16 กรกฎาคม 2569 - น.ส.รสนา โตสิตระกูล ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค และอดีตสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า นายกฯอนุทินหยุดบริหารบ้านเมืองแบบชิวๆท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวน เข้าข่ายสมรู้ร่วมคิดร่วมกับทุนพลังงาน ในการเอาเปรียบผู้บริโภค ใช่หรือไม่ ?
สหรัฐอเมริกากลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรืออิหร่านอีกครั้ง ทำให้น้ำมันดิบดูไบวันที่ 15 ก.ค.ปรับขึ้นราคาเป็น 79.29 เหรียญต่อบาร์เรล ทำให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปตลาดสิงคโปร์เพิ่มสูงขึ้นอีกแล้วทั้งเบนซิน ดีเซล
รัฐบาลใช้กองทุนน้ำมันชดเชยเมื่อวันที่ 15 กค.2569 เพิ่มให้น้ำมันผสมทุกตัวทั้งเบนซินและดีเซล ยกเว้นเบนซิน95 ที่เป็นน้ำมันชนิดเดียวที่ส่งเงินเข้ากองทุน 5.77 บาท/ลิตร โดยไม่มีการชดเชย น้ำมันดีเซล บี 7 ชดเชยเพิ่มเป็น 7.32 บาท/ลิตร ดีเซลบี 20 ชดเชยเพิ่มเป็น 12.05 บาท/ลิตร การชดเชยจะเพิ่มขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ ในสถานการณ์ที่ความผันผวน ความไม่แน่นอนยังคงอยู่
การเอากองทุนน้ำมันชดเชยเพิ่มขึ้นทุกวัน ในขณะที่ดึงเงินจากโรงกลั่นมาลดราคาดีเซล บี7 บี20 อย่างละ 1.40 บาทต่อลิตร แต่เอากองทุนมาชดเชยเพิ่มทุกวัน ตามสถานการณ์น้ำมันที่ปรับขึ้น เป็นการเพิ่มหนี้ให้ประชาชน
จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดการสร้างหนี้ประชาชน โดยจัดการแก้ปัญหาวิธีที่ถูกต้องเสียใหม่ดังนี้
1)นายกฯอนุทินโปรดสั่งการรัฐมนตรีเอกนิติ นิติทัณฑ์ประพาศ ลดภาษีสรรพสามิตลงไป ตามตัวเลขที่กองทุนน้ำมันต้องจ่ายชดเชย และควรยกเลิกน้ำมันผสมชนิดที่ต้องชดเชยสูงเกินกว่าภาษีสรรพสามิตที่เก็บ เช่น แก๊สโซฮอล์ อี 20 อี 85 ที่ต้องชดเชย ลิตรละ5.51 บาท และ 5.21 บาท ดีเซล บี20 ที่ ต้องชดเชยถึงลิตรละ 12.05 บาท เพื่อไม่เป็นการเอาน้ำมันชีวภาพที่แพงมาผสม นอกจากช่วยให้โรงกลั่นได้ขายน้ำมันแพงในภาวะที่ประชาชนเดือดร้อน และเป็นการสร้างหนี้เพิ่มในกองทุนน้ำมัน ซึ่งคือเพิ่มหนี้ให้ประชาชนอีก
2)นายกฯอนุทิน โปรดสั่งการ รมว.เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ กำหนดเพดานค่าการกลั่นทันที เพราะตลาดโลกผันผวนทำให้โรงกลั่นได้กำไรส่วนเกินเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ที่ทำให้ราคาน้ำมันแพง การใช้กองทุนน้ำมันชดเชยยิ่งทำให้ประชาชนถูกขูดรีด ถูกเอาเปรียบมากขึ้น และไม่ใช่การแก้ปัญหาน้ำมันแพงที่ถูกต้อง
