ดร.ปลอดประสพ ประกาศลั่นไม่เชื่อรัฐบาลอีกแล้ว ยก 4 ข้อดีแต่พูด!

อดีตรองนายกฯปลอดประสพ ประกาศไม่ขอเชื่อรัฐบาลอีกแล้ว หลังเห็นเพียงคำพูดไร้การลงมือ ยกตัวอย่างปัญหาน้ำ วาระแห่งชาติสแกมเมอร์ เชลยศึกเขมร และการแก้รัฐธรรมนูญ สรุปเปรี้ยง!ดีแต่พูดและไม่ค่อยทำ

9 พฤศจิกายน 2568 - ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก ว่าไม่ขอเชื่อรัฐบาลอีกแล้ว เรื่องที่พูด

รัฐบาลโฆษณามานานแล้วว่า“ พูดแล้วทำ” แต่ที่ผ่านมาหนึ่งเดือน ผมกลับเห็นแต่ “ดีแต่พูดและไม่ค่อยทำ” เสียมากกว่า

ผมจะขอยกตัวอย่างดังนี้

1. “เอาอยู่แน่นอน น้ำไม่ท่วม” แต่เท่าที่ผมเห็นที่หน้าบ้านผมที่นนทบุรี มันกำลังจะท่วม และที่ยังไม่ท่วมอยู่นี้ ชาวบ้านเขาก็บอกว่า เพราะผมทำไว้ตั้งแต่หลังปีน้ำท่วมใหญ่ ส่วนปีนี้ยังไม่เห็นหัวพวกท่านเลย ในขณะที่โผงเผงและบางบาล ผนังแตกท่วมไปเรียบร้อยแล้วจะแก้ตัวอย่างไรก็ว่ามา

2. วาระแห่งชาติในการปราบสแกมเมอร์ก็เหมือนกัน ลงนามเสียใหญ่โตสวยหรู ปรากฏว่า เมื่อวานซืนภรรยายังผมโดนเสียเอง กล่าวคือมีคนมาส่งของในชื่อภรรยาและขอเก็บเงินสด 699 บาท ก็แปลกใจเพราะไม่ได้สั่ง ได้เปิดกล่องดูพบว่าเป็น Video Recorder ถ้าจะให้เดาก็คือ ส่งอะไรก็ได้ตามบ้านคน ถ้ามีคนรับและจ่ายเงินก็ได้เงินไป หากไม่รับและคืนของ ก็ไม่เสียอะไร ผมจึงแจ้งตำรวจและนำคนส่งของไปโรงพักพร้อมแจ้งข้อกล่าวหาหลอกลวง ปรากฏว่าร้อยเวรบอกแจ้งแบบนี้ไม่ได้ เพราะคนส่งของอ้างว่าไม่รู้เรื่องอะไรเลย เขาให้มาส่งของก็มาส่ง ผมจึงขอถามหน่อยว่า คนส่งของน่ะมารับเงินสด ถ้าไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน บริษัทจะยอมให้มาเก็บเงินหรือ มันร่วมกันทำงานเป็นขบวนการ เฉพาะกรณีผมพบว่า มีของส่งถึง 100 ชิ้น หากทุกบ้านรับของและจ่ายเงินสดทุกรายการ ก็จะเป็นเงินถึง 69,900 บาท มันเป็นเงินไม่น้อยเลยใช่ไหม แล้วก็ไม่รู้ว่า จะมีกี่สายในการส่งของ ตำรวจไม่สงสัยแบบผมเลยหรือ ทำไมไม่สอบสวนให้ถึงต้นตอ ผมจึงให้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานก่อน และวันนี้ก็ให้ถือเป็นการร้องเรียนต่อรัฐบาลด้วยก็แล้วกัน เห็นไหม “วาระแห่งชาติ” แต่กลับหลีกเลี่ยงที่จะเอาเรื่องให้ถึงแก่น

