เลขาธิการคณะก้าวหน้า ยอมรับเสียใจ กระบวนการแก้รัฐธรรมนูญล้มเหลว ชี้เป็นการ “ทดลอง” ภายใต้ข้อจำกัดในระบบการเมือง มองฉากต่อไปคือประชามติพร้อมเลือกตั้ง เดิมพันเสียงประชาชน 70-80% เพื่อเปิดทางรัฐธรรมนูญใหม่
15 ธันวาคม 2568 - พรรคประชาชน (ปชน.) จัดกิจกรรม “ปิกนิกพรรคประชาชนพบประชาชน” ที่สนามหญ้า มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร เมื่อวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา
ภายในงาน นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ และหนึ่งในผู้นำทางความคิดของพรรคประชาชน ตอบคำถามถึงความคาดหวังต่อการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยยอมรับว่า เป็นหนึ่งในคนที่รู้สึกเสียใจมากกับผลลัพธ์ที่กระบวนการแก้รัฐธรรมนูญไม่ผ่านในรอบนี้
นายปิยบุตร ระบุว่า หลายคนอาจตั้งคำถามว่าทำไปทำไม ทั้งที่รู้ว่าอาจไม่สำเร็จ หรือสุดท้ายอาจถูกเบี้ยวอยู่ดี แต่ยืนยันว่าจำเป็นต้องมองย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นของพรรคการเมืองในตระกูลนี้
เขากล่าวว่า พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล และพรรคประชาชน มีจุดร่วมสำคัญคือ การก่อตั้งขึ้นมาเพื่อจัดการกับรัฐธรรมนูญปี 2560 หากไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็อาจไม่มีพรรคเหล่านี้เกิดขึ้น
เหตุผลของการตั้งพรรค คือการพยายามใช้กลไกการเมืองในระบบ ใช้พรรคการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง ค่อยๆ เปลี่ยนรัฐธรรมนูญที่แก้ไขได้ยากมาก ให้เกิดการขยับทีละขั้น
นายปิยบุตร ย้อนให้เห็นภาพว่า ในสมัยพรรคอนาคตใหม่ มี สส. 81 เสียง ไม่เพียงพอจะเสนอร่างแก้รัฐธรรมนูญเอง ต้องหาวิธีอื่น เมื่อมาถึงพรรคก้าวไกล เสียงมากขึ้นจนสามารถยื่นร่างเองได้ แต่ตลอดที่ผ่านมา ร่างแก้ไขก็ไม่เคยผ่าน ยกเว้นการแก้เรื่องระบบเลือกตั้งเพียงครั้งเดียว
เขามองว่า รอบนี้จึงเป็นโอกาสที่ต้องชั่งน้ำหนัก ระหว่างการไม่ทำอะไรเลยกับการลองเดินหน้า แม้โอกาสจะน้อยก็ตาม โดยหวังอย่างน้อยให้ได้คำถามประชามติคำถามที่หนึ่ง หรืออาจได้ร่างแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อเปิดทางคำถามสองข้อพร้อมกันในอนาคต
เป้าหมายคือ ให้การแก้รัฐธรรมนูญในขั้นถัดไป ไม่ต้องพึ่งพาสมาชิกวุฒิสภาอีก แต่สุดท้ายความพยายามก็ไม่สำเร็จ ทั้งที่ใกล้เส้นชัยแล้ว ทำให้รู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง
นายปิยบุตร อธิบายต่อว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นฉบับที่แก้ยากมาก หลายคนเชื่อว่าภายใต้ระบบนี้แทบเป็นไปไม่ได้ เพราะต้องหาเสียงสนับสนุนจาก สว. อย่างน้อย 67 เสียง ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญ
เขาเล่าว่า ในสังคมมีสองกลุ่มใหญ่ กลุ่มหนึ่งต้องการแก้รัฐธรรมนูญ อีกกลุ่มไม่ต้องการ และแสดงออกผ่านการโหวต องค์กรอิสระ หรือกระบวนการทางกฎหมายต่างๆ โดยฝ่ายที่ไม่อยากแก้มีเป้าหมายชัดเจนคือทำให้แก้ไม่ได้
ขณะที่ฝ่ายที่อยากแก้ ก็แบ่งเป็นสองแนวคิด แนวคิดหนึ่งคือ หากตอนนี้ทำไม่ได้ ก็ขอเริ่มจากคำถามประชามติ อีกแนวคิดคือ ใช้โอกาสจาก MOA ที่พอมีอำนาจต่อรองเล็กน้อย ลองผลักดันให้ไปให้สุดสักครั้ง
“เราประเมินกันแล้ว ตัดสินใจกันแล้วว่า เอาวะ ลองสักนิดหนึ่ง” นายปิยบุตร กล่าว พร้อมยอมรับว่าอาจไม่ถูกใจทุกคน แต่การทดลองครั้งนี้ทำให้เห็นผลลัพธ์ชัดเจนว่าไม่สำเร็จ
