ยืดเยื้อ! หลังที่ประชุมร่วมรัฐสภา มีเสียงห่างไม่เกิน 30 จนต้องนับใหม่แบบขานชื่อ! "ณัฐพงษ์" ขอตัดอำนาจเสียง สว. 1 ใน 3 ชี้ หากไม่เห็นด้วย คงยอมให้ไปถึงวาระ 3 ไม่ได้ เรียกร้องนายกฯ ต้องยุบสภา ซัด ที่ผ่านมามีความจริงใจจริงหรือไม่
11 ธันวาคม 2568 - เวลา 19.10 น. ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 2 (สมัยวิสามัญ) เป็นพิเศษ วาระร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ ...พุทธศักราช .... ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 เมื่อพิจารณาถึงมาตรา 256/28 เรื่องคงเสียง สว. 1 ใน 3 ในการโหวตแก้รัฐธรรมนูญ
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนได้ร่วมอภิปรายว่า ตนเองขออภิปรายถึงเพื่อนบางส่วน โดยเฉพาะเพื่อนสมาชิกของพรรคภูมิใจไทย ตามที่ได้ฟังการสะท้อนความคิดเห็นของนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ที่เปิดประเด็นเอาไว้ ถึงกระบวนการจะธรรมนูญฉบับใหม่ ว่าเป็นรัฐธรรมนูญแบบที่เพ้อฝัน กับรัฐธรรมนูญที่สามารถทำได้จริง พวกเราเดินมาถึงกระบวนการในมาตรา 256 / 28 ในการคงไว้ซึ่งเสียง สว. 1 ใน 3 ว่าจะมีส่วนในการเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ พวกเราทราบดีว่าในเรื่องการแก้ไขที่เป็นจริงนั้นการตัดสิน สว. 1 ใน 3 ออก จะเป็นเงื่อนไขที่สำคัญ ทุกคนทราบดี รวมถึงพรรคประชาชนเอง ได้ทำเอ็มโอเอกับพรรคภูมิใจไทย เพราะพวกเราเองเชื่อว่า ท่านเองน่าจะมีพลังในการโน้มน้าวสมาชิกวุฒิสภาบางส่วน ให้เห็นชอบกับการจัดทำธรรมนูญฉบับใหม่ได้ ดังที่เราเห็นผลสำเร็จมาแล้วในชั้นวาระที่หนึ่ง ที่ต้องอาศัยสิน สว. 1 ใน 3 เช่นเดียวกัน
ดังนั้น เรื่องข้อถกเถียงระหว่างรัฐธรรมนูญฉบับเพ้อฝันที่ต้องทำให้เป็นจริงได้นั้น ตนเองคิดว่าเราเห็นตรงกัน เราพยายามทำขบวนการที่เป็นจริงที่สุด ทำอย่างไรที่จะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่มีความยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด มีความเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด ภายใต้ข้อจำกัดที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า นายกรวีร์ ได้พูดไว้ว่าพรรคภูมิใจไทย รักษาคำพูด พูดแล้วทำ ตนเองเห็นด้วยในกระบวนการที่ผ่านมา ก็ต้องยอมรับว่ากระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามเอ็มโอเอนั้น ท่านก็มีส่วนสำคัญในการช่วยผลักดัน และประคับประคอง แต่สิ่งหนึ่งที่การลงมติในวันนี้ที่เป็นจุดสำคัญคำว่าพูด และความพยายามอย่างเต็มที่ในการทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นจริงนั้น เชื่อได้หรือไม่ ตนเองได้ฟังการให้เหตุผลของเพื่อนสมาชิกว่า หากตัดเสียง สว. 1 ใน 3 ออกอาจจะทำให้กระบวนการในวาระ 3 ไม่เป็นความจริง ก็เลยเป็นเหตุผลที่เพื่อนสมาชิกบางส่วน โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยจะให้ว่า ไม่งั้นจะเดินต่อไม่ได้ ตนเองจึงขอตั้งคำถามแบบนี้ว่า ถ้าในส่วนของพรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทยในส่วนของพรรคฝ่ายค้าน พวกเราไม่สามารถที่จะยอมรับได้ ถ้าในกระบวนการจะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นยังคง สว. 1 ใน 3 ไว้ ถ้าวันนี้เสียงโหวตส่วนใหญ่ในรัฐสภา กลับร่างของกรรมาธิการเสียงข้างมาก โดยไปดึงเอาเสียง สว. 1 ใน 3 กลับมา พวกตนเองไม่สามารถยอมรับให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ เดินเข้าสู่วาระที่ 3 ได้จริง ๆ หนีไม่พ้นเป็นอย่างอื่น ถ้าผลโหวตในมาตรานี้กลับมติของรัฐบาล กลับร่างของกรรมาธิการเสียงข้างมาก จริง ๆ ในฐานะฝ่ายค้านเสียงข้างมาก ตนเองต้องร้องขอให้นายกรัฐมนตรี ยุบสภา