3. นายกฯและรัฐมนตรีทางด้านความมั่นคง พูดแบบให้คำมั่นสัญญาว่า จะไม่ส่งเชลยศึกเขมร 18 คน กลับจนกว่า ฝ่ายเขมรจะปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้ง 5 ข้อของไทยให้เรียบร้อยโดยปราศจากข้อสงสัย กลับปรากฏเป็นข่าวว่า จะคืนตัวทหาร 18 คน ที่ด่านคลองลึก จันทบุรี ในวันที่ 12 พย.นี้ และอาจแถมการทำฟันให้อีกด้วยครั้นถามรัฐมนตรีต่างประเทศ คำตอบก็ดูเนือยๆ ฟังเหมือนจะยอมรับ ส่วนรัฐมนตรีกลาโหมก็ยังลังเลพยายามใช้คำว่า“ถ้า” อยู่หลายที่ ดังนั้น ที่เคยสาบานว่าจะไม่เปิดด่านนั้น ผมไม่เชื่อ แต่เชื่อว่าจะมีการเดินขบวนคัดค้านแน่

4. การแก้รัฐธรรมนูญ พวกผมได้สรุปกันเรียบร้อยแล้วว่า พรรคร่วมรัฐบาลจะไม่ทำอย่างพูดแน่นอน รายการนี้จึงเป็นแค่การแหกตาเด็ก จึงขอยุกลุ่มหนุ่มสาวหัวใจมั่นคง 4-5 คน หันมาจับมือกับเพื่อไทย เจี๋ยนรัฐบาลแบบเจี๋ยนปลาจาระเม็ดเสียเลย เก็บไว้เดี๋ยวก็ไปหลอกคนอื่นให้อกหักอีก.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ขอบคุณคนไทยมั่นใจนโยบายรัฐบาล ส่งผล S&P คงอันดับ BBB+

นายกฯ ขอบคุณคนไทยมั่นใจนโยบายรัฐบาล ส่งผล S&P ประกาศคงอันดับความน่าเชื่อถือประเทศ ชี้สะท้อนความมั่นใจนานาชาติ พร้อมมาลงทุน-ท่องเที่ยว

ไทยโพสต์เปิดช่อง ‘เจาะการเมือง’ รู้ลึกทุกความเคลื่อนไหว

ไทยโพสต์เปิดช่อง “ไทยโพสต์เจาะการเมือง” อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นอีกช่องทางในการติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหวทางการเมือง และประเด็นสำคัญที่อยู่ในความสนใจของสังคมจากทีมข่าวไทยโพสต์

'มัลลิกา' เตือนรัฐบาลมาตรการประหยัดไฟ กระทบผู้ขับขี่ช่วงเวลากลางคืน

“มัลลิกา ”เตือนรัฐบาล มาตรการประหยัดไฟกระทบผู้สูงวัยขับรถช่วงกลางคืน - รถทัวร์ที่แบกความรับผิดชอบชีวิตผู้โดยสาร เสนอหาทางออกร่วมกันกับกรุงเทพฯก่อนจะได้ผู้ว่าใหม่ เพราะ 1 เดือนอันตรายหากปิดไฟหลายจุด พร้อมชู “นโยบายส่องสว่างปลอดภัย 24 ชั่วโมง”

สรุปยอด 2 วัน แห่ลงทะเบียน 'ไทยช่วยไทย พลัส' ทะลุ 25 ล้านสิทธิ

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังรัฐบาลเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม

โฆษกรัฐบาล ประมวลผลภารกิจนายกฯเยือนฝรั่งเศส

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การเดินทางเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ ระหว่างวันที่ 22-26 พ.ค. 2569 ไม่ใช่เพียงการเยือน แต่เป็น "working visit" ที่มีเป้าหมายชัดเจนในการปักหมุดประเทศไทยในยุโรป เปิดประตูโอกาสด้านการค้า การลงทุน พลังงาน วัฒนธรรม การศึกษา ความมั่นคง และความร่วมมือระยะยาวกับฝรั่งเศสและภูมิภาคยุโรป

แถลงมติครม. เห็นชอบ 'ไทยช่วยไทยพลัส' อุ้ม 43 ล้านคน วงเงิน 1.7 แสนล้าน รับมือวิกฤตซ้อนวิกฤต

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง พร้อมทั้งนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง และนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกันแถลงข่าวโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส ฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน” ภายหลังผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)