
26 ม.ค.2569-นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS เพื่อขอให้ กกต. ตรวจสอบนโยบาย สร้างเศรษฐีเงินล้าน ของพรรคเพื่อไทย ที่ได้เปิดที่เวทีปราศรัยใหญ่ครั้งที่ 2 ใน กทม. เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2569 นั้น เป็นการจัดทำนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ได้รายงานต่อ กกต. ก่อนวันเลือกตั้ง สส. เป็นการทั่วไป ไม่น้อยกว่า 20 วัน ตามประกาศ กกต. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมือง ที่ใช้ในการประกาศโฆษณา พ.ศ. 2568 ข้อ 4 วรรคสอง หรือไม่ และหากมีการฝ่าฝืนประกาศฯ ดังกล่าว จะเข้าข่ายความผิดตาม พรป.พรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 57 วรรคสอง หรือไม่ และจะมีโทษตามมาตรา 121 หรือไม่
นายเรืองไกร กล่าวว่า ในคำร้องมีความเป็นข้อ ๆ ดังนี้ ข้อ 1. เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 เว็บไซต์ประชาติ หัวข้อ แกะรายละเอียดนโยบายเพื่อไทย “แจกเงินล้าน วันละ 9 คน” ลงข่าวไว้ส่วนหนึ่ง ดังนี้
“จากการที่พรรคเพื่อไทยเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งที่2 ใน กทม. เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2569 ที่ผ่านมา นำโดย 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ประกอบด้วยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์นายจุลพันธ์อมรวิวัฒน์แคนดิเดตนายกฯ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกฯ ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย
นโยบายหนึ่งที่น่าสนใจจากเวทีปราศรัยครั้งนี้คือ นโยบาย “สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน” โดยพรรคเพื่อไทย ได้มีการโพสต์เฟซบุ๊กอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายดังกล่าว”
ข้อ 2. การเปิดนโยบายดังกล่าว เมื่อไปตรวจดูในเว็บไซต์ของพรรคเพื่อไทย และเฟซบุ๊กของพรรคเพื่อไทย จึงมีเหตุอันควรสงสัยว่า กรณีดังกล่าว เป็นการจัดทำนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ได้รายงานต่อ กกต. ก่อนวันเลือกตั้ง สส. เป็นการทั่วไป ไม่น้อยกว่า 20 วัน ตามประกาศ กกต. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมือง ที่ใช้ในการประกาศโฆษณา พ.ศ. 2568 ข้อ 4 วรรคสอง หรือไม่ และหากมีการฝ่าฝืนประกาศฯ ดังกล่าว จะเข้าข่ายความผิดตาม พรป.พรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 57 วรรคสอง หรือไม่ และจะมีโทษตามมาตรา 121 หรือไม่
ข้อ 3. ทั้งนี้ เนื่องจาก พรป.พรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 57 และมาตรา 121 บัญญัติว่า “มาตรา 57 การกำหนดนโยบายของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณาให้คำนึงถึงความเห็นของสาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด นโยบายใดที่ต้องใช้จ่ายเงิน การประกาศโฆษณานโยบายนั้น อย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้ (1) วงเงินที่ต้องใช้ และที่มาของเงินที่จะใช้ในการดำเนินการ (2) ความคุ้มค่าและประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย (3) ผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย
ในกรณีพรรคการเมืองไม่ได้จัดทำรายการตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการสั่งให้ดำเนินการให้ครบถ้วนและถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด “มาตรา 121 พรรคการเมืองใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการตามมาตรา 57 วรรคสอง หรือมาตรา 77 วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท และปรับอีกวันละหนึ่งหมื่นบาท ตลอดระยะเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง”
ข้อ 4. ประกอบกับ ประกาศ กกต. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมือง ที่ใช้ในการประกาศโฆษณา พ.ศ. 2568 ข้อ 4 กำหนดไว้ดังนี้ “ข้อ 4 การกำหนดนโยบายของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณาให้คำนึงถึงความเห็นของสาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด นโยบายใดที่ต้องใช้จ่ายเงิน การประกาศโฆษณานโยบายนั้น อย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้ (1) วงเงินที่ต้องใช้ และที่มาของเงินที่จะใช้ในการดำเนินการ (2) ความคุ้มค่าและประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย (3) ผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย การจัดทำนโยบายของพรรคการเมืองตามวรรคหนึ่ง พรรคการเมืองต้องรายงานต่อคณะกรรมการก่อนวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปไม่น้อยกว่ายี่สิบวัน ตามแบบแนบท้ายประกาศนี้”
ข้อ 5. ข้อเท็จจริงตามกรณีดังกล่าว กกต. จึงต้องทราบดีว่า พรรคเพื่อไทยได้นำนโยบาย สร้างเศรษฐีเงินล้าน ไปแจ้งต่อ กกต. ก่อนวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปไม่น้อยกว่ายี่สิบวัน แล้วหรือไม่ แต่หากพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้ดำเนินการตามประกาศ กกต. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมือง ที่ใช้ในการประกาศโฆษณา พ.ศ. 2568 ข้อ 4 วรรคสอง พรรคเพื่อไทยจะเข้าข่ายกระทำการฝ่าฝืน พรป.พรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 57 วรรคสอง หรือไม่ และจะมีโทษตามมาตรา 121 หรือไม่ กล่าวคือ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท และปรับอีกวันละหนึ่งหมื่นบาท ตลอดระยะเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ใช่หรือไม่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กกต. คิดให้ดี! มี 2 ทางเลือก หลังชุดอนุฯ ปล่อยผี 'คดีฮั้ว สว.'
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง "ความผิดปกติของการตั้งอนุวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36"
จับตา! เป่าคดี 'ฮั้ว สว.' จุดเริ่มต้น 'กินรวบ' การเมืองไทย
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เป่าคดีฮั้ว สว. จุดเริ่มต้นกินรวบการเมืองไทย
อนุกกต.ชี้229รายฮั้วสว.ไม่ผิด
กกต.ปล่อยผีฮั้ว สว.! คณะอนุกรรมการฯ มีมติ 5 ต่อ 2 ตีตกคำร้องสอบทุจริต ชี้ผู้ถูกกล่าวหา 229 คน
มติอนุ กกต. 5 ต่อ 2 ตีตกคำร้องฮั้ว สว. ชี้ 229 ราย ไม่มีมูลความผิด
คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ได้พิจารณา สำนวนการสอบทุจริตฮั้วการเลือก สว. ของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลางชุดที่ 26 ซึ่งเป็นคณะทำงานร่วมระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
ดร.ณัฏฐ์ ชี้คำพิพากษาใบส้ม ไม่ขัดคดีแพ่ง คดีถึงที่สุดแล้ว
"ดร.ณัฏฐ์" ชี้ ปมแจกใบส้ม "หลักสุจริต" คุ้มครอง กกต. คำพิพากษาคดีเลือกตั้ง แพ่ง ไม่ขัดกัน คดีถึงที่สุดแล้ว
'สมชัย' เร่งตั้งกองทุนช่วยเหลือประชาชนสู้คดีป่วนเลือกตั้ง ฟ้องกลับ กกต.
"สมชัย" จ่อร้องกองปราบถามข้อมูลคดีที่ กกต.กล่าวหา 12 มี.ค.นี้ ชี้เป็นบทเรียนของ กกต.อย่าใช้บาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งอีก เตรียมเปิดตัวกองทุนสู้ กกต.ช่วยเหลือ ปชช.ถูกฟ้อง

