารแห้ง เนื่องจากเราเคลื่อนกำลังเข้าควบคุมพื้นที่ตามแผนที่ 1:50,000 ที่เรายึดถือ หลายพื้นที่เข้าตั้งฐานใหม่ ถนนเข้าไม่ถึง น้ำ/อาหารส่งยากลำบาก ไม่มีน้ำอาบ เสื้อผ้าไม่ได้ซัก ส่งอาหารยาก บางฐานต้องเดินลงจากเขามารับอาหาร 2-3 ชม. วันละครั้ง อาหารแห้งจึงมีความจำเป็น ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการปฏิบัติการทางทหาร
4. เมื่อตั้งฐานใหม่ ถนนเข้าไม่ถึง จำเป็นต้องตัดถนนเร่งด่วนเพื่อส่งกำลัง เคลื่อนย้ายกำลัง งบราชการเพื่อสร้างถนนไม่ได้ตั้งไว้ งบกลางต้องใช้เวลา คนไทยรู้ก็อยากบริจาคเงินสนับสนุนให้ทหารช่างตัดถนนให้ทหารหน้าแนว กองทัพเราไม่อยากรับเป็นเงินเกรงจะเกิดปัญหา ก็ขอรับเป็นน้ำมันหรือวัสดุ หรือเส้นไหนที่เห็นว่าปลอดภัยเอกชนสามารถเข้าทำให้ได้ก็ขอให้เข้ามาทำให้เลย จึงปรากฏมีชาวบ้าน มูลนิธิ พระสงฆ์ เข้ามาช่วยทำถนนให้ทหารในหลายพื้นที่
5. การรบสมัยใหม่ต้องใช้เทคโนโลยี ใช้โดรน ใช้กล้องตรวจการณ์ งบประจำปีไม่ได้ตั้งไว้ หรือตั้งไว้แต่ไม่เพียงพอ มีภาคเอกชนประสงค์บริจาคให้เราก็รับแต่ขอรับเป็นของ อาจเป็นโดรนพลเรือนมาดัดแปลงขาดความปลอดภัยบ้าง แต่เราก็มาคิดมาตรการรักษาความปลอดภัยเสริมเอา ดีกว่าไม่มีใช้ตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามเลยซึ่งจะเสียเปรียบในทางการรบมากกว่า
6. รถ ยานพาหนะ บังเกอร์ ยางรถยนต์(ทำบังเกอร์เร่งด่วน) คนไทยอยากบริจาคเราก็รับเป็นสิ่งของไม่รับเป็นเงิน พื้นที่ไหนปลอดภัยท่านเข้าไปช่วยทำได้เราก็อำนวยความสะดวกให้
7. ทุกอย่างเกิดเร็ว หน้างานต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ให้กำลังพลสะดวก ปลอดภัย เป้าหมายคือ บรรลุภารกิจให้ได้ก่อน การควบคุมจัดทำทะเบียนรับบริจาค/ทะเบียนแจกจ่ายเราก็พยายามจัดทำ แต่ก็ไม่ถึงกับสมบูรณ์นัก เพราะบางทีก็ประสานจัดส่งที่หน้าแนวเลยเพื่อให้หน่วยมีของใช้เร็วที่สุด บางทีผู้บริจาคอยู่ในพื้นที่ก็ประสานตรงกับทหารหน้าแนวที่รู้จักกันนำของไปส่งให้กันโดยตรงโดยที่หน่วยหน่วยเหนือไม่รู้ แต่เมื่อจบศึกเราก็พยายามสอบทานจัดทำบัญชีคุมเพื่อควบคุมสิ่งของที่ได้รับมาให้เกิดความโปร่งใส
8. ของที่ท่านนำมาบริจาคมาจากไหนเราไม่รู้ แต่นั่นคือน้ำใจจากคนในชาติ ผมไปเยี่ยมน้องๆทหารที่หน้าแนวก็บอกเขาอยู่เสมอว่า เราไม่ได้ทำหน้าที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทยอย่างเดียวดาย พี่น้องคนไทยเป็นพลังหนุนแก่เราทั้งชาติ แม้เขาจะมาช่วยเรารบไม่ได้แต่เขาก็ส่งสิ่งของต่างๆมาช่วยเราแทน ดังนั้นเราต้องทำหน้าที่ให้สุดกำลังในฐานะตัวแทนของคนทั้งชาติ
ความจริงมีเพียงเท่านี้ รักและสามัคคีไม่คลางแคลงใจกัน เพื่อชาติไทยเราครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บึ้มสนั่น 'กอทูเล' ตรงข้ามชายแดนท่าแซะชุมพร
กองทัพอากาศเมียนมาทิ้งระเบิด 3 ลูก ถล่มฐานกะเหรี่ยงกอทูเล ตรงข้ามชายแดนท่าแซะ จ.ชุมพร ฝ่ายมั่นคงจับตาสถานการณ์ใกล้ชิด
รบรอบสาม ไทย-เขมร มีแน่ ต้องไม่เลี้ยงไข้กัมพูชา
สถานการณ์"ไทยVSกัมพูชา"ยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากไทยเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)
เปิดเต็มรูปแบบ ทางหลวงทล.101 ’น่าน–เฉลิมพระเกียรติ‘ประตูการค้าชายแดนไทย-สปป.ลาว
‘กรมทางหลวง’แจ้งเปิดใช้ทางหลวงหมายเลข 101 ช่วง‘บ้านปอน–อำเภอเฉลิมพระเกียรติ’ระยะทาง 33.8 กม.เต็มรูปแบบ ยกระดับการเดินทางสู่ด่านห้วยโก๋น เพิ่มความปลอดภัย หนุนโลจิสติกส์ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวเชื่อม’ไทย–สปป.ลาว’บูมกระตุ้นเศรษฐกิจพื้นที่ชายแดน
UNCLOS ประนอมภาคบังคับ จากติมอร์-เลสเต กับออสเตรเลีย สู่แนวรบ ไทย-กัมพูชา
จากสถานการณ์ไทย-กัมพูชา หลังจากที่รัฐบาลไทยแสดงท่าทีเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้กติกา UNCLOS ขณะเดียวกันหลังจากมีข่าวว่า จีนเตรียมส่งมอบรถถัง T-59D
หมอวรงค์ แนะ 'สีหศักดิ์' คิดให้ดีก่อนเข้าประนอมภาคบังคับกับกัมพูชา
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก #คิดให้รอบคอบถ้าเข้าประนอมภาคบังคับกับกัมพูชา
กองทัพไทย ยืนยันความพร้อมมากกว่าครั้งที่ผ่านมา หากปะทะกัมพูชารอบสาม
กองทัพไทย ยืนยัน ยังคงติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา อย่างต่อเนื่อง เพื่อเลือกทางที่ดีที่สุดให้กับประชาชนและประเทศ มั่นใจ หากจำเป็นต้องเกิดการปะทะ รอบนี้ไทยพร้อมทุกด้านกว่าที่ผ่านมา แต่ย้ำว่า การใช้กำลังทหารจะเป็นหนทางสุดท้ายเนื่องจากก่อให้เกิดความสูญเสียตามมามหาศาล