ควรดึงกำไรส่วนเกินจากโรงกลั่นมาลดราคาน้ำมันแพง จะเป็นวิธีที่ถูกต้อง ไม่ปล่อยให้โรงกลั่นมีกำไรเกินสมควร ปัจจุบันตัวเลขกำไรส่วนเกินของโรงกลั่นที่เกินจากกำไรปกติสูงถึง 132,925 ล้านบาท ในเวลา 137 วัน ตั้งแต่ 1 มีนาคม- 15 กรกฎาคม 2569 เฉลี่ยวันละ 970.26 ล้านบาท
การล่าช้าในการกำหนดเพดานค่าการกลั่นคือการเปิดโอกาสให้โรงกลั่นมีกำไรเกินไปทุกวัน เป็นการผูกขาดเอาเปรียบผู้บริโภค
ขอให้นายกฯอนุทินดูรัฐบาลเกาหลีใต้เป็นตัวอย่าง ที่รัฐบาลสั่งการอัยการเกาหลีใต้ฟ้อง 4 บริษัทโรงกลั่นยักษ์ใหญ่ข้อหาร่วมกันฮั้วราคา ทำให้เสียหายกว่า 5.65 แสนล้านบาท หลังเกิดเหตุความขัดแย้งในอิหร่าน สะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลในการกวาดล้างพฤติกรรมเอาเปรียบผู้บริโภคในตลาดพลังงานอย่างจริงจัง
รัฐบาลอนุทินหากยังบริหารบ้านเมืองในสถานการณ์โลกที่ผันผวนแบบชิวๆเช่นนี้ต่อไป โดยไม่กำกับโรงกลั่น ไม่ดึงกำไรส่วนเกินมาลดราคาน้ำมัน และยังไม่ยอมลดภาษีมหาโหดลงไปบ้าง ควรถือว่ารัฐบาลนี้มีพฤติกรรมสมรู้ร่วมคิด และร่วมกับทุนพลังงาน ในการขูดรีดเอาเปรียบผู้บริโภค ใช่หรือไม่??!!
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เอกนัฏ' ฟุ้งไอเดียนำเงินโรงกลั่น-กองทุนคุมราคาน้ำมัน
'เอกนัฏ' ยันใช้กลไกนำเงินโรงกลั่น-กองทุน มาคุมราคาน้ำมันในประเทศ ไม่ให้ขึ้นแรงตามตลาดโลก ให้ความมั่นใจน้ำมันสำรองไม่ขาด
อดีตอาจารย์พยาบาล จวกรัฐบาลเดินหน้าโครงการ 'อาสาพยาบาล' หวังประโยชน์ทางการเมือง
อดีตอาจารย์พยาบาล จวกรัฐบาลดันโครงการอาสาพยาบาลชุมชน ทำไมไม่เอาเงินส่วนนี้ไปแก้หนี้ รพ.ขอนแก่นและอีกหลาย รพ.ที่ประสบปัญหา หรือใช้ในการพัฒนาศักยภาพสถาบันการศึกษาด้านการพยาบาลเดิมที่มีอยู่แล้ว หรือการบรรจุพยาบาลเดิมที่มีอยู่ให้ครบเสียก่อน เพราะบางคนยังเป็นลูกจ้างรายวันอยู่เลย
ไม่เชื่อน้ำยารัฐบาลหนู ปราบปรามยาเสพติด!
งามหน้า! คนไทยส่วนใหญ่ไม่เชื่อน้ำยารัฐบาลอนุทินปราบยาเสพติดได้
หนูโปรยยาหอม ทำ งานถวายหัว ป้องนํ้าท่วม‘ใต้’
นายกฯ นำทัพลงสงขลา ลั่นมาด้วยความกลัวทำไม่ได้ ยกตัวเองเป็นจำเลยที่หนึ่ง บอกไม่เคยทอดทิ้ง เร่งซ่อมคลอง ร.1 เสร็จก่อนสิ้นปี ยาหอมพร้อมทำงานถวายหัว “ภราดร”
'อนุทิน' บอกชาวสงขลา ด่าได้เลยไม่มีปัญหา ลั่นทำงานถวายหัว ขอ สส.ยกจังหวัด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่พบปะประชาชน โดยนายกฯ กล่าวว่า เมื่อเช้าไปเปิดถนนเชื่อมด่านศุลกากรสะเดา จ.สงขลาแห่งใหม่ กับด่านบูกิตกายูฮิตัม รัฐเกดะฮ์ ของมาเลเซีย

