
25 ม.ค.2569-นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต. ) โพสต์ข้อความระบุว่า ทุกการเลือกตั้งประเด็นที่เป็นที่กล่าวขานคู่กับการเลือกตั้ง คือ การซื้อเสียงเลือกตั้ง ทำไมเมื่อรู้ว่าคนที่จะซื้อเสียง ยังไงก็ไม่พ้นไปจากผู้สมัครหรือหัวคะแนน ทำไม กกต.จับมาลงโทษไม่ได้
สาเหตุที่ทำให้จับผู้ซื้อเสียงมาลงโทษไม่ได้มีปัจัยอยู่หลายประการ อาทิ ระบบอุปถัมภ์ วัฒนธรรมทางการเมืองแบบไทยๆ ความสลับซับซ้อนในการซื้อเสียง ผลประโยชน์เกื้อกูลกัน หรือกระบวนการพิจารณาในคดีเลือกตั้ง เป็นต้น
กระบวนการพิจารณาในคดีเลือกตั้ง
วันนี้ จะกล่าวถึงเฉพาะกระบวนการพิจารณาคดีเลือกตั้ง ซึ่งถือว่าเป็นเป็นสาเหตุที่สำคัญประการหนึ่งและสำคัญอย่างยิ่งในการ ที่ กกต. นำผู้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งมาลงโทษไม่ได้ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญออกแบบใว้ กล่าวคือ
1. กระบวนการพิจารณา
คดีเลือกตั้งจะดำเนินคดีในชั้นศาลฎีกาหรือศาลอุทธรณ์แล้วแต่กรณี โดยกระบวนการพิจารณาจะเป็นเหมือนคดีทั่วไป ที่ให้คู่ความคือ โจทก์และจำเลย มาต่อสู้ในศาลแบบเผชิญหน้าต่อกัน ทำให้คนที่จะนำมาเป็นพยานเกรงกลัวต่อฝ่ายการเมืองที่ถูกฟ้อง (ในชั้นพนักงานสอบสวนของ กกต. สำนักงานจะปกปิดพยานไม่ทราบว่าเป็นใคร จะมาทราบอีกทีก็ต่อเมื่อยื่นคำร้องต่อศาลแล้ว) จึงไม่มาเป็นพยานหรือถ้าม่เป็นพยานก็จะกลับคำให้การเป็นส่วนมาก
2. มาตราฐานการรับฟังพยาน
การรับฟังพยานในคดีเลือกตั้งจะรับฟังเพียงว่า “มีหลักฐานอันควรชื่อได้ว่า” เพื่อประโยชน์แห่งสารณะก็จะเอาจากสนาม ต่างจากมาตราฐานในคดีอาญา(ในคดีเลือกตั้งมีความผิดอาญารวมอยู่ด้วย) ต้องรับฟัง “จนปราศจากข้อสงสัย” หากยังมีข้อสงสัยก็ยกประโยชน์ให้จำเลยคือ ยกฟ้อง มันจึงเป็นความแตกต่างในเชิงหลักการในเรื่องเดียวกันเมื่อนำคดีเลือกตั้งขึ้นสู่ศาล
3. ความรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยของพยาน
ด้วยกระบวนการพิจารณาตามข้อ 1. ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ที่จำเลย และพยานต้องเผชิญหน้ากันในศาล และมีทนายคอยซักค้าน ประกอบกับหากจำเลยเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง แล้วมีตำแหน่งหน้าที่ และต้องอยู่ร่วมกันในสังคมแคบๆ พยานอาจย่อมรู้สึกไม่ปลอดภัย จึงไม่มีผู้มาเป็นพยานในคดีเลือกตั้ง หรือเมื่อมาเป็นพยานแล้วพอถึงชั้นดำเนินคดีในศาลส่วนมากก็จะกลับคำให้การ
ด้วยสาเหตุดังกล่าวข้างต้น ฝ่ายการเมืองก็คงเห็นช่องทางที่จะได้รับประโยชน์ หรือช่องทางในการต่อสู้คดี จึงตั้งเป้าหมายให้ชนะในการเลือกตั้งเอาใว้ก่อน ส่วนเรื่องคดีไปสู้เมื่อพวกพ้องตนเองมีอำนาจหรือมีตำแหน่งหน้าที่แล้ว
สนง. ได้ตระหนักถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดี จึงเน้นไปที่การป้องกัน ป้องปราม เพื่อไม่ให้เงินมีความหมายต่อผลการเลือกตั้ง แม้มีเงินก็ต้องแจกไม่ได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดร.ดิเรกฤทธิ์ ชี้หาก กกต.ไม่ส่งคำร้องฮั้วสว.ไปศาลฎีกา ทั้งที่มีพยานหลักฐาน เสี่ยงเกิดผล 4 มิติสำคัญ
หากสมมติว่า กกต. มีมติ ไม่ส่งคำร้องกรณีฮั้ว ส.ว. ไปยังศาลฎีกา หรือศาลที่มีอำนาจพิจารณาตามกฎหมายเลือกตั้ง ทั้งที่มีพยานหลักฐานจำนวนมากและเป็นคดีที่สังคมจับตา ผลที่อาจเกิดขึ้นมีหลายมิติ
'ดร.โจ' ขออภัยแฟนคลับส้ม สื่อสารผิดพลาด ยกเลิกหมายลงพื้นที่หาเสียงตลอดวันอาทิตย์
ดร.โจ้โพสต์กราบขออภัยพ่อแม่พี่น้องที่ไปรอพบกับผมและทีมพรรคประชาชนในวันนี้ ทางผมต้องขอยกเลิกหมายลงพื้นที่ในวันอาทิตย์นี้
'พริษฐ์' กาง 4 เหตุผลจี้ 'กกต.' ส่งคดีฮั้วสว. ให้ศาลชี้ขาด
'พริษฐ์' กาง 4 เหตุผล จี้ 'กกต.' ส่งคดีฮั้ว สว.ไปศาลชี้ขาด คาด ก.ย.ได้ข้อสรุป ชี้ หลักฐานหนักแน่นเพียงพอ-เสี่ยงเป็นเครื่องมือฟอกขาว เตือน เตือน หากไม่ส่งอาจถูกตั้งข้อครหาปฏิบัติหน้าที่แบบปิดตาข้างเดียว โยน กกต.แจงปมอนุญาตนำโพยเข้าสถานที่เลือก
'กกต.กทม.' ติวเข้มเลือกตั้งผู้ว่าฯ-สก. ส่งชุดจู่โจมเร็วลุย 50 เขต 16 มิ.ย.
'ผอ.กกต.กทม.' เผยบรรยากาศหาเสียงผู้ว่าฯ กทม.-สก. เรียบร้อยดี ยังไร้เรื่องร้องเรียนเลือกตั้ง เตรียมตั้งชุดเคลื่อนที่เร็ว 50 ชุด ลุยปฏิบัติหน้าที่ 50 เขต 16 มิ.ย.นี้
28ปี กกต.บนเส้นด้ายมรสุม "บัตรบาร์โค้ด" “เสี่ยงโมฆะ”พร้อมศึกในร้าวลึกเลื่อยขา"แสวง"
เสียงกลองรัวฉลองวันสถาปนาครบรอบ 28 ปี ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในช่วงเช้าวันที่ 9 มิ.ย.2569
โต้เป่าคดีฮั้วสว. กกต.ทำบุญใหญ่ แหวงขอน้ำมนต์
ประธาน กกต.เดินหน้าบวงสรวงฉลอง 28 ปี ลั่นคดีฮั้ว สว.ไม่สะดุด-ไม่เป่าคดี

