อดีตผู้พิพากษาฯ ยัน รธน.2560 คุมจริยธรรมนักการเมือง วอน 16.8 ล้านเสียงแสดงจุดยืน

7 กุมภาพันธ์ 2569 - นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกา โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก มีเนื่อหาดังนี้

.....ผมขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ไม่มีผลเสียหายใด ๆ แก่ประชาชนทั่ว ๆ ไป แต่เป็นรัฐธรรมนูญที่ต้องการให้ประเทศไทยมีนักการเมืองที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และต้องมีจริยธรรมด้วย เพราะประเทศไทยมีสภาพดังที่เห็นกันอยู่ก็มีสาเหตุมาจากมีนักการเมืองส่วนใหญ่เข้าสู่วงการเมืองเพื่อต้องการแสวงหาอำนาจและแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบหรือทุจริตคอร์รัปชั่นนั่นเอง

.....ตั้งแต่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เท่าที่ผมจำได้มีอดีต สส.หญิง 2 คนถูกศาลฎีกาพิพากษาว่า มีการกระทำที่ฝ่าฝืนจริธรรมอย่างร้ายแรง จึงมีคำพิพากษาให้พ้นจากตำแหน่ง สส. และห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง สส. สว. สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นและดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดชีวิต

.....มีอดีตนายกรัฐมนตรี 2 ท่านที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำพิพากษาให้พ้นจากตำแหน่งเพราะฝ่าฝืนจริธรรมอย่างร้ายแรงเนื่องจาก ท่านหนึ่งได้มีการเสนอบุคคลที่ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์เพราะเคยถูกศาลฎีกามีคำสั่งลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาลเนื่องจากนำเงินไปให้เจ้าหน้าที่ศาล ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี อีกท่านหนึ่งมีคลิปเสียงพูดคุยกับผู้นำเขมรเรื่องเกี่ยวกับข้อพิพาทระหว่างไทยกับเขมรในลักษณะที่ทำให้ประเทศไทยได้รับความเสียหาย

.....ขณะนี้มีอดีต สส.ของพรรคการเมืองพรรคหนึ่งจำนวน 40 คนเศษ อยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่ามีการกระทำที่ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ เท่าที่ทราบจากข่าวว่า มีการไต่สวนเสร็จแล้ว แต่ที่ยังไม่ได้นำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณามีลงมติเพราะมีการร้องขอความเป็นธรรมจากผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งถ้าคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่า มีการกระทำที่ฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงและยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อพิจารณา ถ้าศาลฎีกาพิจารณาแล้วพิพากษาว่า  มีการกระทำความผิดจริงผลที่จะได้รับก็ต้องเป็นเช่นเดียวกับอดีต สส. หญิง 2 คนดังกล่าว

.....จากข้อเท็จจริงที่กล่าวมานี่แหละคือเหตุผลที่พรรคการเมืองบางพรรคต้องการยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้วยกยกร่างใหม่ทั้งฉบับ เนื่องจากการขอแก้เป็นรายมาตราคงไม่กล้าเสนอแก้เรื่องนี้เพราะคงถูกประชาชนคัดค้าน แต่ถ้ายกร่างใหม่ทั้งฉบับและตัดมาตราที่เกี่ยวกับเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตและเรื่องจริธรรมออกไป ประชาชนทั่วไปคงไม่ทราบ

.....นอกจากที่กล่าวมาแล้วเรื่องที่สำคัญที่สุดอีกประการหนึ่งก็คือเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ถ้ามีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีการแก้ไขบทบัญญัติที่เกี่ยวกับสถานะและพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ด้วย

.....ในการลงประชามติรัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2560 มีผู้ลงมติเห็นชอบจำนวน 16,820,402 คน คิดเป็นร้อยละ 61.35 ของประชาชนที่มาออกเสียงลงประชามติ

.....ผมจึงใคร่ขอเรียกร้องประชาชนผู้ที่ลงมติเห็นชอบจำนวน 16,820,402 คนดังกล่าว ถ้าท่านไม่ต้องการให้มีการแก้ไขสถานะและพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ ต้องการให้ประเทศไทยมีนักการเมืองที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์กับมีจริธรรมที่ดีงามและต้องการรักษารัฐธรรมนูญที่ท่านได้ลงมติเห็นชอบมาแล้วไม่ให้ถูกยกเลิก ก็ขอได้ช่วยกันกาช่อง ”ไม่เห็นชอบ“ อย่างพร้อมเพรียงกันด้วยครับ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ประเสริฐ' เผยเพื่อไทยเดินหน้าร่าง รธน.ใหม่ ปรับแก้ที่มา ส.ส.ร. ให้ยึดโยงประชาชนมากที่สุด

ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุม สส.ประจำสัปดาห์ โดยมีนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธาน สส.พรรค และนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย เป็นประธานการประชุมร่วม คาดว่ามีการหารือในส่วนของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับพรรคเพื่อไทยที่มีการปรับแก้เนื้อหาในส่วนของที่มา ส.ส.ร.

'สุริยะใส' ชี้เมื่อทุกฝ่ายอยากชนะ 'รัฐธรรมนูญ' กลายเป็นสนามรบ ไม่ใช่กติกากลาง

สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้จึงเป็นภาพสะท้อนของปัญหาการเมืองไทยที่ลึกกว่ารัฐธรรมนูญ เพราะแม้ยังไม่ได้เริ่มร่างฉบับใหม่อย่างจริงจัง แต่แต่ละฝ่ายก็เริ่มขีดเส้นเงื่อนไขและข้อจำกัดของตนเองแล้ว

'ดร.ณัฏฐ์' ชี้กับดักแก้ รธน. ต้องผ่านด่าน สว. 67 เสียง

นักกฎหมายมหาชนชื่อดังวิเคราะห์ แม้ประชามติรอบแรกมีผู้เห็นชอบกว่า 21.2 ล้านเสียง แต่การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่ฉบับใหม่ยังติด “กฎเหล็ก 2 ชั้น” ตามมาตรา 256 ต้องได้เสียง สว. ไม่น้อยกว่า 67 คนทั้งวาระ 1 และวาระ 3 มองโอกาสผ่านร่างแทบเป็นศูนย์หากรวบรวมเสียงวุฒิสภาไม่ได้

ประธานรัฐสภา ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล-วางพวงมาลา เนื่องในวันที่ระลึก 'รัชกาลที่ 7'

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน เนื่องในวันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.หม่อมราชวงศ์ชิษณุสรร สวัสดิวัตน์ ประธานกรรมการมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี นายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง