กกต. จับตา 42 จังหวัด เลือกตั้งเดือด เตือนเตรียมเงินได้ แต่อย่าแจก

เลขาฯ กกต. ระดมตำรวจครึ่งประเทศคุมเข้มพื้นที่แข่งขันสูง เผยพบเบิกเงินสดผิดปกติ 250 ล้านบาท จากลูกค้าธนาคาร 6 ราย อยู่ระหว่างสืบโยงการเมือง ย้ำต้องให้ความเป็นธรรม อาจเป็นธุรกิจ

31 มกราคม 2569 - นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงคำร้องกรณีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงว่า กกต. ได้แบ่งพื้นที่เฝ้าระวังการเลือกตั้งออกเป็น 2 กลุ่ม โดย 35 จังหวัดเป็นพื้นที่ที่การแข่งขันอยู่ในระดับปกติ

ขณะที่อีก 42 จังหวัด มีการแข่งขันรุนแรงในหลายเขตเลือกตั้ง จึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ดูแลอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันการซื้อสิทธิ์ขายเสียง พร้อมระดมกำลังตำรวจราวครึ่งประเทศ จัดเป็นชุดป้องกันและปราบปรามเคลื่อนที่เร็ว ลงพื้นที่ตรวจสอบก่อนวันเลือกตั้ง

นอกจากนี้ ยังมีผู้ตรวจการเลือกตั้ง และศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยและการเลือกตั้งตำบล (ศส.ปชต.) ทำหน้าที่ช่วยแจ้งเบาะแส โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มต้องจับตาเป็นพิเศษ

นายแสวง ยอมรับว่า ข่าวเรื่องการซื้อเสียงมีมาอย่างต่อเนื่อง แต่ในด้านการป้องกัน กกต. ได้ทำงานร่วมกับฝ่ายปกครองและฝ่ายตำรวจอย่างใกล้ชิด พร้อมย้ำว่า หากใครคิดจะเตรียมเงินไว้ซื้อเสียงสามารถเตรียมได้ แต่อย่านำไปแจก

เลขาธิการ กกต. ระบุว่า โดยธรรมชาติของการซื้อสิทธิ์ขายเสียง มักเริ่มชัดเจนตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. เป็นต้นไป ขณะนี้ยังไม่มีรายงานที่เป็นรูปธรรม ส่วนใหญ่เป็นเรื่องอื่นมากกว่า แต่ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง อาจมีรายงานเข้ามามากขึ้น ซึ่ง กกต. มั่นใจว่าสามารถป้องกันได้

ส่วนความคืบหน้ากรณีการรายงานการเบิกถอนเงินสดจำนวน 250 ล้านบาทจากธนาคารแห่งประเทศไทย นายแสวง เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ส่งข้อมูลมาให้ กกต. แล้ว เป็นข้อมูลของลูกค้าธนาคารพาณิชย์

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบลูกค้า 6 รายมีการเบิกถอนเงินในลักษณะผิดปกติ จึงได้ส่งต่อให้ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบความสัมพันธ์ว่าเกี่ยวข้องกับผู้สมัครหรือพรรคการเมืองหรือไม่ รวมถึงวัตถุประสงค์ของการนำเงินไปใช้

นายแสวง ย้ำว่า การเบิกถอนเงินดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับการซื้อสิทธิ์ขายเสียงก็ได้ ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากพบว่าเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองหรือนักการเมือง การตรวจสอบสามารถทำได้ไม่ยาก โดยวันที่ 2 ก.พ.นี้ จะรายงานเรื่องดังกล่าวให้ที่ประชุม กกต. รับทราบ

สำหรับเงินจำนวนดังกล่าวจะเข้าข่ายมีความเสี่ยงนำไปใช้ซื้อเสียงหรือไม่นั้น นายแสวง ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ เพราะแม้เป็นเงินจำนวนมาก หากไม่พบความเชื่อมโยงทางการเมือง ก็อาจเป็นการนำไปใช้ในกิจกรรมทางธุรกิจ พร้อมย้ำว่า กกต. ทำงานร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อดูที่มาของเงินอย่างรอบคอบ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กกต. ผุดอีเวนต์สัมมนาใหญ่ ถอดบทเรียนเลือกตั้ง-ประชามติ 25-27 มี.ค. ที่เชียงราย

กกต.ลุยถอดบทเรียนเลือกตั้ง-ประชามติ สัมมนาใหญ่ 25-27 มี.ค.นี้ ที่เชียงราย แบ่ง 5 กลุ่มย่อย สรุปข้อผิดพลาด บกพร่อง เตรียมรับมือการเลือกตั้งครั้งต่อไป พร้อมทำCSR เติมบุญวัดห้วยปลากั้ง

ยื่นผู้ตรวจฯ พุธนี้! หลักฐานพิสูจน์บัตรเลือกตั้ง 'ไม่ลับ' ส่งต่อให้ศาล

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า แจ้งผู้สื่อข่าวคณะผู้เชี่ยวชาญทางเทคโนโลยี

คำร้องคดีเลือกตั้งเสี่ยงโมฆะ หากศาล รธน.ทำลายหลักการจะเกิดวิกฤตศรัทธา

มติของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่มีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้วินิจฉัยกรณีการจัดเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ปมบัตรเลือกตั้ง ภาระพิสูจน์ตกที่ กกต. หากแจงชัด ศาลรธน.อาจงดไต่สวน

“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ปมคดีบัตรเลือกตั้ง เป็นปัญหาข้อเท็จจริง หน้าที่ กกต.พิสูจน์ หากมีพยานหลักฐานเพียงพอเปิดช่องให้ ศาล รธน. งดไต่สวน กำหนดวันชี้ชะตาได้

'แสวง' ยืนยันเลือกตั้งเป็นความลับ ชี้เรื่องดี ศาลรธน. รับวินิจฉัย

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงคดีบัตรเลือกตั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ รับคำร้องปมบาร์โค้ด-คิว