เขาระบุว่า หากไม่เริ่มทดลองเลย ก็จะไม่ได้แน่นอน แต่เมื่อเริ่มแล้ว แม้ผลออกมาว่าไม่ได้ อย่างน้อยก็เป็นคำตอบ และยังสามารถเดินหน้าผลักดันคำถามประชามติคำถามแรกต่อไป
นายปิยบุตร เปิดเผยด้วยว่า เหตุผลที่อยากได้คำถามที่สอง เพราะแม้ประชามติคำถามแรกจะผ่าน ก็ยังต้องกลับไปแก้ในรัฐสภา และต้องขอเสียง สว. อีกอย่างน้อย 67 คนอยู่ดี จึงมีความคิดว่าจะลองคุยให้จบในรอบเดียว แต่สุดท้ายไม่สำเร็จ
เมื่อไม่ได้ ก็ต้องกลับมาเริ่มต้นที่คำถามแรก และเตรียมรณรงค์กดดันกันต่อในอนาคต
สำหรับฉากทัศน์ต่อไป นายปิยบุตร มองว่า ความหวังยังมี แต่ต้องเดินทีละขั้น โดยเสนอให้วันประชามติไปตรงกับวันเลือกตั้ง เพื่อลดภาระงบประมาณ และทำให้การรณรงค์ครั้งเดียวครอบคลุมทั้งการเลือกรัฐบาลและการแก้รัฐธรรมนูญ
เขาชี้ว่า นี่คือเกมที่เสี่ยงมาก เพราะรัฐธรรมนูญปี 2560 เคยผ่านประชามติมาแล้ว หากประชามติใหม่ฝ่ายที่อยากแก้แพ้อีกครั้ง จะทำให้ฉบับนี้แข็งแรงขึ้นและแก้ยากกว่าเดิม
ดังนั้นจึงต้องการฉันทามติจากประชาชนในระดับสูงถึง 70–80% เพื่อสร้างแรงกดดันทางการเมืองอย่างแท้จริง
“ถ้าได้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ขั้นตอนต่อไปคือกลับมาทำร่างรัฐธรรมนูญ และกดดัน สว. ให้ปล่อยเสียงออกมา” นายปิยบุตร กล่าว พร้อมย้ำว่า แม้การทดลองครั้งนี้จะล้มเหลว แต่ขั้นต่อไปคือการเดินหน้าสู่ประชามติพร้อมการเลือกตั้ง สส. เพื่อกำหนดทิศทางรัฐบาลและอนาคตรัฐธรรมนูญต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
8ก.พ.ประชามติรธน. ผ่าน-ไม่ผ่าน สัมพันธ์คะแนนพรรค?
วันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. นอกจากจะเป็นวันเลือกตั้งแล้ว วันดังกล่าวยังเป็น เดิมพันอนาคตรัฐธรรมนูญ ที่เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เพราะนอกจากประชาชนจะได้บัตรสีเขียว เลือก สส.เขต และบัตรสีชมพู เลือก สส.ปาร์ตี้ลิสต์ วันเดียวกัน ยังได้บัตรสีเหลือง เพื่อออกเสียงประชามติ กับคำถามที่ว่า
'พรรคส้ม' จ่อฟ้องกกต.ชื่อผู้สมัครสส.หลุดเลือกตั้งล่วงหน้า
ผู้สมัครสส.ภูเก็ต เขต 2 พรรคประชาชน โวยเอกสาร แสดงตัวผู้สมัคร ไม่ปรากฏ ในหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้า เขตห้วยขวางกรุงเทพฯ พรรคเตรียมเอาผิดกกต.
สปิริตการเมือง 'ดร.เจษฎ์' ทักทาย 'พิธา' ชี้คิดไม่เหมือนกันได้แต่อย่าทำบ้านเมืองแตกแยก
“ดร.เจษฎ์" ทักทาย "พิธา" ชี้ ทุกฝ่ายควรมองบวก รักชาติร่วมกัน-อย่าทำบ้านเมืองแตกแยก พร้อมชม FC ส้มน่ารัก
โวยยับโดนปั่นเฟกนิวส์ถล่ม วอนชาวส้มหยุดวิชามาร
“โฟล์ค-รักชาติ” แฉขบวนการปั่นเฟกนิวส์ ตัดต่อภาพพรรครักชาติ เบอร์ 35 แต่สวมเบอร์ 46 วอน ‘พรรคประชาชน’ หยุดวิชามาร สู้กันด้วยนโยบาย
ชาวบ้านเสียดายพลาดโอกาส 'ออกเสียงประชามติ'
บรรยากาศล่วงหน้าประชาชนทยอยใช้สิทธิ์เลือกตั้ง สส.นอกเขตและในเขต ผิดหวังหลังทราบว่าไม่สามารถออกเสียงประชามติล่วงหน้าได้ เนื่องจากไม่ได้ลงทะเบียน
เพลงชาติไทย พรรคส้ม และวันที่ขออำนาจจากประชาชน
การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 คือวันที่ประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่า ใครจะได้อำนาจเข้าไปทำหน้าที่บริหารประเทศ ภาพ นโยบาย และท่าทีของแกนนำพรรคการเมืองตลอดช่วงที่ผ่านมา จึงถูกจับตามองอย่างละเอียด เพราะทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของการขอความไว้วางใจจากสังคม

