พระราชินี ทรงแข่งเรือใบรอบชิงชนะเลิศ ทำให้เรือวายุมีคะแนนดีที่สุดในการแข่งขัน

6 ธันวาคม 2568 - เวลา 10.25 น. สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงร่วมการแข่งขันเรือใบ นานาชาติ ชิงถ้วยพระราชทาน “ภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า” ครั้งที่ 37 ประจำปี 2568 ในทีมเรือใบวายุ รุ่น ไออาร์ซี ซีโร (IRC Zero) หมายเลขใบเรือ THA72 โดยในวันนี้เป็นการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ โดยทรงทำหน้าเป็นเนวิเกเตอร์ หรือนักกลยุทธ์ของเรือ ด้วยทรงมีพระปรีชาสามารถด้านการบินจึงทรงทำให้สามารถคำนวณทิศทางลมอันแปรเปลี่ยนในทะเลได้อย่างแม่นยำ เพราะ หัวใจสำคัญของการแข่งขันกีฬาเรือใบ คือ ต้องใช้ลม เพื่อดันใบเรือให้แล่นไปในทิศทางที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

ด้วยพระปรีชาสามารถ และพระวิริยะอุตสาหะ อีกทั้งยังทรงเป็นมิ่งขวัญและกำลังใจของสมาชิกบนเรือทุกคน จึงทำให้ เรือวายุเข้าเส้นชัยเป็นที่ 1 ในเรซที่ 8 รวมการแข่งขัน 8 เรซ ทีมวายุมีคะแนนรวมเป็นอันดับที่ 2

ทั้งนี้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงเข้าร่วมการแข่งขันเรือใบนานาชาติชิงถ้วยพระราชทาน “ภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า” ครั้งที่ 37 ประจำปี 2568 นับเป็นเกียรติประวัติอันสำคัญยิ่ง เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงพระราชปณิธาน ที่ทรงสืบสานกีฬาเรือใบของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับชาติ และระดับนานาชาติ ซึ่งกีฬาเรือใบถือเป็นกีฬาระดับสากล ที่ทรงส่งเสริมและสร้างแรงบันดาลใจแก่นักกีฬาเรือใบรุ่นใหม่ โดยเฉพาะเยาวชนให้ได้ฝึกฝนทักษะ และพัฒนาต่อยอดการเล่นเรือใบสู่การแข่งขันในระดับสากลที่จะทำให้กีฬาเรือใบมีความเจริญก้าวหน้าต่อไป

ในปีนี้มีนักแข่งขันเรือใบจากทั่วทุกมุมโลก และเข้าร่วมการแข่งขันเป็นจำนวนมาก ประกอบด้วยเรือใหญ่ เรือเล็ก และเรือคนพิการ จำนวนรวม 120 ลำ และมีผู้เข้าร่วมการแข่งขัน จำนวนกว่า 365 คน จากประเทศต่าง ๆ อาทิ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น สวีเดน เบลเยี่ยม จีน เยอรมนี สิงคโปร์ มาเลเซีย ฝรั่งเศส เป็นต้น

เมื่อจบการแข่งขัน สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ประทับเรือพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับมายังชายหาดกะตะ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับรอ ณ ที่นั้น ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับคณะนักกีฬาเรือใบ THA72 และคณะทำงานภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ เยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินพระที่นั่ง ถึงยังท่าอากาศยานนานาชาติโหน่ยบ่าย (Noi Bai International Airport) กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยทรงทำการบินด้วยตนเอง ถือเป็นการเริ่มต้นการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งพระราชินี ทรงดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแต่งตั้งสภานายิกาสภากาชาดไทย ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า ตั้งแต่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทย

ทรงช่วยชาวเนปาล

"ในหลวง-พระราชินี" พระราชทานสิ่งของช่วยเหลือชาวเนปาลในเหตุการณ์อุทกภัยฉับพลันและดินถล่มรุนแรง ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต ผู้สูญหาย และผู้ไร้ที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก โดยกองทัพอากาศดำเนินการจัดส่ง

ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด

ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด” โอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ ในมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพ ฯ

ในหลวง พระราชินี พระราชทานสิ่งของบรรเทาทุกข์ชาวเนปาลประสบภัยพิบัติครั้งใหญ่

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ นายธัน พหาทุร โอลิ (Mr. Dhan Bahadur Oli) เอกอัครราชทูตเนปาลประจำประเทศไทย ณ โรงเก็บอากาศยาน กองบิน 6 กองบัญชาการกองทัพอากาศ

ในหลวง-พระราชินี ทรงเป็นองค์ประธานงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน มีพระราชดำรัสให้สร้างชุมชนเข้มแข็งพ้นยาเสพติด

ในหลวง-พระราชินี ทรงเป็นองค์ประธานงานมหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน ปี 69 ทรงมีพระราชดำรัสให้สร้างความเข้มแข็งชุมชนพ้นยาเสพติดที่บ่อนทำลายประเทศ ขอให้ร่วมกันสืบสานพระราชปณิธาน“พระพันปีหลวง”