ดังนั้น วันนี้เราจะฟังแต่เงื่อนไขของสมาชิกวุฒิสภาไม่ได้ อยากให้พิจารณาชั่งน้ำหนักดี ๆ ข้อตกลงตามเอ็มโอเอ คำพูดที่บอกว่าพร้อมผลักดันเต็มที่ พูดแล้วทำ เงื่อนไขของพวกเราพรรคฝ่ายค้าน ยอมรับไม่ได้กับเสียง สว. 1 ใน 3 จริงๆ ดังนั้น มีตัวเลือกอะไรในวันนี้ พรรคภูมิใจไทย ถ้าลงมติเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือแม้แต่อย่างน้อยงดออกเสียงเพื่อทำให้มาตรา 256 / 28 ผ่านวาระสองไปก่อน ยังพอมีเวลาช่วยกันทำงาน ตนเองก็ช่วยกันทำงานโน้มน้าวสมาชิกวุฒิสภาอีกหลายส่วนให้เห็นชอบในวาระที่สาม แต่ถ้าวันนี้จะด้วยเหตุผลอื่นใดก็ตาม ถ้าออกมาประกาศเงื่อนไขว่าเรายอมรับไม่ได้ แล้ว หากยืนยันว่าจะเอากลับมาอีก ตนเองก็เชื่อไม่ได้จริง ๆ ว่าท่านอยากให้กระบวนการการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ เราทำงานหน้าบ้าน หลังบ้าน ด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน ในข้อตกลงของเอ็มโอเอ แต่ในส่วนการโหวตวันนี้ ทั้งที่มีมติมีรัฐบาลออกมาแล้ว มีมติกรรมาธิการเสียงข้างมากออกมาแบบนี้แล้วนั้น แล้วอยู่ดี ๆ จะมีการกลับโหวตแบบนี้ในสภา ตนเองก็ไม่สามารถยอมรับให้ เข้าสู่วาระที่สามได้จริงๆ
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า การเสนอญัตติเพื่อขอให้มีการจัดทำประชามติครั้งที่หนึ่ง อย่างน้อย ๆ ผลโหวตนี้จะเป็นอย่างไรก็ตาม จะเข้าสู่ในวาระสามได้หรือไม่ก็ตาม แต่อย่างน้อยการทำประชามติครั้งที่หนึ่ง ก็ควรเดินหน้าไปพร้อมกับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้
ต่อมา เวลา 19.35 น. ที่ประชุมมีมติไม่เห็นชอบกับการแก้ไขของกรรมาธิการฯ เสียงข้างมาก ในมาตรา 256/28 จากจำนวนสมาชิก 606 เสียง ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 290 เสียง คะแนน เสียงไม่เห็นชอบ 312 เสียง งดออกเสียง 6 เสียง
แต่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เสนอให้นับคะแนนใหม่ตามข้อบังคับที่ 58 เนื่องจากคะแนนห่างกันไม่เกิน 30 คะแนน ซึ่งในการนับคะแนนครั้งใหม่ต้องใช้วิธีการขานชื่อเป็นรายบุคคล
ทำให้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุมในขณะนั้น ระบุว่า การนับคะแนนแบบขานชื่ออาจใช้เวลาไม่น้อย แต่ในเมื่อมีผู้เสนอ และมีผู้รับรองถูกต้อง จึงขอให้ทั้ง 3 ฝ่าย คือฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และ สว. ส่งตัวแทนเป็นคณะกรรมการตรวจนับคะแนนฝ่ายละ 2 คน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ศิริกัญญา' จับตางบปี 70 มีโครงการ TH-AI Passport เฟส 2 วงเงิน 900 ล้าน ชี้ลงทุนสูงลิ่วแต่กรรมสิทธิ์ไม่ได้เป็นของรัฐ
'ศิริกัญญา' ห่วง 'รัฐบาล' ปิดงบปี 69 ทำหลายหน่วยงานต้องตกเบิกงบปี 70 หลังตั้งเป้าโอนงบ 8 หมื่นล้าน แต่ทำได้จริงแค่ 1.03 หมื่นล้านบาท ชวนจับตางบปี 70 เอื้อประโยชน์พวกพ้องสีน้ำเงินหรือไม่ หวั่น TH-AI Passport เฟส 2 เสี่ยงซ้ำซ้อน ลงทุนสูง แต่ไม่ได้กรรมสิทธิ์แพลตฟอร์ม
เอาแล้ว! 'ศิริกัญญา' จี้ 'ภาวุธ' แจงปม Forex ยันพรรคตั้งสอบข้อเท็จจริงแล้ว
'ศิริกัญญา' เรียกร้อง 'ภาวุธ' ออกมาชี้แจงต่อสังคมเท่าที่ไม่กระทบรูปคดี หลังถูกโยงคดี Forex ยืนยันพรรคประชาชนไม่นิ่งนอนใจ
นายกฯ ปัดตอบมั่นใจอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่ บอกทำให้ดีที่สุด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประเมินผลงานรัฐมนตรีสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ได้แจ้งในที่ประชุมครม.หรือไม่ว่า ไม่ได้บอก มันเป็นสิทธิของตน ถ้าจะทำก็ทำเลย ไม่ได้หมายถึงอะไรทั้งนั้น ความแตกต่างของการเป็นนายกฯก็ตรงนี้แหละ
'เรืองไกร' ยื่นร้องยุบพรรคประชาชน จี้ กกต. สอบเส้นเงินบริจาคโยงขบวนการ Forex
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)และนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขอให้ตรวจสอบบัญชีพรรคประชาชนและเงินบริจาคที่เกี่ยวข้องกับ Forex โดยมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับใบเสร็จรับเงินบริจาค การหักค่าธรรมเนียม และความโปร่งใสของแหล่งเงินทุน โดยเฉพาะเงินที่มาจากบริษัท เพย์โซลูชั่น
'รุทธพล' ย้ำ DSI เปิดชื่อ 'ภาวุธ' เอี่ยวคดี Forex ปัดดิสเครดิตการเมือง
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการเปิดชื่อ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรา
'บิ๊กส้ม' ชวนคิด! ไทยเป็นประเทศ 'รายได้ปานกลาง' ครบ 50 ปีแล้ว
นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.) โพสต์ข้อความเรื่อง ไทยเป็นประเทศ 'รายได้ปานกลาง' ครบ 50 ปีแล้ว

