ข้องใจ 'แกนนำภูมิใจไทย' คิดไม่เหมือนกัน 'ความเป็นเอกภาพ' หรือ 'แบ่งหน้ากันเล่น'

19 ม.ค.2569-นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมเนื้อหาในหัวข้อ “แกนนำภูมิใจไทย ทำไมคิดไม่เหมือนกัน” เนื้อหาระบุ

ช่วงนี้ถ้าใครได้ติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมือง หรือการแสดงจุดยืนทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย จะเห็นได้ว่า แกนนำของพรรคภูมิใจไทย 3 ท่าน คือ 1.นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย 2.นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย 3.นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ทั้ง 3 ท่านได้แสดงจุดยืน แสดงท่าทีต่อปัญหาที่สังคมตั้งคำถามว่า พรรคภูมิใจไทยมีจุดยืนต่อเรื่องเหล่านี้อย่างไร เช่น

1.กรณีจุดยืนเกี่ยวกับกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร หรืออินเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ หรือบ่อนคาสิโน ในช่วงที่รัฐบาลของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้ผลักดันกฎหมายอินเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ หรือบ่อนคาสิโน นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในตอนนั้น และในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้สนับสนุนกฎหมายอินเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ หรือบ่อนคาสิโนอย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย คัดค้านและประกาศกลางที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า ไม่สนับสนุนกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร หรืออินเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์อย่างเด็ดขาด

2.กรณีที่มีการดีเบตของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองต่างๆ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นตัวแทนของพรรคภูมิใจไทย เมื่อผู้ดำเนินรายการได้สอบถามเรื่องจุดยืน และแนวทางการแก้ไขปัญหาMOU43และMOU44 ซึ่งนายสีหศักดิ์ได้ตอบคำถามบนเวทีว่า สนับสนุนให้มีการดำเนินการต่อไป เพื่อแก้ปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชา แต่พรรคภูมิใจไทย โดยนายไชยชนก ชิดชอบ ประกาศยกเลิก MOU43 และMOU44 ความขัดแย้งในความเห็นของนายสีหศักดิ์กับของพรรคภูมิใจไทย จะทำอย่างไรต่อไป จนทำให้นายสีหศักดิ์ต้องไปไม่เป็น สับสนอ้ำๆอึ้งๆ และในที่สุดก็กล้าเป็นตัวแทนของพรรคภูมิใจไทยออกมาดีเบตบนเวทีของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองต่างๆ

3.กรณีนายไชยชนก ชิดชอบ ได้ประกาศบนเวทีดีเบตครั้งล่าสุดว่า ถึงตอนนี้พรรคภูมิใจไทยสามารถที่จะจับมือตั้งรัฐบาลได้กับพรรคประชาชน และพรรคกล้าธรรม แต่ไม่สามารถจะจับมือกันร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย จนนายนายอนุทิน ชาญชีวกูล ต้องออกมาตอบคำถามเรื่องนี้ว่า ท่าทีดังกล่าวเป็นความเห็นส่วนตัวของนายไชยชนก เรื่องนี้ถ้าจะตัดสินใจอย่างไร ก็ต้องฟังที่ประชุมพรรคหรือมติของพรรค ทั้งๆที่ในทางการเมือง ท่าทีของหัวหน้าพรรคหรือเลขาธิการพรรคต่อเรื่องใดๆก็ตาม ก็เปรียบเสมือนมติของพรรค แต่เรื่องดังกล่าว ทำไมนายอนุทินและนายไชยชนก จึงมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน

ทั้งหมดนี้เป็นความเห็นต่างของแกนนำคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย สังคมกำลังสับสนว่า ความเป็นเอกภาพในพรรคภูมิใจไทยจะมีหรือไม่ หรือจะเป็นการแบ่งหน้ากันเล่น ระหว่างแกนนำคนสำคัญ 3 ท่าน หรือเป็นต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างพูด ยังหาความเป็นเอกภาพ ข้อยุติในพรรคไม่ได้ เป็นเรื่องที่สังคมจะต้องจับตากันต่อไปว่า พรรคภูมิใจไทยจะเดินหน้าในเรื่องเหล่านี้อย่างไร

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตายแล้วเกิดใหม่! ณัฏฐ์ชนน โพสต์แจงที่มาของเงินรักษาโรคหัวใจ ได้รับเมตตาในฐานะผู้ใหญ่ จาก เนวิน ชิดชอบ ให้กู้เงินค่ารักษา มีสัญญา และโรงพยาบาลรับรู้ ทำบันทึกข้อตกลงร่วมกัน พร้อมใช้เป็นหลักฐานใหม่ยื่นอุทธรณ์ ป.ป.ช. หลังถูกร้องเรียนให้ผู้ช่วย ส.ส. ไปจ่ายค่ารักษา

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส. สงขลา พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัว เรื่อง กับมรสุมชีวิตที่ต้องพิสูจน์ความจริงโดยมีเนื้อหาชี้แจงที่มาของค่าผ่าตัดรักษาโรคหัวใจ ระบุว่าได้กู้ยืมเงินจาก นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรและประธานบริหาร บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำกัดมีสัญญาเงินกู้ยืมเงินชัดเจน มีรายละเอียดว่า

'ภูมิใจไทย' ยื่นฟ้อง 'สนธิ ลิ้มทองกุล' แพร่คลิปทำพรรคเสียหาย 'กำลังขายชาติ' ผลักดันแลนด์บริดจ์

นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อและประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า พรรคภูมิใจไทยเป็นโจทก์ มอบหมาย นางสาวไตรศุรี ไตรสรณกุล เป็นผู้รับมอบอำนาจ ยื่นฟ้อง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ต่อศาลอาญา คำฟ้องคดีอาญา หมายเลขดำที่ อ.1639/2569 เนื่องด้วย เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เวลากลางคืนหลังเที่ยงต่อเนื่องกัน วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด ได้เผยแพร่คลิปบนเฟซบุ๊ก

'ทนายเชาว์' ชี้ 'ศุภชัย' ขู่ฟ้องกราวรูดปมเขากระโดง สวนทางเจตนารมณ์ประธานศาลฎีกาแนะสกัดกั้นฟ้องคดีปิดปาก

นายเชาว์ มีขวด ทนายความ และอดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า อย่าใช้กฎหมายปิดปากปม “เขากระโดง” กรณีที่นายศุภชัย ใจสมุทร ประกาศกร้าวจะดำเนินคดีแบบ “กราวรูด” กับผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ประเด็นที่ดินเขากระโดง

'ศุภชัย' สุดเซ็งมหากาพย์เขากระโดง!

'ศุภชัย' บ่นเบื่อมหากาพย์เขากระโดง พร้อมแจงข้อเท็จจริง สังคมเข้าใจผิด ย้ำที่ดินส่วนใหญ่เป็นของประชาชน ไม่ใช่นักการเมือง ระบุทุกหน่วยงานดำเนินการตามกฎหมายครบถ้วน รอศาลบุรีรัมย์วินิจฉัยคดีเพิกถอน